23rdAugust

23rdAugust

23rdAugust

 

January 14,2019

‘บิ๊กโจ๊ก’ลุยนายทุนเงินกู้อีสาน บุกยึดทรัพย์หลายพันล้าน หวังคืนความสุขประชาชน

              “บิ๊กโจ๊ก” ลุยอีสาน ยึดอายัดทรัพย์สินทั้งอาคารพาณิชย์ ตึกแถว ที่ดิน โฉนดที่ดิน เงินสด รวมกว่า ๑,๖๐๐ ล้านบาท ยืนยันไม่เกี่ยวข้องการเมืองหรือกลั่นแกล้งใคร ทำตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม ส่วนที่อุบลฯ จัดไกล่เกลี่ย ท้ายสุดยอมคืนโฉนดมูลค่ารวมกันกว่า ๑ พันล้าน ดำเนินคดีนายทุนแล้ว ๔๘ คดี

              เมื่อเวลา ๒๐.๐๐ น. วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๑ ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยพล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓, พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต. วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์, พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และนายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ ๒๔ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค ๓ และภาค ๔ ซึ่งปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๗ มกราคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และขอนแก่น

              ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ ๗ รายในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ประกอบด้วย นางสุภาภรณ์ นพวิชัย, น.ส.พรรณวิภา นพวิชัย, นายวิวัฒน์ เกตตะโกมล, นางเมธี กัลป์เจริญศรี, น.ส.ศิริอร รัตนมงคลกุล, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และน.ส.ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธุ์ โดยตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหามูลค่า ๑๓๐ ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ และตึกแถว จำนวน ๙ คูหา, บ้านพร้อมที่ดินจำนวน ๓ หลัง, เงินสด ๙๐๐,๐๐๐ บาท, ที่ดินเนื้อที่ ๓๐๐ ไร่, รีสอร์ต ๒๗ หลัง, รถยนต์กระบะ ๓ คัน, ตรวจยึดโฉนดที่ดิน ๗๗๔ ฉบับ เนื้อที่รวม ๑,๕๐๖-๒-๘๗ ไร่ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดในครั้งนี้ทั้งสิ้น ๑,๖๓๔.๕ ล้านบาท

ยืนยันไม่เกี่ยวข้องการเมือง

              สำหรับในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้าทำการตรวจค้นในพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ๔ จุด, อำเภอนางรอง ๖ จุด, อำเภอโนนดินแดง ๒ จุด และอำเภอกระสัง ๑ จุด ผลการตรวจค้นสามารถยึด/อายัดทรัพย์สินมูลค่า ๔๐ ล้านบาท ยึดโฉนดที่ดินจำนวน ๒๗๑ ฉบับ จำนวนเนื้อที่ ๕๘๐ ไร่ คิดเป็นมูลค่า ๕๔๒ ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหา ๔ รายในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”

              พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า การดำเนินการจับกุมกลุ่มนายทุนในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งขณะที่มีการแถลงข่าวได้มีประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ มามอบดอกไม้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือด้วย

              สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๒ มีการแต่งตั้งชุดสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัด โดยมี พ.ต.อ.สุรชัย สังขพัฒน์ รองผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัด เป็นหัวหน้าชุด เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวร่วมกับชุดสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเบื้องต้นหลังจากได้รับมอบเอกสารหลักฐาน จากชุดจับกุมก็จะต้องทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สมุดรายชื่อลูกหนี้ รวมถึงตรวจสอบที่มาของโฉนดที่ดินทั้ง ๓๙๓ ฉบับ ที่ตรวจยึดมาเป็นของกลางว่าเป็นของบุคคลใดบ้าง จากนั้นก็จะเรียกผู้ที่รายมีชื่อในโฉนดที่ดินมาสอบปากคำ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากเอกสารค่อนข้างมาก  

              ในส่วนของนายทุนหรือผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้ง ๔ ราย ขณะนี้ได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว ส่วนกรณีที่มีผู้ต้องบางรายเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.นั้น ก็ยังสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ปกติ เนื่องจากยังไม่มีการสั่งฟ้อง และศาลยังไม่ได้ตัดสินคดี เพียงเป็นการจับกุมตามที่มีหมายจับเท่านั้น ซึ่งก็สามารถต่อสู้คดีได้ตามกระบวนการเหมือนคดีทั่วไป  

