16thSeptember

16thSeptember

16thSeptember

 

December 12,2018

อนาคตใหม่สู้ยิบตา ๑๔ เขต ‘อนันต์’สนามรบเขต ๑ ย้ำไม่หนุนเผด็จการ

         ‘อุบล เอื้อศรี’ เผยพรรคอนาคตใหม่ส่งครบ ๑๔ เขต เน้นลงพื้นที่เข้าถึงปัญหาราษฎร ติงแบ่งเขตสุดพิสดาร สนามรบเลือกตั้งเมืองย่าโมยังเดายาก ยัน ๘๐ ยังแจ๋ว อยากช่วยผลักดัน ‘มหานครสุรนารี’ ด้าน ‘อนันต์ สินมานนท์’ ว่าที่ผู้สมัคร เขต ๑ ย้ำอนาคตใหม่ไม่หนุนเผด็จการทุกรูปแบบ

          สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นายประธาน คงเรืองราช อดีตนายก อบต.โนนอุดม อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพื้นที่โคราชของพรรคอนาคตใหม่ ประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการคัดกรองผู้สมัคร ส.ส.และขยายจำนวนสมาชิกพรรค ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่จังหวัดนครราชสีมา ข้างสะพานสูงโรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมว่าที่                      ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและเขต จ.นครราชสีมา โดยมีนายอุบล เอื้อศรี อดีตส.ว.นครราชสีมา และอดีตแกนนำ นปช.โคราช อายุ ๘๐ ปี, นายอนันต์ สินมานนท์ อดีตกรรมการผู้จัดการ สถานีเคเบิ้ลทีวี ดีทีวี โคราช, นพ.อนันต์ โลหะพัฒนบำรุง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชสีมาฮอสพิทอล (โคราชเมโมเรียล เดิม) และคณะ ประกอบด้วย นายวรพงศ์ โสมัจฉา นายพัลลภ เสนาดี นางสุภาวดี พูลวรสกุล นายปรัชญา เพชรวิสิทธิ์ นายจิณรพนธ์ พิทักษ์เศรษฐี นายสมบูรณ์ เดชขุนทด นางสาวศุภักษร วิไล และว่าที่ร้อยตรีกานต์ศักดิ์ดัดขุนทด

ชื่นชอบในแนวทางบริหารพรรค

         นายอุบล เอื้อศรี อดีตส.ว.นครราชสีมา และอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์กับ “โคราชคนอีสาน” ถึงการเข้ามามีส่วนรวมกับพรรคอนาคตใหม่ว่า  “พรรคอนาคตใหม่มีแนวทางและนโยบายที่ชัดเจน ให้การมีส่วนร่วมของประชาชน เข้ารับฟังปัญหาในแต่ละพื้นที่ การทำงานของพรรคจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ๑.หน้าที่การทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะทำหน้าที่ในส่วนของรัฐสภาติดต่อประสานงานกับกลุ่มรัฐบาล ๒.กลุ่มสมาชิกพรรคจะดำเนินการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน รับฟังและช่วยแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ และเสนอต่อไปยังพรรคต่อไป ตนจึงชื่นชอบในแนวทางแบบนี้และต้องการจะเปลี่ยนโคราชให้มาเป็นมหานครสุรนารี ดูตัวอย่างขอนแก่นและเชียงใหม่ ขณะนี้สองจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเป็นเมืองมหานครไปแล้ว ส่วนโคราชจังหวัดใหญ่ แต่ยังไม่มีการพัฒนาอะไรเลย ตนจึงอยากจะเข้ามาช่วยพัฒนาเมืองโคราชให้ก้าวไปสู่เมืองมหานครสุรนารีอย่างจริงจัง พรรคอนาคตใหม่เปิดกว้างให้ราษฎรมีส่วนร่วมกับพรรค จึงเป็นปัจจัยให้ตนเลือกมาเป็นสมาชิกพรรค”

แค่สมาชิกพรรค ไม่ลงสมัคร ส.ส.

