25thMay

25thMay

25thMay

 

December 12,2018

ธอส.เผยผลสำรวจอสังหาฯอีสาน ครึ่งปีแรกเหลือ ๓๗,๒๑ ๙ ยูนิต ‘โคราช’มากสุด ๑๕๕ โครงการ

          ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ สรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งแรกปี ๒๕๖๑ ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัดอีสาน อยู่ระหว่างการขาย ๓๑๙ โครงการ รวม ๓๗,๒๑๙ หน่วย มูลค่า ๑๔๕,๑๓๑ ล้านบาท แยกเป็นบ้านจัดสรร  ๒๖,๐๑๘ หน่วย คอนโด ๑๐,๕๖๙ หน่วย และโครงการวิลล่า ๖๓๒ หน่วย

          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ ๒ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งแรกปี ๒๕๖๑ ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี และจังหวัดมหาสารคาม โดยนับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า ๖ หน่วย 

          จากการสำรวจในช่วงครึ่งแรกปี ๒๕๖๑ มีหน่วยเหลือขายจำนวน ๑๓,๗๒๗ หน่วย หรือร้อยละ ๓๖.๙ ของหน่วยในผังโครงการทั้งหมด โดยโครงการบ้านจัดสรรมีหน่วยเหลือขายจำนวน ๑๐,๙๒๙ หน่วย หรือร้อยละ ๔๒.๐ ของหน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด โครงการอาคารชุดมีหน่วยเหลือขายจำนวน ๒,๕๐๖ หน่วย หรือร้อยละ ๒๓.๗ ของหน่วยในผังโครงการอาคารชุดทั้งหมด และโครงการวิลล่ามีหน่วยเหลือขายจำนวน ๒๙๒ หน่วย หรือ        ร้อยละ ๔๖.๒ ของหน่วยในผังโครงการวิลล่าทั้งหมด 

โคราชเหลือขายเยอะ

          โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดนครราชสีมา มีจำนวน ๑๕๕ โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน ๑๘,๐๖๙ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๘๔,๔๔๕ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๖,๘๕๘ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๓๔,๓๓๐ ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน ๑๐๙ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๑๓,๐๒๐ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๕๐,๘๖๕ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๕,๓๕๓ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๒๑,๕๘๐ ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน ๓๒ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๔,๔๑๗ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๑๖,๗๘๒ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๑,๒๑๓ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๔,๖๙๘ ล้านบาท และมีโครงการวิลล่า จำนวน ๑๔ โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน ๖๓๒ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๑๖,๗๙๘ ล้านบาท หน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๒๙๒ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๘,๐๕๓ ล้านบาท 

          ทั้งนี้ หน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดจำนวน ๑๗,๔๓๗ หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ ๕๖.๖เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ในระดับราคา ๓–๕ ล้านบาท รองลงมา ร้อยละ ๒๕.๓ เป็นอาคารชุดอยู่ในระดับราคา ๑.๕–๒ ล้านบาท และ ๓–๕ ล้านบาท ร้อยละ ๕.๑ เป็นที่ดินเปล่าจัดสรร อยู่ในระดับราคา ๓–๕ ล้านบาท ร้อยละ ๔.๕ เป็นอาคารพาณิชย์ อยู่ในระดับราคา ๓ – ๕ ล้านบาท ที่เหลือเป็นบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์

หัวทะเล’ขายดีสุด

          สำหรับทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดนครราชสีมาที่ขายดีมากที่สุด ๕ อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ ๑) ทำเลหัวทะเล ขายได้ร้อยละ ๗๒.๖ มูลค่าขายได้ ๕,๗๐๔ ล้านบาท ๒) ทำเลในเมืองนครราชสีมา ขายได้ร้อยละ ๗๐.๒ มูลค่าที่ขายได้ ๕,๓๗๗ ล้านบาท ๓) ทำเลสุรนารี-ปักธงชัย ขายได้ร้อยละ ๖๖.๕ มูลค่าที่ขายได้ ๔,๐๓๙ ล้านบาท ๔) ทำเลนิคมลำตะคองขายได้ร้อยละ ๕๙.๒ มูลค่าที่ขายได้ ๒๔๗ ล้านบาท ๕) ทำเลบ้านใหม่-โคกกรวดขายได้ร้อยละ ๕๘.๒ มูลค่าที่ขายได้ ๗,๐๕๕ ล้านบาท 

