25thMay

25thMay

25thMay

 

December 22,2018

ทีเส็บ’หนุน Northeast Tech18 ชื่นชมงานใหญ่สุดในอีสาน ต้นแบบงานแสดงสินค้าภูมิภาค

            เริ่มแล้ว “Northeast Tech 18” (Korat F.T.) งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน แหล่งรวมอุปกรณ์โรงงานงานช่าง หุ่นยนต์แขนกล อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ วันที่ ๒๐-๒๔ ธันวาคมนี้ ผู้บริหาร ‘ทีเส็บ’ ชมเป็นงานใหญ่ภาคอีสาน ต้นแบบการยกระดับงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาค

            เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่โคราชฮอลล์ ชั้น ๔ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน “Northeast Tech 18” (Korat F.T.) งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน. หรือ TCEB) ดร.วีรชัย อาจหาญ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และพ่อค้าคหบดี ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม รวมไปถึงผู้สนับสนุนในการจัดงาน “Northeast Tech 18” (Korat F.T.) ครั้งนี้ อาทิ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล รักษาการแทนผู้อำนวยการเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และนายสุนทร จันทร์รังสี ผู้บุกเบิกหนังสือพิมพ์โคราชคนอีสาน ทั้งนี้ ภายในงานมีบูธจัดแสดงสินค้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรมกว่า ๕๐ บูธอีกด้วย

เทคโนโลยีช่วยพัฒนาธุรกิจ

            นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาถือเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต่างๆ เป็นตัวแทนของภาคเอกชนประสานงานกับภาครัฐ ให้เกิดความ ร่วมมือในทางธุรกิจ สำหรับการจัดงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน “Northeast Tech 18” (Korat F.T.) ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ก่อให้เกิดความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อต้องการให้เกิดงานที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีในจังหวัดนครราชสีมาอย่างแท้จริง เพื่อเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ยังคาดหวังอยากให้ผู้ประกอบการ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการประกอบกิจการ และเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมรวมและประชาชนทั่วไปที่ สนใจในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง ได้มีโอกาสเข้าร่วมชมงาน เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ให้ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจใน ยุคอุตสาหกรรม ๔.๐ ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย มีผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม เข้ามาจำหน่าย อุปกรณ์โรงงาน งานช่าง หุ่นยนต์ แขนกล รถไฟฟ้า EV เครื่องจักรกลการเกษตร อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ พร้อมกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น การจับคู่ธุรกิจ Business matching โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thaisubcon)  กิจกรรม “เปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๘” โดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนวท.) และกิจกรรมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ๔๐ สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ การแข่งขัน ROV โดย True จำนวน ๖๔ ทีม และไฮไลท์      อีกอย่างของงานก็คือจะมีการ สัมภาษณ์พิเศษ “น้องมิลค์” ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง วัย ๑๑ ขวบ แชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด ในการแข่งขันงาน ALISPORTS WESG Hongkong Esports Festival 2018 International Drone Racing Challenge และการจัด Food ลอยฟ้า บริเวณ Sky Hall ชั้น ๔ อีกด้วย”

ทีเส็บ’สนับสนุนงาน

            นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศ สสปน. กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงาน “NORTHEAST TECH 2018” ซึ่ง สสปน.หรือ TCEB  จะมีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนางานอุตสาหกรรม งานแสดงสินค้าโดยมีกลยุทธ์ในการดึงงานนานาชาติ ให้มาจัดงานในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศเดินทางมาจัดงานและร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางและเป็นหนึ่งในการจัดแสดงสินค้าในเอเชีย ในส่วนของการส่งเสริมตลาดอุตสาหกรรมการจัดแสดงสินค้าภายในประเทศ TCEB ส่งเสริมเน้นให้องค์กร สมาคม ภาคเอกชน สร้างงานแสดงสินค้าของตนขึ้น โดยเล็งเห็นความสำคัญของกลไกงานสินค้าจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยส่งเสริม พัฒนาองค์ประกอบทุกมิติให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ จะนำมาเพื่อศักยภาพ และความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย โดยในปีนี้ TCEB ได้ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงสินค้าในประเทศ ทั้งหมด ๑๓ หน่วยงาน ภาครัฐมี ๖ กระทรวง เช่นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ และกระทรวงดิจิทัล เป็นหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการจัดการแสดงสินค้า ส่วนหน่วยงานอื่นๆ เช่น งาน BOI, สำนักงานส่งเสริมนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ สสว. ส่วนงานภาคเอกชนมี ๓ องค์กรใหญ่ คือหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม และสมาคมการแสดงสินค้าไทย ทั้งหมดนี้ร่วมกันเพื่อบูรณาการในการสร้างงานใหญ่ ในการยกระดับงานแสดงสินค้าโดยเฉพาะงานที่จัดอยู่ในภูมิภาค เพื่อตอบโจทย์จุดแข็ง จุดเด่น และสินค้าในบริการพื้นที่นั้นๆ เป็นส่วนสำคัญโดยร่วมกันส่งเสริม เพิ่มประสิทธิภาพในการค้าการลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการยกระดับงานให้มีองค์ประกอบของงาน ที่มีการซื้อขายเพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนจากภูมิภาคอื่นๆ รวมทั้งนักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งผู้เข้าร่วมงานด้วย