         “ตนอายุ ๘๐ ปีแล้ว เกิด พ.ศ.๒๔๘๑ อยากจะเข้ามาช่วยพรรคอนาคตใหม่ในส่วนของการรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนในเรื่องต่างๆ เพื่อที่จะนำไปเสนอยังพรรคจะได้ลงมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในโคราช ทั้งเรื่องปัญหาน้ำ ราคาพืชผลทางการเกษตร ก่อนหน้านี้ตนลาออกจากพรรคเพื่อไทยเมื่อปี ๒๕๕๘ และมาพบแนวทางการบริหารพรรคและนโยบายที่ให้ราษฎรมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง จึงตัดสินใจที่จะมาช่วยพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก็มีเพื่อนและรุ่นน้องหลายคนโทรมาสอบถามว่าจะลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ ตนได้แต่ปฏิเสธไป เพราะอายุเยอะแล้ว ขออยู่ช่วยในส่วนนี้ดีกว่า บางคนก็อยากให้ลงสมัคร บางคนก็บอกจะเข้ามายุ่งทำไม อายุเยอะแล้ว แต่ใจตนอยากจะพัฒนาเมืองโคราชจริงๆ ที่ผ่านมาเคยจะรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หลายคนแต่ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อมีโอกาสตรงนี้ก็อยากจะทำให้ดีที่สุด เพื่อเมืองโคราช” นายอุบล กล่าว

ส่งครบ ๑๔ เขต ยังไม่มีเขตในใจ

         อดีตส.ว.วัย ๘๐ ปี กล่าวอีกว่า “พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะส่งผู้สมัครลงครบทั้ง ๑๔ เขต แต่ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่ใช่บุคคลที่มีชื่อเสียงหรือโดดเด่นอะไรมากมาย ช่วงอายุก็อยู่ประมาณ ๓๐ ปลายๆ จนถึงประมาณ ๕๐ ส่วนอายุ ๖๐-๘๐ ไม่มีแน่นอน ส่วนเขตที่เล็งที่นั่งไว้ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตายตัว เพราะแต่ละพรรคยังไม่มีการเปิดรายชื่อผู้สมัครอย่างจริงจัง ต้องรอถึงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่จะเป็นวันเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ แต่ก็ขึ้นอยู่ว่า วันเลือกตั้งคือวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ หรือไม่ เพราะถ้าเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปอีกการเปิดรายชื่อก็คงต้องเลื่อนออกไปด้วย”

แบ่งเขตเลือกตั้งสุดพิสดาร

         “นับเป็นการเลือกตั้งที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่สุดแปลกประหลาดพิสดารที่สุดเท่าที่เคยมีมา โคราชเดิมมี ๑๕ เขต พอลดลงมาเหลือ ๑๔ เขต การแบ่งเขตก็เหมือนไม่มีกฎหมายข้อระเบียบบังคับอะไรเลย เช่น เขตเมืองโคราชมี ๓ เขต ก็เพิ่มมาเป็น ๔ เขต แล้วเขตแต่ละเขตก็ไม่ได้เรียงกัน เช่น เขตเลือกตั้งที่ ๙ มีอำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหัวทะเล ตำบลหนองระเวียง และตำบลพะเนา) แบ่งอย่างนี้เป็นไปได้อย่างไร แบ่งเขตเลือกตั้งได้วิปริตมาก” นายอุบล กล่าว

ยังดูท่าทีคู่แข่งพร้อมเร่งหาสมาชิก

         นายอุบล กล่าวต่อไปว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้แต่ละพรรคระวังตัวกันมาก เพราะด้วยกฎหมายเลือกตั้ง และมาตราต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพรรคได้ถ้าเดินเกมผิด แต่เท่าที่สังเกตขณะนี้ก็เริ่มมีบางพรรคที่เดินเกมอย่างหนักหาตัวช่วยต่างๆ เข้ามา แต่พรรคอนาคตใหม่ ไม่มีเงิน ไม่ซื้อเสียง ไม่มีหัวคะแนน ขณะนี้ทำเพียงเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคเท่านั้น จำนวนสมาชิกขณะนี้ก็ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คน ซึ่งทางส่วนกลางก็ต้องการให้เราหาสมาชิกให้ได้สัก ๕๐๐ คน เพื่อที่จะได้จัดตั้งสาขาพรรคอย่างจริงจัง”

