11thDecember

11thDecember

11thDecember

 

January 08,2019

ครม.อนุมัติ ๓,๑๐๐ ล. สร้างเขื่อนลำน้ำชีชัยภูมิ หลังศึกษาไว้นานเกือบ ๕๐ ปี

             ครม.อนุมัติ ๓,๑๐๐ ล้าน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ ตามกระแสพระราชดำริในหลวง ร.๙ หลังศึกษาไว้นานเกือบ ๕๐ ปี คาดใช้เวลาก่อสร้าง ๖ ปี ช่วยลดความเดือดร้อนประชาชน

             ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ๕๐๑ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ในการประชุมได้สรุปสาระการประชุมทั้งสิ้น ๒๘ เรื่อง ซึ่งโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ อยู่ในลำดับเรื่องที่ ๑๑ โดยมีเนื้อหาดังนี้

             คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ดังนี้ ๑.อนุมัติให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ (โครงการอ่างเก็บน้ำยางนาดี จังหวัดชัยภูมิ เดิม) มีกำหนดแผนงานโครงการ ๖ ปี (ปีงบ ประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒–๒๕๖๗) กรอบวงเงินงบประมาณโครงการทั้งสิ้น ๓,๑๐๐ ล้านบาท ๒.อนุมัติหลักการให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน สามารถจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพในกรณีที่กรมชลประทานไม่สามารถจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบหรือราษฎรไม่ประสงค์จะรับที่ดินแปลงอพยพ ๓.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนงานปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข และพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เสนออย่างเคร่งครัด 

             สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมทั้งข้อสังเกตของสำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อไป 

             โดยสาระสำคัญของโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ สรุปได้ดังนี้ ๑.วัตถุประสงค์โครงการ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับสนับสนุนพื้นที่การเกษตร บรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนและเขตเกษตรกรรม เป็นแหล่งน้ำด้านการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และเพื่อรองรับแผนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นให้เต็มศักยภาพในลุ่มน้ำชี ๒.ที่ตั้งโครงการ อยู่บริเวณพื้นที่บ้านยางนาดี ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า และพื้นที่บ้านละหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ๓.ลักษณะโครงการ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ดังนี้ ๑) เขื่อนดินประเภทแบ่งโซน (Zone Dam) ความยาว ๑,๕๘๐ เมตร ความสูง ๒๔ เมตร ความกว้างสันทำนบดิน ๙ เมตร และขนาดความจุที่ระดับเก็บกัก ๗๐.๒๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ๒) อาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ชนิดประตูระบายเหล็กบานโค้ง ขนาดความกว้าง ๑๒.๕๐ x ๗.๕๐ เมตร จำนวน ๖ บาน ๓) อาคารส่งน้ำลงลำน้ำเดิม ขนาดท่อส่งน้ำจำนวน ๒ แถว กว้าง ๓.๘๐ เมตร สูง ๓.๐๐ เมตร ๔.ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๖ ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒–๒๕๖๗) ๕.ค่าใช้จ่าย รวมทั้งสิ้น ๓,๑๐๐ ล้านบาท 

             ๖.ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ดังนี้ ๑) เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนสถานีสูบน้ำตามลำน้ำชีตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จนถึงจุดบรรจบลำน้ำพองในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ๒) พื้นที่รับประโยชน์ในฤดูฝน จำนวน ๗๕,๐๐๐ ไร่ และฤดูแล้ง จำนวน ๓๐,๐๐๐ ไร่ ๓) เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการประมง ๔) สามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ

ความเป็นมาของโครงการ

             ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ทำการศึกษาและจัดทำรายงานความเหมาะสมของโครงการน้ำชีแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ เสนอให้ก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำชี ขนาดความจุ ๑,๘๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนทดน้ำที่บ้านยางนาดี แต่ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ เนื่องจากประสบปัญหาการอพยพราษฎรออกจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๗-๒๕๓๑ ประชาคมยุโรปได้ช่วยเหลือในการดำเนินการศึกษาศักยภาพการพัฒนาแหล่งน้ำ และการใช้น้ำในลุ่มน้ำชีอย่างเป็นระบบลุ่มน้ำ โดยให้ก่อสร้างเขื่อนน้ำชีที่มีขนาดเล็กลงและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีศักยภาพเป็นระบบลุ่มน้ำอีกหลายแห่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๓๒ อนุมัติให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยกรมชลประทานได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน (เขื่อนชีบนและเขื่อนยางนาดี) แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ๒๕๓๔ และเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล) ซึ่งต่อมาได้มีมติเห็นชอบต่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ โดยมี เงื่อนไขให้กรมชลประทานเป็นการศึกษาเพิ่มเต็ม ต้านสิ่งแวดล้อมและปรับแผนงานก่อสร้าง ให้ศึกษาการแพร่กระจาย ดินเค็มด้วย กรมชลประทานได้ศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเต็ม) แล้วเสร็จเมื่อ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และส่งรายงานชี้แจงเพิ่มเต็มให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต่อมา สผ.มีหนังสือที่ ทส ๑๐๐๙๖/๗๘๔๒ ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงกรมชลประทาน โดยแจ้งว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ พิจารณาเห็นชอบต่อรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบนแล้ว ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๐ โดยให้ความเห็น กก.วล.เสนอขอความเห็นชอบต่อ ครม.ได้ ส่วนเรื่องระบบชลประทาน กรมชลประทานต้องศึกษาการแพร่การกระจายดินเค็มเสนอ กก.วล.ก่อนเริ่มดำเนินการ และเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับไปพิจารณาเร่งรัดการก่อสร้างโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน 

             กรมชลประทานได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเสนอโครงการอ่างเก็บน้ำยางนาดี จังหวัดชัยภูมิ เข้าวาระการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ ๕/๒๕๕๙ และโครงการฯ ได้ผ่านความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกา ยน ๒๕๕๙ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงส่งเรื่องการขอความเห็นชอบการขออนุมัติดำเนินโครงการ เสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาให้ความเห็นชอบในการใช้พื้นที่เมื่อ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๐ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาแล้วไม่ขัดข้องกรณีกรมชลประทานขออนุมัติดำเนินการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๑ โดยจะนำความ เห็นชอบเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเปิดโครงการ และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กรมชลประทานจึงได้ ปรับเปลี่ยนชื่อโครงการเพื่อให้เป็นไปตามกระแสพระราชดำริที่ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ เดิมชื่อ โครงการอ่างเก็บน้ำยางนาดี จังหวัดชัยภูมิ เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ

             อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานกระแสพระราชดำริ เกี่ยวกับงานชลประทาน เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ ความตอนหนึ่งว่า “เขื่อนเก็บกักน้ำลำน้ำชี พิกัดทำเลที่สร้างเขื่อน 47PQT886-650 แผนที่มาตราส่วน ๑/๕๐,๐๐๐ ระวาง 5340 IV ในเขตอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกรมชลประทานได้วางโครงการจะก่อสร้างขึ้นนั้น ปรากฏว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินภายในอ่างเก็บน้ำมาก เพราะพื้นที่ถูกน้ำท่วมเป็นอ่างเก็บน้ำถึง ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ประกอบกับมีราษฎรอยู่อาศัย ทำกินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมากด้วย ทำให้การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ของอ่างเก็บน้ำแห่งนี้กระทำได้ยากมาก จึงควรพิจารณาเลื่อนเขื่อนเก็บกักน้ำลำน้ำชีมาก่อสร้างใต้ลงไปที่พิกัด 47POT984-485 แผนที่มาตราส่วน ๑/๕๐,๐๐๐ ระวาง ๕๓๔๐ ซึ่งอ่างเก็บน้ำอาจจะเล็กลงแต่ปัญหาเรื่องที่ดินภายในอ่างเก็บน้ำมีน้อยสามารถทำการก่อสร้างได้ และควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหรือฝายทดน้ำตรงบริเวณต้นน้ำลำน้ำชี และตามลำน้ำสาขาต่างๆ ของลำน้ำชี เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ที่จะเป็นอ่างเก็บน้ำลำน้ำซีเดิมให้สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในระยะฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดปีด้วย”

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๗ วันอาทิตย์ที่ ๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

501 7712