17thNovember

17thNovember

17thNovember

 

December 08,2018

ปปท.บุกตรวจ ‘นักเรียนผี’อุบล ผอ.อ้างยึดตามกฎ

            ป.ป.ท.บุกตรวจสอบรายชื่อนักเรียน พบนักเรียนจริงน้อยกว่าตัวเลขที่รายงาน ๑๒๑ คน ผอ.รร.แจงตัวเลขยังไม่นิ่ง พร้อมอธิบายตัวเลขนี้ไม่ผิด พบมีนักเรียนติด ร. ติด ๐ ยังดึงออกจากระบบไม่ได้ เป็นไปตามกฎข้อบังคับกระทรวงศึกษาธิการ           

            เมื่อบ่ายวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ พ.ต.ท.วันนพ สมจิมตมากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รกท.แทนเลขาธิการ ป.ป.ท. พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต ๓ นครราชสีมา เข้าตรวจสอบบัญชีรายชื่อจำนวนนักเรียนของโรงเรียนตาลสุมพัฒนา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอตามสุม จังหวัดอุบลราชธานี หลังมีการร้องเรียนในพื้นที่ภาคอีสานมีการแต่งตัวเลขจำนวนนักเรียนให้สูงเกินจริง เพื่อให้ผู้บริหารใช้โยกย้ายจากโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ข้ามขั้นไปยังโรงเรียนขนาดใหญ่ รวมทั้งยังรับเงินรายหัวใช้ในการบริหารจัดการเรียนการสอน โดยไม่มีตัวผู้เรียนอยู่กับโรงเรียนจริง

            ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบตัวเลขพบว่า มีการระบุตัวเลขของนักเรียนประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ จำนวน ๕๒๗ คน แต่มีนักเรียนที่มีอยู่จริง ๔๙๔ คน โดยในจำนวน ๔๙๔ คน พบว่าส่วนหนึ่งเป็นนักเรียนที่ยังติด ๐ และติด ร. ซึ่งต้องมาแก้ก่อนขอจบการศึกษา อีกส่วนเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ซึ่งอยู่ในภาคบังคับ ๑๕ ปี และเมื่อนักเรียนยังมีอายุไม่ถึง ๑๖ ปี โรงเรียนไม่สามารถถอนชื่อออกจากบัญชีได้ แม้เด็กคนนั้น จะไม่มาเรียน หรือมาบางไม่มาบางก็ตาม เพราะเป็นข้อบังคับของกฏกระทรวง

            และจากการตรวจนับจากบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ครูประจำชั้นของโรงเรียนที่มี ๑๕ ห้องเรียน พบมีรายชื่อนักเรียนเหลืออยู่จริงเพียง ๔๐๖ คน แต่ทางด้านโรงเรียนชี้แจงว่า นอกจากมีปัญหาของนักเรียนที่ยังไม่มาแก้ไขให้ตนเองเรียนจบ หรือไม่สามารถจำหน่ายชื่อนักเรียนออกจากระบบได้ตามข้อบังคับของกฎกระทรวงแล้ว

            สำหรับจำนวนตัวเลขของนักเรียนที่เกินจำนวนตัวผู้มาเรียนจริง การเบิกจ่ายเงินสมทบหรือเงินอุดหนุน ในแต่ละภาคการศึกษา โรงเรียนก็ไม่สามารถเบิกออกมาใช้จ่าย ยกเว้นได้รับการยินยอมจากคณะกรรมการของโรงเรียน เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ๒ ปี จะมอบให้โรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้ในภายหลัง