         “พรรคอนาคตใหม่อาจจะดูมีประสบการณ์น้อยในทางการเมือง เป็นพรรคคนหนุ่มสาวในสายตาคนทั่วไป อาจจะดูไม่มีประสบการณ์ แต่กลุ่มคนในพรรคได้ศึกษา ข้อเด่น ข้อด้อยของการเมืองไทยมามากพอสมควร เพราะที่ผ่านมาพวกเราก็รออนาคตใหม่ทางการเมืองกันมานานมากแล้ว แต่ไม่เคยได้เจอกับอนาคตใหม่ของการเมืองจริงๆ สักที พรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคของคนไทย ทุกเพศ ทุกวัย คำว่า อนาคตใหม่คือการฝากอนาคตใหม่ไว้กับลูกหลาน คนในพรรคอีก ๑๐ ปีข้างหน้าก็แก่เหมือนกัน แต่อนาคตใหม่จะอยู่กับลูกหลานตลอดไป”นายอุบล เอื้อศรี อดีตส.ว.นครราชสีมา กล่าวปิดท้ายในที่สุด 

นายอนันต์  สินมานนท์ และ นายอุบล เอื้อศรี

เขต ๑ อนาคตใหม่

         นอกจากนี้ นายอนันต์ สินมานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ โคราช พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมก็สนใจในการเมืองมานานแล้ว แต่ที่ยังไม่ลงสมัครในสมัยก่อนก็เป็นเพราะว่า ผมมองว่าการเมืองที่ผ่านมา ยังสกปรกยังเลอะเทอะอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมาย หรือนโยบายของพรรค ที่เป็นอยู่ก็มีปัญหา ในแบบดั้งเดิมพรรคการเมืองยังไงก็จะเป็นในเรื่องของกลุ่มทุนกลุ่มอิทธิพล มีความเป็นเจ้าของกันอยู่เยอะ ในการที่จะคัดเลือกลงสมัคร ส่วนมากนายทุนพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค จะเป็นคนชี้ว่าจะเอาคนไหน ลงตรงไหน ที่บอกว่าจะเอาคนไหนลงตรงไหน ต้องมองว่าคนนั้นมีเสถียรภาพ มีฐานะทางด้านการเงินดี เป็นผลลัพธ์ในการที่จะคัดเลือกคนลง ส.ส. พอดีมีพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา ซึ่งผมก็เข้าไปศึกษาดูแนวคิด อุดมการณ์ แล้วก็วิธีการบริหารจัดการ  ในการคัดสรรผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเขาแตกต่างจากการเมืองแบบเก่า หมายความว่า เขาจะไม่ใช่คำว่าหัวหน้าพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรค หรือคนคัดเลือกว่าจะเอาใครลงเขตไหน แต่เขาจะให้สมาชิกของท้องถิ่นนั้นๆ เป็นคนคัดเลือกเอง ผ่านระบบมินิโหวต เช่นใน จ.นครราช สีมา เขต ๑ ก็จะให้สมาชิกเขต ๑ คือคนที่อาศัยอยู่ในเขตเป็นคนคัดเลือกว่า จะเอาใครเป็นผู้สมัครลงเขต ๑ ในระบบมินิโหวตออนไลน์ เป็นระบบที่ทันสมัยสามารถโหวตผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย แล้วจึงส่งรายชื่อนี้ไปให้พรรค พรรคก็จะตรวจสอบคุณสมบัติว่า ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยให้ส่งไป ๒ คน เผื่อว่าคนใดคนหนึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สมมุติว่า มีภาวะ NPL ซึ่งทางพรรคก็ไม่รู้ แต่ว่าพอสมัครที่ กกต.แล้ว กกต.จะตรวจสอบว่า มีประวัติเคยต้องโทษคดีอาญา ซึ่งอันที่จริงผู้สมัครก็อาจจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูล ๑๐๐%  แต่ว่าเมื่อถึง กกต.เขาก็จะเช็ค ๑๐๐% ถ้าคุณสมบัติไม่ได้ก็ไม่ได้ จึงต้องมีเบอร์ ๒ มาสำรองไว้ นี่คือวิธีการ แล้วก็กระบวนการที่ผมเห็นว่า พรรคอนาคตใหม่มีแนวคิดที่เป็นประชาธิปไตย เป็นแบบก้าวหน้า มีระบบวิธีการคัดสรรสมาชิก เปิดโอกาสให้คนที่อยู่ในท้องถิ่น คัดเลือกตัวแทนของตัวเองได้ ซึ่งตรงข้ามกับพรรคการเมืองสมัยเก่า จึงเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจลงในนามของพรรคอนาคตใหม่”

