20thMarch

20thMarch

20thMarch

 

January 08,2019

มข.ย้ำทำตามพินัยกรรม ฌาปนกิจ‘หลวงพ่อคูณ’ สวดอภิธรรมวันละ ๔ รอบ

            มข.เปิดพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ และพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ภายในป่าหิมพานต์เพื่อส่ง “หลวงพ่อคูณ” สู่สรวงสวรรค์โดยผู้สืบเชื้อสายนางสีดา ตามความเชื่อ อธิการบดีเผย เปิดสวดพระอภิธรรมวันละ ๔ รอบ หลังจากทำพิธีเสร็จสิ้น สร้างเจดีย์ครอบพื้นที่พิธีกรรมไว้เป็นอนุสรณ์สถานทันที

            เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๑ คณะทำงานจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่รับผิดชอบงานพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทธโธ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ ได้นำภาพพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้เขียนเอาไว้ก่อนที่จะละสังขาร ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๓ มาทำการจัดเตรียมสำหรับการติดตั้งไว้ในงานพิธีดังกล่าว ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นกำหนดจัดงานพิธีระหว่าง                วันที่ ๒๒-๓๐ มกราคม ๒๕๖๒ โดยพินัยกรรมดังกล่าวมีพยานรับรอง ๔ คน คือ รศ.สุขชาติ เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์, นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และนายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร ๘ (ชำนาญการ) มหาวิทยาลัยขอนแก่น

            รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้การเตรียมสถานที่ทั้งในช่วงของการสวดพระอภิธรรมและช่วงของการพระราชทานเพลิงศพ เสร็จเรียบร้อยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งพิธีการและรูปแบบการก่อสร้างเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณได้ผ่านการพิจารณาร่วมกันของทุกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ โดยเป็นไปตามรูปแบบคือ สมถะ เรียบง่าย และสมเกียรติ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบและจัดสร้างเมรุชั่วคราว ที่กำหนดจัดสร้างในสระน้ำด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยเป็นพื้นที่สาธารณ ประโยชน์ที่ใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งที่ ๒ เนื้อที่จำนวน ๑๕ ไร่ ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่การ        เตรียมพื้นที่ การก่อสร้างเนินดิน ๓ ชั้น โดยมีรูปปั้นพญานาค บริเวณบันไดทั้ง ๘ ทิศรวม ๑๖ ตัว ขณะที่ในชั้นที่ ๓ ได้กำหนดให้มีการจำลองเป็นเขาพระสุเมรุ มีการจำลองสระอโนดาต มีสัตว์ในตำนาน ๓๐ ตัวรายล้อมนกหัสดีลิงค์บนเนินบุษบก ที่มีความสูง ๒๒ เมตรหรือประมาณ ตึก ๖ ชั้น โดยการก่อสร้างทั้งหมดเป็นสีขาวที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ เรียบง่าย และใช้กระดาษในการก่อสร้างทุกขั้น ยกเว้นสัตว์ต่างๆ ที่ใช้ปูนปั้นทั้งหมด เพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย ความสมถะ และความบริสุทธิ์ ตามกิจวัตรของหลวงพ่อคูณ

            รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า พิธีการก็ทำตามประเพณีคนอีสาน มีพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์และฌาปนกิจไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในขณะนี้นกหัสดีลิงค์สร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงย้ายไปตกแต่งที่บริเวณพุทธมณฑล ในส่วนของพิธีการก็จะมีพิธีรำบวงสรวงนางร้องให้ เพื่อไว้อาลัยให้กับหลวงพ่อฯ ในพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ก็ต้องใช้เครือญาติของนางสีดา ตามประเพณีของคนอีสานด้วยเช่นกัน พิธีเผานั้น จะเผาจริงในเวลาประมาณ ๔-๕ ทุ่ม หลังจากประชาชนเริ่มวางดอกไม้วางผ้าไตรเสร็จเรียบร้อย ส่วนในวันที่ ๒๑ มกราคม จะเป็นการเคลื่อนย้ายไปที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. จะมีการขอขมาจากลูกศิษย์ที่ได้เรียนรู้จากครูใหญ่ในรุ่นนั้น ในวันที่ ๒๒ มกราคมจะเป็นพิธีสวดบำเพ็ญกุศลศพ ในหนึ่งวันได้จัดไว้ ๔ รอบ เนื่องด้วยงานนี้อยู่ในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งด้วย อาจจะมีนักการเมืองระดับท้องถิ่นหรือในระดับชาติมาขอเป็นประธาน เราจึงจัดไว้หลายๆ รอบ โดยจะสวดบำเพ็ญกุศลศพตั้งแต่วันที่ ๒๒ มกราคม ไปถึงวันที่ ๒๘ มกราคม ส่วนวันที่ ๒๙ มกราคม จะเป็นวันฌาปนกิจ ซึ่งได้ทำหนังสือกราบทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นองค์ประธานในการทอดผ้าไตร ขณะนี้ยังรอคำตอบจากสำนักพระราชวัง และเราจะนำร่างครูใหญ่ไปฌาปนกิจตามวัดต่างๆ ที่ได้นัดหมายไว้ ยกเว้นหลวงพ่อคูณ ที่จะย้ายไปที่บริเวณพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งเป็นเมรุชั่วคราวของวัดหนองแวง และจะทำการฌาปนกิจตรงนั้น หลังจากฌาปนกิจเสร็จเรียบร้อย ในเช้าวันที่ ๓๐ มกราคมจะมีพิธีนำอัฐิของหลวงพ่อไปลอยอังคาร ตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ว่า ให้ไปลอยที่แม่น้ำโขง ผมได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ให้ตั้งกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด โดยมี        ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายเป็นประธาน จะใช้บริเวณสถานีตำรวจน้ำ ตรงนั้นมีลานกว้างมาก สามารถไปขึ้นเรือจากตรงนั้นได้สะดวกอีกด้วย อัฐิทั้งหมดที่เผาเสร็จเราจะเก็บไว้ในหีบ จะไม่มีการเก็บเอาไว้ จะนำหีบไปเปิดอีกครั้งในสถานที่ที่ใช้ลอยอังคารทีเดียว ตามประเพณีอีสาน บริเวณตรงไหนที่เป็นพื้นที่ใช้ฌาปนกิจเกจิอาจารย์มักจะต้องสร้างเจดีย์หรือสถูปครอบไว้ ซึ่งเราได้ออกแบบอนุสรณ์สถานไว้เรียบร้อย มีรูปทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งจะก่อสร้างได้ทันทีหลังเสร็จพิธีฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว

            “ในพิธีทั้งหมดนี้ ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว โดยคณะแพทยศาสตร์ จะเป็นประธานในการเคลื่อนย้ายสรีระครูใหญ่ลงมาจากชั้น ๘ ของตึกคณะ ไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก และพื้นที่ของงาน จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปชมก่อนวันงาน แต่พื้นที่ศาลานั้นจะให้อยู่ด้านนอก สามารถไปถ่ายรูปได้ แต่จะไม่ให้เข้าไป เพราะจะไปทำให้บริเวณนั้นเกิดการเสียหายได้ ที่สำคัญตามตำนานและความเชื่อที่สืบต่อกันต่อเป็นขนบธรรมเนียมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย นกหัสดีลิงค์นั้น การฆ่าได้จะต้องมีผู้ที่สืบเชื้อสายนางสีดาเป็นผู้ฆ่า ซึ่งวิธีฆ่านกหัสดีลิงค์มีทั้งรูปแบบของการยิงธนูให้ตายและเผาทิ้ง หรือการฆ่าและตัดหัวนกมาเก็บเป็นที่ระลึก ซึ่งนักวิชาการ มข.มีการสืบค้นเรื่องดังกล่าว มีข้อมูลยืนยันว่าผู้ที่สืบเชื้อสายนางสีดาในตำนานที่เป็นคนไทยนั้นมีอยู่จริง ปัจจุบันอายุ ๙๐ ปี อาศัยอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้ มข.ได้ติดต่อคุณยายแล้ว และคุณยายก็ได้ตอบรับในการร่วมขบวนนางสีดาและร่วมฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนานและเผานกไปพร้อมกับหลวงพ่อคูณ เพื่อส่งท่านสู่สรวงสวรรค์ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีสำคัญดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็จะทำการสร้างเจดีย์หรือสถูปครอบพื้นที่ดังกล่าวไว้เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นไปตามขั้นตอนและตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม” รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวย้ำ

            ทั้งนี้ เนื้อหาในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณมีข้อความว่า 

            อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ ๗๗ ปี ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขอทำพินัยกรรมกำหนดการ เผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง

            ๑.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน ๒๔ ชั่วโมง หลังจากมรณภาพลง เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมอบให้ภาควิชากายวิภาค ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป

            ๒.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ ๗ วัน ตั้งแต่ถึงวันมรณภาพลง

            ๓.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศลเมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่จ.ขอนแก่น

            ๔.เมื่อดำเนินตามข้อ ๓ เสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนอง คาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

            ๕.ค่าใช้จ่ายและเงินอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามนัย ข้อ ๒, ๓ และ ๔ ให้ดำเนินการ ดังนี้ 