          ส่วนทำเลอาคารชุดในจังหวัดนครราชสีมาที่ขายดี โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ทำเลในเมืองนครราชสีมา ขายได้ร้อยละ ๗๗.๙ มูลค่าที่ขายได้ ๒,๕๐๗ ล้านบาท ทำเลกลางดงขายได้ร้อยละ ๗๒.๕ มูลค่าที่ขายได้ ๓๓๑ ล้านบาท ทำเลเขาใหญ่ขายได้ร้อยละ ๗๑.๒ มูลค่าที่ขายได้ ๘,๘๗๑ ล้านบาท และทำเลบ้านใหม่-โคกกรวดขายได้ร้อยละ ๕๗.๐ มูลค่าที่ขายได้ ๓๗๕ ล้านบาท ตามลำดับ

ขอนแก่นเหลือไม่มาก

          สำหรับจังหวัดขอนแก่น มีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย ๖๘ โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน ๗,๕๔๑ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๒๖,๙๙๑ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๒,๖๗๐ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๙,๕๒๘ ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน ๕๗ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๕,๓๕๘ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๒๑,๗๕๘ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๒,๑๑๑ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๘,๐๖๘ ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน ๑๑ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๒,๑๘๓ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๕,๒๓๔ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๕๕๙ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๑,๔๖๑ ล้านบาท 
ทั้งนี้ หน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดจำนวน ๗,๕๔๑ หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ ๔๖.๑ เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ในระดับราคา ๓-๕ ล้านบาท รองลงมา ร้อยละ ๒๘.๙ เป็นอาคารชุด อยู่ในระดับราคา ๑.๕–๒ ล้านบาท ร้อยละ ๑๑.๓ เป็นทาวน์เฮ้าส์อยู่ในระดับราคา ๒–๓ ล้านบาท ร้อยละ ๗.๘ เป็นบ้านแฝด อยู่ในระดับราคา ๒–๓ ล้านบาท ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่าจัดสรร

          ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดขอนแก่นที่ขายดีมากที่สุด ๕ อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ ๑) ทำเลท่าพระขายได้ร้อยละ ๙๔.๑ มูลค่าขายได้ ๗๓๕ ล้านบาท ๒) ทำเล ม.ขอนแก่น ขายได้ร้อยละ ๗๓.๔ มูลค่าที่ขายได้ ๓,๑๗๒ ล้านบาท ๓) ทำเลกสิกร-ทุ่งสร้างขายได้ร้อยละ ๖๖.๑ มูลค่าที่ขายได้ ๕๕๔ ล้านบาท ๔) ทำเลบุงหนองโคตร ขายได้ร้อยละ ๖๔.๙ มูลค่าที่ขายได้ ๑,๖๖๔ ล้านบาท ๕) ทำเลบึงแก่นนคร ขายได้ร้อยละ ๖๒.๖ มูลค่าที่ขายได้ ๓,๑๒๕ ล้านบาท 

          ส่วนทำเลอาคารชุดในจังหวัดขอนแก่นที่ขายดี โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ทำเลบึงหนองโคตรขายได้ร้อยละ ๙๑.๗ มูลค่าที่ขายได้ ๒๔๙ ล้านบาท ทำเล ม.ขอนแก่นขายได้ร้อยละ ๗๖.๑ มูลค่าที่ขายได้ ๑,๘๙๒ ล้านบาท ทำเลกสิกร-ทุ่งสร้างขายได้ร้อยละ ๗๔.๔ มูลค่าที่ขายได้ ๘๐ ล้านบาท และทำเลบึงแก่นนครขายได้ร้อยละ ๖๕.๘ มูลค่าที่ขายได้ ๑,๕๕๒ ล้านบาท ตามลำดับ