คิดหนักแต่ทำงานมานาน

         เมื่อถามถึงคู่แข่งในเขตเลือกตั้งที่ ๑ นายอนันต์ สินมานนท์ เปิดเผยว่า “เมื่อเห็นรายชื่อคู่ต่อสู้แล้วผมก็คิดหนัก และก็เป็นเหตุผลอยู่ในตัวเอง ตรงที่ว่า เขต ๑ ในฐานะที่ผมก็ทำงานให้สังคมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ผมเคยเป็นรองประธานหอการค้า ๓ สมัย และเป็นกรรมการหอการค้า ๔ ปี รวมเป็น ๑๖ ปีที่ทำงานให้หอการค้า นอกจากนี้ยังทำงาองค์กรการกุศลต่างๆ เช่น เคยเป็นนายกสมาคมสโมสรไลออนส์ราชสีมา และปัจจุบันเป็นรองประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษของบิสคลับ คือกลุ่มที่ SME ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา ให้ดูแลกลุ่ม SME และทั้งหมดทั้งปวงก็คือ ผมมีความผูกพัน แล้วก็ทำงานกับประชาชนในพื้นที่เขตเมืองเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลในเมือง ในพื้นที่โซนเทศบาลนครฯ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกลงเขต ๑ อีกทั้ง ยังรู้จักกับพ่อค้า นักธุรกิจ ชุมชน และสังคมต่างๆ เพราะอย่างสโมสรไลออนส์ เราก็ทำงานเพื่อชุมชนอยู่แล้ว ผมจึงมีความมั่นใจว่า ผมเป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเมือง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครฯ นี้ นี่คือเหตุผลประการแรก ส่วนเหตุผลที่ ๒ นั้น แต่ละพรรคเขาก็จะส่งผู้สมัครเกรด A หรือว่าคนที่มีชื่อเสียง ให้มาลงสมัครในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผมมองว่าสิ่งนี้จะมีทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง ในตัว สมมุติว่าแต่ละพรรคส่งคนดังๆ ลงในพื้นที่นี้ เขาจะต้องแย่งคะแนนเสียงกัน เสมือนเรามีเค้กก้อนหนึ่ง ในจำนวน ๑๐๐% ก็จะถูกแบ่งไปคนละ ๒๐% หรือ ๒๕% หรืออะไรก็แล้วแต่ กับคนที่มีชื่อเสียงดังในที่นี้  ซึ่งผมอาจจะขอส่วนแบ่งมานิดหน่อยสัก ๕% หรือ ๑๐% ก็แล้วแต่ แต่ผมมีกลุ่มฐานเสียงที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกจำนวนหนึ่ง ผมคิดว่าอย่างพวกคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา หรือว่าคนทำงาน หรือว่าพวกพ่อค้านักธุรกิจ ที่อยู่ตึกแถวด้านหน้า ซึ่งผมดูว่าตรงนี้ ที่ผ่านมาออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันน้อยมาก นี่ก็จะเป็นคนที่อยู่หน้าตึก ส่วนคนที่อยู่ในชุมชนหรือหลังตึก จะออกไปใช้เสียงมาก ซึ่งตรงนั้นที่พูดถึงเมื่อกี้ จะถูกแชร์โดยคนที่มีชื่อเสียงดังกันไป แต่ผมจะหาช่องว่างของคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ และก็เป็นพ่อค้านักธุรกิจที่อยู่ในตึกแถวที่ไม่ค่อยออกมาเลือกตั้ง ผมจะไปเน้นเก็บคะแนนเสียงจากตรงนี้ ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุน จึงขอให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ อย่างน้อยก็ ๘๐-๙๐% โดยผมคิดว่าผมมีโอกาสที่จะได้รับการรับเลือกตั้ง”

“อนาคตใหม่” ไม่ดัง

         “เราเทียบเคียงโคราชกับจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างกันชัดมาก ผมมีโอกาสไปจัดงานเมื่อช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไปอยู่ในพื้นที่บุรีรัมย์ประมาณ ๑ เดือน ผมเห็นความแตกต่าง ทั้งๆ ที่เขาเป็นจังหวัดเล็กกว่า ทรัพยากรธรรมชาติด้อยกว่า แต่ความเจริญ พฤติกรรมของคนในเมือง เป็นเมืองที่เรียกว่าพัฒนาได้เร็วมาก ทั้งด้านความเป็นอยู่และพฤติกรรมของคน จะเป็นไลฟ์สไตล์เป็นคนเมืองมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอย มีการสนทนากันอะไรกันมาก มีความคึกคัก มีสีสัน แต่เมืองโคราชเรากี่ปีมาแล้วที่ยังเหมือนๆ เดิม ไม่มีการพัฒนา หรือพัฒนาน้อยมาก เรามีทรัพยากร มีศักยภาพมากกว่า เราน่าจะไปได้ไกลและเจริญกว่า แต่ผลที่เราเห็นก็ยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม  

