20thMay

20thMay

20thMay

 

December 27,2018

มข.พร้อมพระราชทานเพลิงศพ ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ’ ๒๙ มกราสาธุชนหลั่งไหลนับแสน

            เตาเผาสรีระสังขาร “หลวงพ่อคูณ” เสร็จแล้ว ขณะที่การจัดเตรียมสถานที่ใกล้แล้วเสร็จ พร้อมรับศิษยานุศิษย์ที่จะหลั่งไหลมาร่วมพิธีนับแสนคน ส่วนนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกและสัตว์หิมพานต์ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชม ๒๒-๒๘ มกราคม

            เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ น. วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างยังคงเร่งก่อสร้างเมรุภายในพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งเป็นสถานที่าำหรับการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่มีกำหนดวันพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ โดยพบว่าจุดที่สร้างเมรุลอยนั้น ฐานเมรุเสร็จแล้ว โดยมีการวางเตาเผาไว้ตรงกลาง เหลือเพียงการก่อสร้างและเก็บรายละเอียดรอบเมรุที่ยังไม่เรียบร้อย รวมทั้งยังมีการสร้างอาคารและถนนทางเข้าและพื้นที่โดยรอบเมรุดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

            รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า เตาเผาที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเตาเผาสีทองอร่าม ประตูเตาเผาฉลุเป็นรูปหลวงพ่อคูณในท่านั่ง ซึ่งขณะนี้ถูกนำมาวางไว้ตรงกลางเมรุลอย ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส ไม่ให้โดนฝุ่นละออง ซึ่งเตาเผานี้จะถูกใส่ไว้ภายในเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ โดยเตาเผาดังกล่าวมีขนาดเตาหากวัดจากภายนอกได้ ไม่รวมฐานเหล็ก กว้าง ๑.๕๒ เมตร ยาว ๒.๗๘ เมตร สูง ๑.๖๑ เมตรใช้อิฐประสาน ๘๖๐ ก้อน ภายในเตาจะวางเรียงด้วยไม้จิก ๑๒๙ ท่อน และไม้มงคลชนิดต่างอีก ๖ ท่อน แบ่งเป็นไม้รองฟืน ๒ ท่อน ไม้รองโลง ๒ ท่อน และไม้ล็อคหัวโลง ๒ ท่อน เมื่อเกิดการเผาไหม้ เถ้าอัฐิจะหล่นลงถาดแสตนเลส ไม่ฟุ้งกระจาย และจะนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขงตามพินัยกรรม”

            “สำหรับสถานที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งเมรุลอยในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณนั้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าว เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งที่ ๒ คณะแพทยศาสตร์ มข.ซึ่งเป็นผู้ที่หลวงพ่อคูณระบุไว้ในพิธีกรรมให้เป็นผู้ดำเนินการฌาปนกิจศพหลวงพ่อ ได้มีการหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับคณะศิษยานุศิษย์ที่จะใช้สถานที่ดังกล่าวในการประกอบพิธี แต่ด้วยการที่หลวงพ่อคูณเป็นพระผู้ปฏิบัติ มีผู้คนเคารพ และต้องการให้สมเกียรติ จึงขอพระราช ทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ และจัดสร้างเมรุลอย ณ พุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมือง พื้นที่บ้านเต่านอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งสามารถรองรับศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณที่จะมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงฯ ได้มากกว่า ๕ แสนคน โดยเตาเผาดังกล่าวจะอยู่ในเมรุลอย ที่ออกเเบบโดยอาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นรูปนกหัสดีลิงค์ ซึ่งเป็นตำนานตามความเชื่อของชาติพันธุ์ไทอีสานโบราณ ด้วยการจำลองเขาพระสุเมรุ มีสระอโนดาต และสัตว์ในตำนาน ๓๐ ตัว ความสูง ๒๒ เมตร โดยการก่อสร้างทั้งหมดเป็นสีขาว สื่อถึงความบริสุทธิ์ เรียบง่าย ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม” รศ.ดร.นิยม กล่าว

            ต่อมาในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกและสัตว์ป่าหิมพานต์ สำหรับการใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพ วิทยาคม หลังการดำเนินการก่อสร้างในขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จทั้งหมด และเตรียมเคลื่อนย้ายไปทำการประกอบและทำการตกแต่งพื้นที่ภายในบริเวณพุทธมณฑลอีสาน 

            รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ กล่าวว่า ภาคพิธีการและภาคพิธีกรรม ในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณนั้น ขณะนี้เตรียมการไปแล้วมากกว่าร้อยละ ๙๐ โดยสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจะถูกย้ายจากคณะแพทยศาสตร์ มข. มายังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. ในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลร่วมกับร่างครูใหญ่ทั้งหมดที่มีกำหนดพระราชทานเพลิงศพพร้อมกันประจำปี ๒๕๖๒ จากนั้นในวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๒ สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมรุลอยชั่วคราวภายในบริเวณพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งจากกำหนดการที่ระบุนั้นคณะทำงานด้านการจัดเตรียมสถานที่และภาคพิธีกรรมได้กำหนดการเคลื่อนย้ายนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก สัตว์ป่าหิมพานต์ รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยทำการทยอยเคลื่อนย้ายจากบริเวณริมบึงสีฐาน ไปยังพุทธมณฑลอีสานระหว่างวันที่ ๗-๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการประดับตกแต่งและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ โดยขั้นตอนดังกล่าวนี้จะใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน

            “คณะทำงานทุกฝ่ายที่ได้รับมอบหมายร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด ๓ ท่าน และคณะศิษยานุศิษย์ มีการประสานการทำงานและหารือแนวทางการทำงานร่วมกันทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาไม่กี่วันก็จะถึงพิธีการสำคัญที่พุทธศาสนิกชนและผู้ที่ให้ความเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณจากทั่วโลกจะเดินทางมาร่วมพิธีการสำคัญ ซึ่งขั้นตอนของการก่อสร้างเฉพาะในส่วนของภาคพิธีกรรมนั้น ขณะนี้เตาเผาของหลวงพ่อคูณมีการติดตั้งไว้บริเวณลานดินไว้แล้ว ซึ่งเมื่อนกหัสดีลิงค์เดินทางไปถึงก็จะทำการติดตั้งส่วนฐาน ส่วนบุษบก และธรรมมาสน์ทั้ง ๔ ทิศทันที จากนั้นจะทำการติดตั้งพญานาค ทั้ง ๘ ทิศ รวม ๑๖ ตัว การประดับตกแต่งสัตว์ป่าหิมพานต์ในตำนานทั้ง ๓๒ ตัว โดยทั้งหมดจะติดตั้งครอบเตาเผาตามขั้นตอน ขณะที่โลงของหลวงพ่อคูณ ที่เทินอยู่บนยอดบุษบกนั้นจะมีการระดมทีมช่างแทงหยวกมาร่วมกันแทงหยวกตกแต่งโลงศพของหลวงพ่อในวันที่ ๒๘ มกราคม ดังนั้น ตามกำหนดขั้นตอนของการประดับตกแต่งและติดตั้งเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณที่ได้กำหนดให้เป็นรูปของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกจะแล้วเสร็จในวันที่ ๒๐ มกราคม โดยจะเปิดให้ประชาชนนั้นได้เข้าชมระหว่างวันที่ ๒๒-๒๘ มกราคม ๒๕๖๒ เท่านั้น” 

            รศ.ดร.นิยม กล่าวอีกว่า พื้นที่ภายในสถานที่ของการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อคูณนั้นสามารถรองรับประชาชนได้เพียงประมาณ ๑๕,๐๐๐ คนเท่านั้น แต่งานในครั้งนี้มั่นใจว่าจะมีคนมาร่วมงานไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน โดยจะทยอยเดินทางมาตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ ซึ่งในวันที่ ๒๙ มกราคมจะไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปภายในบริเวณงานเด็ดขาด เนื่องจากเป็นพระราชพิธีสำคัญที่จะอนุญาตให้เฉพาะคนในครอบครัวของหลวงพ่อคูณ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายในพระราชทานพิธีเท่านั้น ซึ่งลำดับพิธีการหรือข้อห้ามต่างๆ นั้นขอให้ทุกคนเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารและติดตามการประกาศจากทาง ม.ขอนแก่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงพิธีการทุกวัน 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๕ วันพุธที่ ๒๖ - วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑


734 7697