20thMarch

20thMarch

20thMarch

 

December 27,2018

สนข.ย้ำ LRT โคราชเปิดใช้ปี’๖๘ นำร่อง‘เซฟวัน-บ้านนารีสวัสดิ์’ ปี ๖๒ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

          สนข.รณรงค์ระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ย้ำโคราชเริ่มสร้าง LRT นำร่องสายสีเขียว “เซฟวัน-บ้านนารีสวัสดิ์” ๑๑.๑๗ กม. คาดเปิดให้บริการในปี ๒๕๖๘ โดยเริ่มกระบวนการ EIA ในปีหน้า ยืนยันลดผลกระทบประชาชนมากที่สุด 

          ตามที่เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นายวิจิตต์ นิมิตวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยดาราสาว จ๊ะจ๋า-พริม รตา ร่วมกิจกรรมรณรงค์และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในจังหวัดนครราชสีมา ได้รับความสนใจจากประชาชนพอสมควร

LRT ส่งผลให้โคราชเป็นสมาร์ทซิตี้

          นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นครราชสีมามีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๑ ของประเทศ มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ เป็นประตูสู่อีสานจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อีสานเหนือและอีสานใต้ แต่บริบทและวิถีชีวิตของสังคมเมืองมีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกิดความแออัดของเมือง ส่งผลให้ความน่าอยู่ของเมืองลดลง ปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากจำนวนรถที่มากกว่าพื้นที่ถนนมีความล่าช้าในการเดินทาง เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดทั้งงบประมาณและการลงทุนอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกระทั่งปัจจุบัน ต้องขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว และมอบหมายให้ สนข.ดำเนินการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมาเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการออกพระราชกฤษฎีกาให้อำนาจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินโครงการรถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี ๒๕๖๘ สำหรับกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในจังหวัดนครราชสีมา ที่สนข.จัดขึ้นในวันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องยินดีที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แทนการใช้ยานพาหนะส่วนตัว รวมทั้งให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นแนวทางและนโยบายที่สำคัญของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล โดยหวังว่าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT = Light Rail Transit) จังหวัดนครราชสีมา จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะทำให้จังหวัดนครราช สีมากลายเป็น Smart City และทำให้ชาวนครราชสีมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความปลอดภัยในการเดินทางสัญจร และสามารถขับเคลื่อนให้จังหวัดนครราชสีมาสู่การเป็นประตูสู่อีสานที่สมบูรณ์

เน้นความปลอดภัยประชาชน

          นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สนข. กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน กำหนดให้การป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน เป็นนโยบายสำคัญที่ทุกหน่วยงานในสังกัดจะต้องร่วมกัน ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ พร้อมจัดบริการ และอำนวยความสะดวกทุกโหมดการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ และปลอดภัย ผ่านการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของทุกหน่วยในสังกัดกระทรวงคมนาคมในระบบขนส่งทุกรูปแบบการเดินทางที่ต้องเชื่อมต่อกัน เพื่อความสะดวก และปลอดภัยสูงสุดของประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทุกพื้นที่ทั่วไทย ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ควบคู่กับการควบคุม กำกับ ดูแล และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนภายใต้นโยบาย One Transport, One Family แนวคิด “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” และ “มอเตอร์ไซค์ เปิดไฟใส่หมวกกันน็อค”

          “ในวันนี้ สนข.ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในจังหวัดนครราชสีมาขึ้น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้ยานพาหนะส่วนตัว รวมทั้งให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในจังหวัดนครราช สีมาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เสริมสร้างศักยภาพให้เป็นเมืองที่มีความพร้อมในการเชื่อมต่อสู่พื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด และเป็นพื้นที่รองรับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเร่งรัดให้มีการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดนครราชสีมาสายแรก เพื่อให้สามารถเปิดบริการได้ในปี ๒๕๖๘”

LRT โคราช ๓ เส้นทางหลัก

          นายวิจิตต์ กล่าวอีกว่า “คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ ได้รับทราบผลการดำเนินโครงการจัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา โดย สนข. ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นระบบรถไฟฟ้า Light Rail Transit (LRT) หรือ Tram way มี ๓ เส้นทางหลัก ประกอบด้วย สายสีเขียว ๒๐ สถานี ระยะทาง ๑๑.๑๗ กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน ๘,๔๐๐ ล้านบาท, สายสีส้ม ๑๗ สถานี ระยะทาง ๘.๘๑ กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน ๕,๒๐๐ ล้านบาท และสายสีม่วง ๙ สถานี ระยะทาง ๗.๑๔ กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน ๔,๘๐๐ ล้านบาท รวมระยะทาง ๒๘.๑๒ กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีส่วนต่อขยายมี ๓ เส้นทาง ประกอบด้วย สีเขียว สีส้ม และสีม่วง รวมสถานีทั้งหมด ๒๐ สถานี ระยะทางรวม ๒๑.๘๗ กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนส่วนต่อขยาย ๓ เส้นทาง จำนวน ๑๔,๒๐๐ ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการ ๓๒,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ รฟม.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ โดยมีสายสีเขียวเป็นโครงการนำร่อง เส้นทางเริ่มจากตลาดเซฟวัน–ถนนมุขมนตรี–สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง ๑๑.๑๗ กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการออกพระราชกฤษฎีกาให้อำนาจ รฟม. ในการดำเนินโครงการในจังหวัดนครราชสีมาต่อไป” นายวิจิตต์ กล่าว