อุบลฯ จัดไกล่เกลี่ย

              ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน กองบังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.ต. ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับตัวแทน ๖ ฝ่ายประกอบด้วยที่ดินจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด อัยการจังหวัด ฝ่ายปกครอง ทหารมณฑลทหารบกที่ ๒๒ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่กู้ยืมเงิน โดยนำที่ดินใช้ค้ำประกันเงินกู้ มาทำการไกล่เกลี่ยในวันนี้ จำนวนกว่า ๑๐ ราย คิดเป็นมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ใช้วางค้ำประกันเงินกู้กว่า ๓๐ ล้านบาท

              โดยหลังการไกล่เกลี่ยนายทุนยินยอมคืนโฉนดที่ดินที่เอามาวางค้ำประกันเงินกู้ให้กับลูกหนี้ทุกราย และมีการทำสัญญาฉบับใหม่ โดยให้ลูกหนี้ยังต้องมีหน้าที่ชำระเงินกู้ในส่วนที่เหลืออยู่คืนให้กับเจ้าหนี้ รวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราที่กฏหมายกำหนดคือร้อยละ ๑๕ ต่อปี และยังห้ามลูกหนี้นำโฉนดที่ดินได้รับคืนไปจำนองหรือขายให้กับผู้อื่น หากลูกหนี้ขายก็ต้องนำเงินมาปิดยอดเงินคงค้างกับนายทุนที่มอบโฉนดคืนให้กับลูกหนี้ด้วย

              พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนของจังหวัดเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๒ มีการจับกุมดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนที่ทำนิติกรรมอำพราง ให้ลูกหนี้นำโฉนดที่ดินหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าวางคำประกันเงินที่กู้ยืม โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนดแล้ว ๔๘ คดี และศาลได้ตัดสินลงโทษทั้งจำและปรับนายทุนเหล่านี้ไปแล้วรวม ๗ ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างการส่งฟ้องศาล และสามารถยึดโฉนดมาคืนให้กับลูกหนี้ จำนวน ๗๑๕ ฉบับ เนื้อที่กว่า ๒,๙๔๔ ไร่ คิดเป็นมูลค่าจากราคาประเมินกว่า ๑,๐๔๒ ล้านบาท รถยนต์ ๕ คัน รถจักรยาน ยนต์ ๓๕ คัน และยังอยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ยและ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะทำการคืนโฉนดให้ลูกหนี้ชาวอุบลราชธานี ที่ผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยเสร็จเรียบร้อยอีก ๑๒๐ รายในวันที่ ๓๐ มกราคมนี้ที่จังหวัดนครราชสีมา    

              “หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน หากพบมีนายทุนทำนิติกรรมอำพรางเรียกเก็บดอกเบี้ยโหดกับลูกหนี้ เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีเข้าจู่โจมจับกุม หากนายทุนรายใดเข้าลักษณะฉ้อโกงประชาชน ก็จะถูกดำเนินคดีและถูกติดตามยึดทรัพย์ตามกฏหมายของ ป.ป.ง.ด้วย”

ปชช.คลายกังวล

              ด้านนางสุขคติ มิ่งขวัญ อายุ ๕๒ ปี ลูกหนี้จากอำเภอโพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ซึ่งนำโฉนดที่ดินเนื้อที่กว่า ๓๐ ไร่ ไปค้ำประกันเงินมาดาวน์รถไถนาและรถเกี่ยวข้าวมูลค่ากว่า ๑.๒ ล้านบาท เมื่อต้นปี ๒๕๖๑ และเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้รับโฉนดที่ดินคืนครั้งนี้ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้ที่ดินคืน เพราะที่ผ่านมานอนไม่หลับ เกรงจะถูกยึดที่ดิน หากไม่สามารถผ่อนชำระเงินค่ารถที่ดาวน์มาใช้ประกอบอาชีพ โดยที่ผ่านมาต้องจ่ายเงินเป็นค่างวดรถเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท และค่างวดรถรายปีอีกปีละกว่า ๑ แสนบาท เมื่อได้ที่ดินคืนมา ก็ยังต้องผ่อนชำระค่างวดรถตามปกติต่อไป แต่ก็คลายความกังวลเรื่องที่ดินลงไปได้มาก และจะไม่นำที่ดินไปวางค้ำประกันเงินกู้ใดๆ อีกต่อไปด้วย

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๘ วันศุกร์ที่ ๑๑ - วันอังคารที่ ๑๕ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

565 7871