อุบลฯ’เหลือแค่ ๓๗ โครงการ

          ทางด้านจังหวัดอุบลราชธานีพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน ๓๗ โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน ๓,๖๖๒ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๑๐,๕๙๙ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๑,๕๕๐ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๔,๕๕๕ ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน ๓๔ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๒,๙๔๒ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๙,๕๕๒ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๑,๒๑๒ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๔,๐๕๕ ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน ๓ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๗๒๐ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๑,๐๔๘ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๓๓๘ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๕๐๐ ล้านบาท 

          ทั้งนี้ หน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดจำนวน ๓,๖๖๒ หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ ๕๑.๖เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ในระดับราคา ๓–๕ ล้านบาท รองลงมา ร้อยละ ๑๙.๗ เป็นอาคารชุด อยู่ในระดับราคา ๑–๑.๕ ล้านบาท ร้อยละ ๑๓.๕  เป็นทาวน์เฮ้าส์ อยู่ในระดับราคา ๑.๕-๒ ล้านบาท ร้อยละ ๑๑.๒ เป็นบ้านแฝด อยู่ในระดับราคา ๒–๓ ล้านบาท ที่เหลือเป็นอาคาพาณิชย์และที่ดินเปล่าจัดสรร

          ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดอุบลราชธานีขายดีมากที่สุด ๕ อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ ๑) ทำเลขามใหญ่ขายได้ร้อยละ ๖๘.๘ มูลค่าที่ขายได้ ๕๔๒ ล้านบาท ๒) ทำเลห้วยวังนองขายได้ร้อยละ ๖๗.๙ มูลค่าที่ขายได้ ๖๑๘ ล้านบาท ๓) ทำเลวนารมย์-โนนหงษ์ทอง ขายได้ร้อยละ ๕๗.๙ มูลค่าที่ขายได้ ๑,๓๖๓ ล้านบาท ๔) ทำเลนาเมืองขายได้ร้อยละ ๕๖.๗ มูลค่าที่ขายได้ ๙๔๑ ล้านบาท ๕) ทำเลวารินชำราบขายได้ร้อยละ ๕๔.๐ มูลค่าขายได้ ๑,๒๒๑ ล้านบาท 

          ส่วนทำเลอาคารชุดในจังหวัดอุบลราชธานีที่ขายดี โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ทำเลนาเมือง ขายได้ร้อยละ ๗๒.๑ มูลค่าที่ขายได้ ๓๗๔ ล้านบาท ทำเลอุบลสแคว์ขายได้ร้อยละ ๓๔.๐ มูลค่าที่ขายได้ ๙๘ ล้านบาท และทำเลเซ็นทรัลอุบลราชธานี ขายได้ร้อยละ ๒๘.๙ มูลค่าที่ขายได้ ๗๖ ล้านบาท ตามลำดับ

อุดรธานี’เหลือเพียง ๕,๖๔๗ หน่วย

          ในขณะที่จังหวัดอุดรธานี มีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย ๓๕ โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน ๕,๖๔๗ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๑๖,๗๔๕ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๑,๖๙๙ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๖,๔๕๐ ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน ๓๐ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๒,๗๘๓ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๑๐,๘๕๔ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๑,๔๗๐ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๕,๙๗๗ ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน ๕ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๒,๘๖๔ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๕,๘๙๐ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๒๒๙ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๔๗๔ ล้านบาท 
ทั้งนี้ หน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดจำนวน ๕,๖๔๗ หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ ๕๐.๗ เป็นอาคารชุด อยู่ในระดับราคา ๑.๕–๒ ล้านบาท รองลงมา ร้อยละ ๒๗.๙ เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ในระดับราคา ๓–๕ ล้านบาท ร้อยละ ๑๐.๑ เป็นทาวน์เฮ้าส์ อยู่ในระดับราคา ๑.๕–๒ และ ๒–๓ ล้านบาท ร้อยละ ๖.๔ เป็นบ้านแฝด อยู่ในระดับราคา ๒–๓ ล้านบาท ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่าจัดสรร

ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดอุดรธานีขายดีมากที่สุด ๕ อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ ๑) ทำเลบ้านจั่นขายได้ร้อยละ ๖๕.๙ มูลค่าขายได้ ๙๐๓ ล้านบาท ๒) ทำเลทางออกหนองคายขายได้ร้อยละ ๕๗.๐ มูลค่าที่ขายได้ ๑,๔๐๒ ล้านบาท ๓) ทำเลในเมืองขายได้ร้อยละ ๔๕.๖ มูลค่าที่ขายได้ ๙๐๒ ล้านบาท ๔) ทำเลบ้านเลื่อม ขายได้ร้อยละ ๔๓.๒ มูลค่าที่ขายได้ ๖๘๓ ล้านบาท ๕) ทำเลหนองขามขายได้ร้อยละ ๓๒.๔ มูลค่าที่ขายได้ ๕๐๙ ล้านบาท ส่วนทำเลอาคารชุดที่ขายได้เป็นทำเลในเมืองอุดรธานีขายได้ร้อยละ ๙๒.๐ มูลค่าที่ขายได้ ๕,๔๑๗ ล้านบาท 

มหาสารคาม ๒๔ โครงการ

ส่วนจังหวัดมหาสารคามมีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน ๒๔ โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน ๒,๓๐๐ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๖,๓๕๑ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๙๕๐ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๒,๕๕๓ ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน ๑๘ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๑,๙๑๕ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๕,๙๒๙ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๗๘๓ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๒,๓๒๔ ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน ๖ โครงการ มีจำนวนหน่วย ๓๘๕ หน่วย มูลค่าโครงการรวม ๔๒๒ ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด ๑๖๗ หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย ๒๒๙ ล้านบาท 
ทั้งนี้ หน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุด ๒,๓๐๐ หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ ๔๘.๔ เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ในระดับราคา ๕–๗.๕ ล้านบาท รองลงมา ร้อยละ ๒๙.๔ เป็นทาวน์เฮ้าส์ อยู่ในระดับราคา ๒–๓ และ ๓–๕ ล้านบาท ร้อยละ ๑๖.๗ เป็นอาคารชุด อยู่ในระดับราคา ๑–๑.๕ ล้านบาท ร้อยละ ๔.๗ เป็นอาคารพาณิชย์ อยู่ในระดับราคามากกว่า ๓ ล้านบาทขึ้นไป ที่เหลือเป็นที่ดินเปล่าจัดสรร

ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดมหาสารคามที่ขายดี โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ทำเลในอำเภอเมืองมหาสารคามขายได้ร้อยละ ๖๒.๔ มูลค่าขายได้ ๒,๗๔๐ ล้านบาท และทำเลในอำเภอกันทรวิชัยขายได้ร้อยละ ๕๓.๗ มูลค่าที่ขายได้ ๘๖๖ ล้านบาท ส่วนทำเลอาคารชุดที่ขายได้เป็นทำเลในอำเภอกันทรวิชัยขายได้ร้อยละ ๕๗.๔ มูลค่าที่ขายได้ ๗๖ ล้านบาท และทำเลในอำเภอเมืองมหาสารคามขายได้ร้อยละ ๕๖.๑ มูลค่าที่ขายได้ ๑๑๖ ล้านบาท

ทั้งนี้ จากการสำรวจทั้ง ๕ จังหวัด สรุปได้ว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน ๓๑๙ โครงการ มีหน่วยในผังโครงการรวมทั้งสิ้น ๓๗,๒๑๙ หน่วย มีมูลค่าโครงการรวม ๑๔๕,๑๓๑ ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรร ๒๔๘ โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน ๒๖,๐๑๘ หน่วย มีมูลค่าโครงการรวม ๙๘,๙๕๘ ล้านบาท โครงการอาคารชุด ๕๗ โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน ๑๐,๕๖๙ หน่วย มีมูลค่าโครงการรวม ๒๙,๓๗๕ ล้านบาท และโครงการวิลล่า ๑๔ โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน ๖๓๒ หน่วย มีมูลค่าโครงการรวม ๑๖,๗๙๘ ล้านบาท

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๒ วันอังคารที่ ๑๑ - วันเสาร์ที่ ๑๕  เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

 

774 7581