            “การจัดงาน “NORTHEAST TECH” ในครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างงานสำคัญ ที่เรารู้สึกภาคภูมิใจภายใต้โครงการ MTEC ทั้ง ๑๓ หน่วยงาน เพื่อยกระดับการจัดงานให้เห็นอย่างชัดเจนรวมถึงความร่วมมือกันและการให้คำแนะนำ ชี้แนะทุกภาคส่วน ทั้งจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น จึงทำให้งานโคราช F.T.I. Fair ยกระดับเป็นงาน “NORTHEAST TECH 2018” งานมหกรรมเทคโนโลยีอีสาน งานแสดงสินค้และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน TCEB หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “NORTHEAST TECH 2018” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของงานยกระดับให้แก่งานแสดงสินค้าอื่นๆ ที่จัดอยู่ในทุกภูมิภาคต่างๆ ของต่างประเทศด้วย” นายสราญโรจน์ กล่าว

ยุคของเทคโนโลยี

            นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “การจัดงาน Northeast Tech 18 ถือเป็นครั้งแรกของสภาอุตสาหกรรม มีการรวบรวมเทคโนโลยีต่างๆ จากทั่วโลกมาจัดแสดงที่โคราช ถือว่าเป็นบทบาทหน้าที่ที่ภาคเอกชนต้องช่วยในการสนับสนุนภาครัฐ อุตสาหกรรมนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะต้องมีการจ้างงาน มีการลงทุน มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม และมีการผลิต-การส่งออกเพื่อนำรายได้เข้ามาในประเทศ ฉะนั้นเศรษฐกิจของประเทศส่วนหนึ่งจึงอยู่บนพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นการจัดงานเช่นนี้ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว การตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรม จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งเทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง หากพูดในภาษาภาคอุตสาหกรรมคือ ‘ยุคที่ ๔ หรือ ยุค ๔.๐’ สมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามา ยุคอุตสาหกรรมที่รุ่งเรืองในขณะนั้นคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมต่อเรือ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเดินทาง การเชื่อมต่อ การค้าขาย การจ้างงาน ซึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมในแต่ละยุคนั้น ต้องใช้เวลานาน ๔๐-๕๐ ปี ถ้าถามว่าปัจจุบันเป็นยุคของอะไร เราคงต้องตอบว่า ‘นี่คือยุคของเทคโนโลยี’ ซึ่งผู้คนในขณะนี้จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จะต้องเป็นคนที่ทันสมัยตลอดเวลา เพราะโลกทุกวันนี้ต้องแข่งขัน ทุกคนทุกประเทศ ต้องแข่งขันกันเสมอเพื่อความอยู่รอด แข่งขันเพื่อให้เป็นผู้ชนะด้านเศรษฐกิจ ทุกอย่างนี้ทำเพื่อความอยู่รอดทั้งนั้น แต่ก่อนเราอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศต่างๆ แต่วันนี้เราจะเห็นว่า ทุกประเทศมีการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเทคโนโลยีทางการศึกษา ถือเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ ตามมา”

เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนถูกลง

            “ในขณะที่ผมเดินเข้ามาในงาน เห็นบูธหนึ่งแสดงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการถูกกว่า แต่ยังมีเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ยกตัวอย่างเช่น การผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งประเทศไทยมีทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยน้ำ ด้วยถ่านหิน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเมื่อก่อนเราไม่เคยผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย   รูปแบบต่างๆ แบบนี้ แต่ด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัย ผมจะเล่าให้ฟังว่า เมื่อ ๑๐ ปีก่อน รัฐบาลได้ชวนภาคเอกชนมาทำโรงไฟฟ้าด้วยพลังงานลมและแสงแดด แต่ว่าไม่มีใครสนใจ แม้รัฐบาลจะยื่นข้อเสนอให้ด้วยการเพิ่มมูลค่าแล้วก็ตาม ซึ่งปัจจุบันต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมและแสงแดด มีต้นทุนที่ถูกมาก ซึ่งเทคโนโลยีนอกจากจะมีความเท่แล้ว ปัจจุบันยังทำให้ต้นทุนในการผลิตราคาถูกขึ้นด้วย ดังนั้นทุกวันนี้ กระแสของเทคโนโลยีนั้นมาแรงมากๆ ต่อไปเราก็จะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูง มีพลังงานทดแทนที่สะอาด อีกอย่างปัจจุบันสังคมเงินสดก็แทบจะไม่เหลือแล้ว มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธนาคารแทบทุกแห่ง หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ คงต้องบอกว่า ‘ทุกวันนี้คนมาเดินเที่ยวมักจะกินอาหารมากกว่ามาช้อป ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนมากที่คนจะมาเดินช้อปมากกว่ามาหาของกิน’ นี่ก็เพราะว่าเรามาเดินเที่ยวเห็นของ เห็นสินค้าเราก็เก็บไว้ในใจก่อน เมื่อกลับไปที่บ้านก็ใช้ระบบตลาดออนไลน์ในการสั่งซื้อ บางครั้งก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าตามท้องตลาดเสียด้วย ทุกอย่างที่ผมกล่าวมาคือ เราทุกคนกำลังเข้าไปสู่อีกยุคหนึ่งของโลก เป็นยุคของเทคโนโลยี ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากที่ทุกคนช่วยกันจัดงานในวันนี้ เป็นการสร้างความตื่นตัวใหม่ๆ ให้กับสังคมของคนโคราชด้วย” นายสุวัจน์ กล่าว

