20thNovember

20thNovember

20thNovember

 

December 28,2018

ผญบ.เอาที่วัดไปขอเงินชดเชย อ้างลูกหยิบเอกสารผิด

             ตบเท้าร้องศูนย์ดำรงธรรมให้สอบผู้ใหญ่บ้าน อ้างเอาที่ดินวัดให้ลูกชายไปขึ้นทะเบียนขอรับเงินชดเชยทำนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ด้านผู้ถูกร้องอ้าง ลูกชายหยิบเอกสารที่ดินผิดแปลง ลั่นยินดีคืนเงินให้รัฐ

             ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี นายจำปา บุบผาวงศ์ อายุ ๕๑ ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวังม่วง หมู่ ๔ ต.หนองสิม อ.เขมราฐ จ.อุบล ราชธานี พร้อมชาวบ้านกว่า ๑๐ คน ได้เข้าร้องเรียนให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของ นายมานิช ดอกป่าน ผู้ใหญ่บ้านวังม่วงที่นำที่ดินที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างวัดประจำหมู่บ้านวังม่วงจำนวน ๗ ไร่เศษ นำไปให้นายอนุชิต ดอกป่าน อายุ ๓๐ ปี (ลูกชาย) ไปขึ้นทะเบียนขอรับค่าชดเชยการทำนาปีประจำปีการผลิต ๒๕๕๙/๒๕๖๑ กับสำนักงานเกษตรอำเภอเขมราฐ จำนวน ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งชาวบ้านมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

             ด้าน จ.ส.อ.เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดจังหวัดฯ ได้มาพบชาวบ้านและรับเรื่องไว้ พร้อมระบุว่า “เรื่องดังกล่าวมีการตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนในระดับอำเภอแล้ว ระหว่างนี้รอการสรุปของคณะกรรมการที่ชัดเจน เบื้องต้นอาจเป็นการเข้าใจผิดของผู้นำเอกสารไปขึ้นทะเบียน และเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอขณะนั้น ทำงานหละหลวม เมื่อได้ผลสอบชัดเจนจะแจ้งให้ชาวบ้านทราบอีกครั้ง”

             ด้านนายมานิช ดอกป่าน ผู้ใหญ่บ้านวังม่วงได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า “เป็นเรื่องจริง แต่เกิดจากความเข้าใจผิดของลูกชายคือ นายอนุชิต ไปหยิบสำเนาโฉนดเนื้อที่ ๗ ไร่ ๔๕ ตารางวาที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอจัดตั้งเป็นวัดกับทางอำเภอและสำนักงานที่ดินอำเภอเขมราฐ โดยขณะนั้นสำเนาโฉนดดังกล่าว ยังไม่ได้เป็นชื่อวัด แต่เป็นชื่อของนายเคน บุญเรือง อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้รับมอบหมายให้ไปดำเนินการออกโฉนดตั้งวัดตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ มอบให้เจ้าหน้าที่เกษตรกรตำบลไปขึ้นทะเบียนขอรับเงินชดเชยการทำนาประจำฤดูการผลิต ๒๕๕๙/๒๕๖๐”

             โดยโฉนดฉบับดังกล่าว ได้วางรวมไว้กับโฉนดที่นาของนายมานิช ซึ่งมีเนื้อที่ใกล้เคียงกันคือ ๗ ไร่ ๒ งาน ซึ่งนายมานิชมอบให้ลูกชายที่มีครอบครัวใช้ทำกิน ส่วนที่ดินของนายมานิชและภรรยาเนื้อที่ ๑๔ ไร่เศษ ก็ได้ไปขึ้นทะเบียนขอรับเงินชดเชยค่าการผลิตเช่นกัน จึงไม่มีเจตนาเอาที่ดินวัดไปขึ้นทะเบียนรับเงินชดเชยตามที่ถูกกล่าวหา เพราะในปีฤดูกาลผลิตข้าวนาปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ นี้ ก็ได้ยื่นเอกสารขอรับค่าชดเชยการผลิตอีกเช่นกัน แต่เป็นเอกสารที่นาของนายมานิชที่ถูกต้อง และที่ทราบเรื่องมีการส่งเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่เกษตรผิดในปีการผลิต ๒๕๕๙/๒๕๖๑ ก็เนื่องมาจากเมื่อต้นปี ๒๕๖๑ มีเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอมาประชุมและแจ้งว่า นายอนุชิตเอาเอกสารเป็นที่ดินผิดแปลงไปยื่นขอรับเงินค่าชดเชยการทำนา

             ในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน นายอนุชิตลูกชาย จึงไปติดต่อจะขอคืนเงินจำนวน ๗,๐๐๐ บาท ที่ได้รับเป็นค่าชดเชยให้กับทางราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งต้องทำเรื่องหลายขั้นตอน ระหว่างนั้นนายมานิชก็ถูกร้องเรียนว่า เอาที่ดินวัดให้ลูกชายไปขึ้นทะเบียนขอรับเงินชดเชยมาโดยตลอด โดยล่าสุดเพิ่งเข้าไปชี้แจงกับ คณะกรรมการสอบสวนของอำเภอเขมราฐ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการยังไม่ได้ข้อสรุป ทราบเพียงว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิดของนายอนุชิตลูกชาย และยังไม่ทราบว่าคณะกรรมการจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ตนก็ต้องถูกร้องเรียนกล่าวหาจากกลุ่มชาวบ้านที่ไม่ชอบตนมาโดยตลอด ซึ่งตนพร้อมจะชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด เพราะเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ สำนักงานที่ดินอำเภอเขมราฐ ได้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับวัดวังม่วง ตามกระบวน การทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๕ วันพุธที่ ๒๖ - วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

 

917 7731