คาดปี ๒๕๖๘ พร้อมใช้บริการ

          หลังจากนั้น นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้ารางเบาของจังหวัดนครราชสีมาว่า ขณะนี้ ผ่านคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีมติเห็นชอบในเรื่องของผลการศึกษา แล้วมอบให้กับทาง รฟม. รับไปดำเนินการต่อ ซึ่งในปัจจุบัน อยู่ในระหว่างที่ รฟม. จะออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อที่จะให้มีอำนาจ การที่จะเป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ได้ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งรฟม.ต้องมีการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ด้วยว่า โครงการนี้มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร หรือว่าจะต้องมีการเวนคืนที่ดินหรือไม่ 

          “ในส่วนของการออกแบบใช้เวลาประมาณ ๑ ปี ส่วนกระบวนการ EIA นั้นไม่สามารถควบคุมได้ เพราะว่าขึ้นอยู่กับกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะสามารถพิจารณาการศึกษา EIA ได้เสร็จเมื่อไร แต่โดยปกติจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ ๑-๒ ปี เมื่อผ่านแล้วจึงสามารถเสนอผ่านไปยังสภาพัฒน์ ผ่านไปยัง ครม. (คณะรัฐมนตรี) เพื่ออนุมัติโครงการและวงเงินก่อสร้าง รวมทั้งพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จากนั้นจึงจะไปสู่กระบวนการเปิดประมูล ซึ่งต้องมีเอกสารการประมูลในเรื่องของพระราชกฤษฎีกาเวนคืนเรียบร้อยแล้ว เพื่อหาผู้รับจ้าง (ผู้รับเหมา) ซึ่งเมื่อได้ผู้รับจ้างแล้วจึงจะเริ่มโครงการ โดยการก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ ๓ ปี ซึ่งจะมีการทดสอบระบบอย่างน้อยก็ประมาณ ๖ เดือน เบ็ดเสร็จแล้วก็คาดว่าโครงการนี้เสร็จทั้งหมดและสามารถให้ประชาชนใช้บริการได้ในปี ๒๕๖๘” นายวิจิตต์ กล่าว 

          สื่อมวลชนถามอีกว่า มีการคัดค้านจากคนในพื้นที่บางกลุ่ม จะเป็นอุปสรรคการทำงานในขั้นตอนใด? นายวิจิตต์ ชี้แจงว่า จะอยู่ในกระบวนการจัดทำ EIA ซึ่งคณะผู้ศึกษาจะต้องรับฟังปัญหาของประชาชนทั้งหมดไปดูแลแก้ไข จะมีแนวทางแก้ไขเยียวยาอย่างไร ซึ่งต้องมึการลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด และให้ประชาชนเกิดความพอใจมากที่สุด แต่จะให้พอใจทั้ง ๑๐๐% คงเป็นไปได้ยาก 

          ต่อข้อถามที่ว่า จะมีการทบทวนรูปแบบ LTR หรือไม่? นายวิจิตต์ นิมิตวานิช กล่าวว่า “ในส่วนของรูปแบบจะมีทั้งส่วนที่เป็น LRT และ Feedder ด้วย ในภูมิภาคขณะนี้ ผลการศึกษาเกือบทุกเมืองจะเป็น LRT หมด ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ หรือว่าขอนแก่นที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็น LRT ทั้งหมด”

          ในส่วนของเส้นทางดำเนินการ LRT ในเมืองโคราชนั้น นายวิจิตต์ นิมิตวานิช กล่าวย้ำว่า “เส้นทางที่จะเริ่มดำเนินการนำร่องเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนต้องใช้จำนวนมากที่สุด อย่างเช่นสายสีเขียวที่จะเริ่มก่อน โดยในตัวโครงการแบ่งออกเป็นเฟส เพราะในแง่ของเงินงบประมาณในการลงทุนเราต้องใช้ค่อนข้างเยอะทุกโครงการ และการพัฒนาก็จะเริ่มทีละเส้น ในแง่ของการดำเนินการต้องอยู่ในระบบของ PPP คือหลังจากรัฐดำเนินการก่อสร้างเสร็จจะให้ทางเอกชนเข้ามาร่วมในการบริหารจัดการ ซึ่งภาคเอกชนจะมีความถนัดมากกว่า ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ใน กทม.ด้วย ซึ่งการดำเนินการในส่วนภูมิภาคจะเริ่มที่จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยเริ่มดำเนินการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 

          ท้ายสุดผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของ LRT ขอนแก่นกับนครราชสีมา จังหวัดใดจะดำเนินการเสร็จก่อนกัน? นายวิจิตต์ นิมิตวานิช กล่าวว่า ขอนแก่นอยู่ในระยะของการออกแบบรายละเอียดแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนแล้วจะมีการศึกษา, ออกแบบรายละเอียด, ทำ EIA, ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน, จัดทำเอกสารประกวดราคา เสนอ ครม. เมื่อผ่าน ครม.ก็จะเริ่มประมูล จากนั้นผู้รับจ้างจึงจะเริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จมีการทดลองระบบ หากเห็นว่าระบบเสถียรแล้วจึงเปิดให้บริการได้ ซึ่งในส่วนของเมืองโคราชยังไม่ได้มีการจัดทำ EIA ยังเป็นเพียงการศึกษาอยู่เท่านั้น และน่าจะเริ่มลงมือในปีหน้า 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๕ วันพุธที่ ๒๖ - วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

 

469 5918