ภาคเกษตรสำคัญ

            อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า “นอกจากเราจะมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแล้ว วันนี้ประเทศยังมีจุดแข็งที่ถือว่าเป็นที่หนึ่งก็ว่าได้ คือ การเกษตร เพราะอย่างไรแล้วคนก็ต้องกิน อาหารก็ครองโลก นี่คือความโชคดีของคนไทย และทั่วโลกประชากรก็มากขึ้น หลายที่หันมาห่วงเรื่องสุขภาพ จึงมีการหันมาทำอาหารออร์แกนิก มีการให้ความสำคัญต่อภาคเกษตรเป็นอย่างมาก ซึ่งคือจุดแข็งของประเทศไทย แต่เรายังทำเกษตรเป็นเกษตร ส่งออกสินค้าเกษตรเป็นสินค้าเกษตรอยู่ เราจึงควรหันมาแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยการนำอุตสาหกรรมเข้ามาช่วย เช่นปัจจุบันเรามีการส่งออกยางพารา แต่บางคนก็นำไปแปรรูปเป็นสินค้าอื่นๆ ซึ่งเพิ่มมูลค่าให้ได้ถึง ๗ เท่า ฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า การนำอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยนั้น จะทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในอนาคตหากเราหันมาทำเรื่องอุตสาหกรรมกันอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าเราจะกลายเป็นประเทศที่มีความยั่งยืนทางเกษตรในระดับสากลแน่ๆ เทคโนโลยีจะเข้ามามากแค่ไหนก็ไม่ทำให้ภาคเกษตรของเราเสื่อมลงไปได้ เพราะเทคโนโลยีจะเข้ามาเติมเต็ม เพราะเรามีวัตถุดิบที่อยู่ในมือแล้ว นอกจากเราจะมีภาคเกษตรที่เป็นจุดแข็งของประเทศแล้ว เรายังมีการท่องเที่ยวที่โดดเด่น เรามีวัตถุดิบด้านการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน ตั้งแต่หน้าตาของคนไทย รอยยิ้มของคนไทย อาหารการกินก็อร่อย เป็นที่รู้จักของทั่วโลก และยังมีภูเขา มีทะเล มีชายหาด ผมเชื่อว่าไม่มีประเทศไหนที่จะมีความงดงามสู้กับประเทศไทยได้อีกแล้ว ฉะนั้นเมืองไทยถือเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก สังเกตได้ว่า เวลาที่ประเทศไทยไปเสนอตัวเป็นเจ้าภาพอะไร ประเทศไทยไม่เคยพลาด แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้นเอง หากเรามีพร้อมทุกด้าน ผมเชื่อว่าใครก็อยากจะมาจัดงานที่ประเทศไทย นอกจากจะได้มาจัดงานที่นี่แล้ว ก็ยังจะได้ท่องเที่ยวด้วย ฉะนั้นนี่คือจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย แม้ทุกคนจะบ่นว่าเศรษฐกิจแย่ลง แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแย่ลงเลยคือ การท่องเที่ยว ประเทศไทยได้กำไรจากการท่องเที่ยวมากมายมหาศาล ซึ่งรายได้หลักของประเทศก็มาจากการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเรามีจุดแข็งทั้งด้านเกษตรและท่องเที่ยวแล้ว เราต้องจับหลักของเราไว้ ส่วนด้านอื่นก็ประคับประคองเอาไว้ แล้วเราจะไม่แพ้ใคร” นายสุวัจน์ กล่าว

            ทั้งนี้ ภายหลังการเปิดงานเสร็จ มีการเยี่ยมชมการแสดงเทคโนโลยีตามบูธต่างๆ ภายในงาน โดยงาน “Northeast Tech 18” มีขึ้นระหว่างวันที่ ๒๐-๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๑

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๔ วันศุกร์ที่ ๒๑ - วันอังคารที่  ๒๕ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

 


758 7581