12thDecember

12thDecember

12thDecember

 

January 23,2019

ลุ้น‘โคราชจีโอพาร์ค’ ยูเนสโกฟันธงปี’๖๓ ตั้งเป้าเมืองท่องเที่ยวโลก

           โคราชจีโอพาร์ค ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ และเดอะมอลล์โคราช จัดงานฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ ๕ ภายใต้ชื่อ “ท่องเที่ยวจีโอพาร์คประเทศไทยแห่งที่ ๒ @โคราช” เพิ่มการรับรู้ชาวโคราช หลังขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีแห่งที่ ๒ ของไทยต่อจากอุทยานธรณีสตูล ปีหน้าลุ้นยูเนสโกฟันธงขึ้นเป็นอุทยานธรณีโลกเมืองที่ ๔ ของโลก

 

           เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๒ ที่บริเวณด้านหน้าเอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น ๓ เดอะมอลล์ นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นประธาน พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รศ.ดร.สุธานันท์ โพธิ์ชาธาร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหา วิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการโคราชจีโอพาร์ค และ ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ว่าที่อธิการบดีมหา วิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมเปิดงานฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ ๕ ภายใต้ชื่อ “ท่องเที่ยวจีโอพาร์คประเทศไทยแห่งที่ ๒@โคราช” จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘-๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ พร้อมเปิดตัวมาสคอต “พลายสีมา” ช้างดึกดำบรรพ์ ๔ งา และจัดโชว์เส้นทางท่องเที่ยวโคราชจีโอพาร์ค ในลุ่มน้ำลำตะคองจากแดนช้างดึกดำ บรรพ์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สู่ขุนเขาเควสตา (เขาอีโต้) อำเภอสีคิ้ว-อำเภอสูงเนิน พร้อมทั้งนิทรรศการอุทยานธรณีประเทศไทย@โคราช, นิทรรศการอุทยานธรณีประเทศไทยและไดโน เสาร์พันธุ์ไทย (กรมทรัพยากรธรณี), นิทรรศการ โคราช...มหานครแห่งบรรพชีวิน ถิ่นช้างดึกดำ บรรพ์โลกและฟอสซิลพันธุ์ใหม่ ๑๒ ชนิด, นิทรรศการโรงเรียนจีโอพาร์ค “ท่าช้างราษฎร์บำรุง” และเครื่อข่าย พร้อมทั้งชมและช้อปผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์อัตลักษณ์ของชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวจีโอพาร์คตามเส้นทางช้างสี่งา (พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน-ล่องเรือแพแลลำมูล) กับเส้นทางเขาเควสตา (จุดชมวิวเขายายเที่ยง-ปราสาทหินพนมวัน)

เร่งการรับรู้ของชุมชน

           รศ.ดร.สุธานันท์ โพธิ์ชาธาร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวถึง วัตถุประสงค์การจัดงานว่า เพื่อประชาสัมพันธ์อุทยานธรณีโคราชที่ผ่านการประเมินและรับรองเป็นอุทยานธรณีประเทศ ไทยแห่งที่ ๒ ต่อจากอุทยานธรณีสตูล จังหวัดสตูล รวมทั้งกระตุ้นและพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานธรณีโคราชหรือโคราชจีโอพาร์ค ให้เป็นที่รับรู้ทั่วถึงในพื้นที่อุทยานธรณี ๕ อําเภอ ได้แก่ อําเภอสีคิ้ว, สูงเนิน, ขามทะเลสอ, เมืองนครราชสีมา และอําเภอเฉลิมพระเกียรติ ให้กว้างออกไปในระดับภาคและประเทศ รวมทั้งเพื่อยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีใน ๕ อําเภอของอุทยานธรณี และเตรียมความพร้อมชุมชนท้องถิ่นและภาคส่วนต่างๆ ต่อการรองรับการตรวจประเมิน เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีโลกหรือ (GLOBAL GEOPARK) จากยูเนสโก ในปี ๒๕๖๓