            ว่าที่ร้อยตรี บรรจง ดอกอินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนตาลสุมพัฒนา กล่าวว่า ตนย้ายมารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และพบตัวเลขจำนวนนักเรียนที่เข้าศึกษาจำนวน ๕๒๗ คน ภาพหลังมีจำนวนลดลงด้วยปัญหาของตัวผู้เรียนไม่พร้อม ออกจากบ้าน แต่ไม่เข้าโรงเรียน หรือเป็นนักเรียนที่ตั้งท้อง และไม่ยอมมาเรียน แม้ภายหลังจะให้ครูที่ปรึกษาไปติดตามตัวนักเรียนถึงที่พักอาศัยและในชุมชน ก็รับปากจะมาเรียนต่อ หรือรายที่ยังติด ร. ติด ๐ ก็รีบปากจะมาแก้ แต่ก็ยังไม่มา บางครั้งหายตัวไป ๒-๓ ปี ถึงกลับมาแก้ไข เพราะต้องการวุฒิการศึกษาไปสมัครงานก็มี

            โดยในส่วนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีปัญหามากที่สุด แต่ก็ไม่สามารถจำหน่ายชื่อของนักเรียนออกจากระบบของโรงเรียนได้ เพราะเป็นนักเรียนในภาคบังคับ ๑๕ ปี โรงเรียนจำเป็นต้องคงชื่อนักเรียนไว้ตามข้อบังคับของกฏกระทรวง ซึ่งในจำนวนนักเรียนที่ยังติด ร. หรือติด ๐ และยังไม่มาแก้ หรือนักเรียนภาคบังคับไม่มาเรียน ก็ไม่สามารถนำค่ารายหัวนักเรียนไปเบิกจากเงินค่าอุดหนุนได้ เพราะนักเรียนต้องมาเซ็นชื่อเบิกจ่ายเงินอุดหนุนกับทางโรงเรียนก่อน จึงยังคงมีเงินสนับสนุนคงค้างเหลืออยู่ในระบบ

            ส่วนจะเป็นการอัพตัวเลข เพื่อให้อดีตผู้บริหารคนก่อนได้ข้ามชั้นไปอยู่โรงเรียนในระดับที่ใหญ่กว่าหรือไม่ ยืนยันไม่ได้ เพราะตนเพิ่งมา รวมทั้งแนวโน้มตามโรงเรียนต่างๆมีจำนวนนักเรียนลดลง ทั้งจากปัญหาสังคม เรื่องการเงินของครอบครัว ปัญหาของตัวผู้เรียนเอง และการคุมกำเนิดที่ได้ผล และยืนยันทั้งหมดเป็นปัญหาที่ทุกโรงเรียนเจอเหมือนกันทั้งหมด

            ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจิมตมากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รกท.แทนเลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวว่า ยอดของนักเรียนจะมีผลต่อเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งทาง สพฐ.ส่งมาให้เป็นรายคน เมื่อรายงานยอด ๕๒๗ สพฐ.ก็จะส่งงบประมาณมาให้มากกว่าจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง ส่วนเรื่องที่สองก็คือ เป็นเรื่องของขนาดโรงเรียน หากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก (ต่ำกว่า ๔๙๙ คน) แต่รายงานเป็นโรงเรียนขนาดกลางที่มี นร. ๕๒๗ คน (มี นร.ตั้งแต่ ๕๐๐-๑,๔๙๙ คน) ก็จะกลายเป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนย้ายจากโรงเรียนขนาดกลางไปขนาดใหญ่ได้เลย (รร.ขนาดใหญ่ตั้งแต่ ๑,๕๐๐-๒,๔๙๙ คน) ทำให้มีผลในเรื่องของการย้ายของผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย

            ทั้งนี้ จากนี้ไป ป.ป.ท.จะตรวจสอบใครเป็นคนรายงานยอดนักเรียน ใครเป็นคนรับรอง และมีใครเกี่ยวข้องบ้าง รวมทั้งมีเจตนาเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ถ้าเจตนาก็มีความผิดทางอาญา และการใช้จ่ายยอดงบประมาณได้รับเกินมาจากยอดที่มีอยู่จริงก็มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และรับผิดชอบต่อเงินที่จ่ายออกไปถูกต้องหรือไม่

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๑ วันพฤหัสบดีที่ ๖ - วันจันทร์ที่ ๑๐ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑


872 7713