         เมื่อถามว่า คนโคราชรู้จักพรรคอนาคตใหม่เพียงใด นายอนันต์ ตอบว่า ต้องยอมรับว่า คนโคราชยังรู้จักพรรคอนาคตใหม่มากนัก เท่าที่ผมได้ไปพูดคุย ต้องยอมรับว่าฐานของเราก็ยังไม่มากเท่าที่ควร เพราะเราเป็นพรรคใหม่ ใหม่จริงๆ อีกทั้งขณะนี้ รัฐบาลยังปิดกั้นไม่ให้พรรคการสามารถทำอะไรได้มาก ไม่สามารถที่จะเดินหาเสียง หรือไม่สามารถที่จะแถลงนโยบายที่บอกว่าเราจะทำอะไร อย่างไร พรรคการเมืองยังบอกไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราบอกได้แค่ว่า เราเป็นพรรคอนาคตใหม่ ที่มีแนวคิดอุดมการณ์ ทันสมัยก้าวหน้า พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ ส่วนเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราจะทำอะไรกับโคราช เรายังพูดไม่ได้ ไม่งั้นจะเป็นการหาเสียงทันที ทำให้เราไม่สามารถกระจายความคิดนโยบายออกสู่สาธารณะได้มาก” นายอนันต์ กล่าว

ไม่สนับสนุนเผด็จการ

         นายอนันต์ สินนานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อยากจะเรียนถึงพี่น้องประชาชนชาวโคราชโดยเฉพาะพี่น้องในเขต ๑ ตำบลในเมือง หนองไผ่ล้อม หนองจะบก และตำบลโพธิ์กลาง อยากจะให้ท่านเปิดโอกาสให้กับพรรคอนาคตใหม่ ในการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนประเทศ อยากจะให้เราคิดเปรียบเทียบดูว่า ที่เราเป็นอยู่มา ๔-๕ ปีนี้ เรามีความสุขดีไหม การค้าขายเราเจริญรุ่งเรืองไหม ถ้าได้คำตอบว่า ไม่ ผมอยากจะให้ท่านลองพิจารณาพรรคอนาคตใหม่ดู เพราะว่าเรามีแนวคิดและอุดมการณ์ที่จะกระจายอำนาจสู่ส่วนภูมิภาคให้มากที่สุด อยากให้พี่น้องประชาชนมามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ พรรคอนาคตใหม่ เราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ หมายความว่า บางพรรคพอจบการเลือกตั้ง ก็ปิดสำนักงาน ติดต่อใครไม่ได้ เพราะว่าเลือกตั้งเสร็จแล้ว แต่พรรคเรายังเปิดสำนักงานอยู่ต่อไป และทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อสังคมไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เมื่อเราแพ้การเลือกตั้งแล้วก็จะปิดสำนักงานก็ไม่ใช่ ในนามของพรรคอนาคตใหม่ ก็จะอยู่ช่วยเหลือสังคม อยู่ในเมืองโคราชตลอดไป ส่วนจะสนับสนุนลุงตู่ไหม ผมบอกได้เลยว่า ไม่ใช่แค่ลุงตู่แต่พรรคเราอุดมการณ์ประชาธิปไตยชัดเจน อะไรที่เป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นผลพวงของการยึดอำนาจของระบบเผด็จการ เราไม่ยอมรับ เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องเป็นใหญ่”

         อนึ่ง พรรคอนาคตใหม่ (มอ.ค.ม.) ก่อตั้งโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองประธานบริหารบริษัทไทยซัมมิท และ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีผู้ร่วมจดจัดตั้งอีก ๒๔ คน ยื่นจดแจ้งชื่อจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ และมีการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยรับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มีสถานะเป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๑

         พรรคอนาคตใหม่เลือกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการพรรค พรรคอนาคตใหม่ได้เปิดตัวนโยบายและแนวทางการบริหารประเทศภายใต้คำขวัญ “ไทย ๒ เท่า : คนเท่าเทียมกัน ไทยเท่าทันโลก” 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๒ วันอังคารที่ ๑๑ - วันเสาร์ที่ ๑๕  เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑


684 7939