            ๕.๑ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานและบำเพ็ญกุศลศพทั้งหมด ให้นำเงินที่อาตมาบริจาคให้แก่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี ๒๕๓๖ เป็นเงินเริ่มต้นในการดำเนินการจัดงานศพ ถ้าไม่เพียงพอให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดรองจ่ายไปก่อน

            ๕.๒ ในการจัดการและบำเพ็ญกุศลศพ ตามนัยข้อ ๕.๑ หากมีเงินเหลือหรือมีผู้บริจาคสมทบ ให้คืนเงินที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดรองจ่ายไปก่อนให้เสร็จสิ้น

            ๕.๓ หากมีเงินเหลืออยู่อีกหลังจากดำเนินการตามนัย ข้อ ๕.๑ และข้อ ๕.๒ แล้ว ให้มอบแก่กองทุนพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทสก์) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือพระสงฆ์ที่อาพาธประจำหอผู้ป่วยหอสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลศรี นครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือให้ดำเนินการอย่างอื่นตามที่อาตมา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เห็นสมควร โดยอาตมาจะแสดงความประสงค์ให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมแนบไว้ให้ทราบต่อไป หากไม่ดำเนินการให้ถือตามความในตอนต้นเท่านั้น

            ๖.ให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยา ลัยขอนแก่น ร่วมกันเป็นผู้จัดการศพ มีอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรมนี้

            ๗.ให้ยกเลิกพินัยกรรม ฉบับวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๖ หรือฉบับอื่นใดที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ และให้ยึดถือพินัยกรรมฉบับนี้แทน

            ๘.พินัยกรรมฉบับนี้ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีการทำสำเนาไว้อีก ๓ ชุด เก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านไร่  ต.กุดพิมานอ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และนายอำเภอด่านขุนทด แห่งละ ๑ ฉบับ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๓

            ในขณะที่ เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๒ รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย นายเกษม ภูธรรมะ หัวหน้างานรักษาความปลอดภัยและจราจร มข. นำคณะอาจารย์และเจ้าหน้าที่ทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าหิมพานต์ ที่ใช้ในการประดับตกแต่งเมรุชั่วคราวและโดยรอบนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) โดยในการเคลื่อนย้ายดังกล่าวได้ใช้รถยนต์กระบะและรถยนต์บรรทุก ๖ ล้อพร้อมรถเครน ทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าหิมพานต์ ทั้ง ๓๒ ตัวที่ทีมช่างศิลป์จิตอาสา ได้ทำการปั้นแล้วเสร็จทั้งหมด และเข้าสู่ขั้นตอนในการเคลื่อนย้ายจากบริเวณปะรำพิธีด้านหน้าบึงสีฐาน มข. มายังภายในฌาปนสถาน ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ พื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยขบวนรถทั้งหมดได้ทำการเคลื่อนย้ายด้วยความระมัดระวังตลอดทั้งเส้นทางเพื่อความปลอดภัยและไม่ให้สัตว์ทั้ง ๓๒ ตัวนั้นได้รับความเสียหายจากการขนย้ายดังกล่าว โดยเมื่อเดินทางถึงบริเวณเมรุชั่วคราว คณะทำงานได้ทำการขนย้ายสัตว์แต่ละตัวลงจากรถด้วยความระมัดระวังก่อน และวางไว้ในจุดที่กำหนดเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการติดตั้งตามรูปแบบที่วางเอาไว้

            รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า ในการเคลื่อนย้ายส่วนที่สำคัญที่สุดคือนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ที่นกทั้งตัวจะถูกนำไปวางครอบเตาเผา ซึ่งขณะนี้เตาเผาได้ทำการติดตั้งไว้บนเมรุชั่วคราวแล้ว โดยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกนี้ทำการเคลื่อนย้ายเมื่อวันที่ ๘ มกราคม เป็นการยกไปทั้งตัววางครอบเตาเผาก่อนที่ทีมช่างศิลป์จิตอาสา จะทำการตกแต่งที่เน้นไปด้วยโทนสีขาวทั่วทั้งบริเวณ อย่างไรก็ตาม สำหรับดอกไม้จันทน์ที่พุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ และผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธา ที่ขณะนี้ได้ร่วมใจกันทำในรูปแบบของดอกกุหลาบและแบบดอกพุทธรักษา จะถูกนำมาประดับตกแต่งโดยรอบเมรุชั่วคราวและใช้ในช่วงของการประกอบพิธีวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ดอกไม้จันทน์ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ดอก ในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ ที่ มข.กำหนดจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ ๒๒-๓๐ มกราคมนี้

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๗ วันอาทิตย์ที่ ๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

458 5899