วาระสําคัญจังหวัด

           ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า โคราชจีโอพาร์คผ่านการประเมินจากกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรับรองให้เป็นจีโอพาร์คระดับประเทศ แห่งที่ ๒ ของไทยต่อจากสตูลจีโอพาร์ค ทางจังหวัดหวังให้มีการพัฒนาต่อไปสู่ระดับโลก ที่รับรองโดยยูเนสโกในอนาคตอันใกล้ จังหวัดจึงประกาศเป็นวาระสําคัญมีการขับเคลื่อนโคราชจีโอพาร์คสู่จีโอพาร์คโลกยูเนสโก เพื่อมุ่งสู่เมือง ๓ มรดกโลกยูเนสโก เพราะจังหวัดนครราชสีมามีอยู่แล้ว ๒ มรดกโลกยูเนสโก คือ มรดกโลก กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ กับมรดกพื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช ดังนั้น หากโคราชมีมรดกอุทยานธรณีโลกหรือจีโอพาร์คโลก โคราชจะเป็นเมืองแรกของประเทศอาเซียนที่เป็น “ดินแดนแห่ง ๓ มงกุฎของยูเนสโก หรือ UNESCO Triple Crown” แห่งที่ ๔ ของโลก ต่อจากเกาหลีใต้ อิตาลี และจีน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี สําหรับชาวโคราชทุกคน ทางจังหวัดจึงหวังในการส่งเสริม สนับสนุนจากทุกคนในด้านการ อนุรักษ์การศึกษาเรียนรู้แหล่งธรณีวิทยา ธรรมชาติอื่นและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประการสําคัญ คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของยูเนสโก ซึ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ท้องถิ่น ด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา หรือ Geotourism ตามที่ชุมชนต่างๆ ใน ๕ อําเภอของจีโอพาร์ค

ที่มาของ‘ไม้กลายเป็นหิน’

           นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า ถือว่าเป็นการจัดงานที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของจังหวัดนครราชสีมา “จีโอพาร์ค” ผมเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มต้น ประมาณปี ๒๕๔๑ เมื่อ ๒๐ ปีมาแล้ว ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ไปเยี่ยมประชาชนที่บ้านโกรกเดือนห้า ตำบล                   สุรนารี วันนั้นไปทอดผ้าป่าแล้วไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดโกรกเดือนห้า ท่านเป็นนักสะสม พาผมไปชมไม้กลายเป็นหิน ท่านบอกว่าท่านเก็บเป็น ๒๐-๓๐ ปี และมีชาวบ้านที่ขุดเจอ มาถวาย และมอบให้วัด กองเกือบเต็มกุฏิ ครึ่งหนึ่งของศาลาเป็นไม้กลายเป็นหิน แล้วท่านบอกว่า ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร อยากให้ผมไปจัดการให้หน่อย ผมจึงร่วมทำบุญกับท่าน แล้วนำไม้กลายเป็นหินทั้งหมด มอบให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนคร ราชสีมา ขณะนั้นผมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และบอกให้มหาวิทยาลัยฯ คิดดูว่า จะทำอะไรได้ไหม สมัยนั้นกรมทรัพยา กรธรณี ขึ้นอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นจึงต้องหารสอง ส่วนหนึ่งอยู่ที่กระทรวงทรัพยากร อีกส่วนหนึ่งอยู่ที่กระทรวงอุตสาห กรรม ผมจึงมอบให้กับกรมทรัพยากรธรณี และมอบให้มหาวิทยาลัยฯ มาพิจารณาดูว่าเหตุใดจึงมี ไม้กลายเป็นหินจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกันระหว่าง ๒ หน่วยงานนี้ และได้รวบรวมไม้กลายเป็นหินทั้งหมด และไปขอที่ดินจากหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ประมาณ ๙๐ ตารางวา และเริ่มต้นในการทำพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน นั่นคือจุดเริ่มต้นของปี ๒๕๔๑ เพราะฉะนั้นไม้กลายเป็นหิน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโคราชจีโอพาร์ค 

ไม้กลายเป็นหินสู่ค้นพบฟอสซิล

           “จากการศึกษาต่อนอกจากไม้กลายเป็นหิน เลยไปที่ท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ที่ท่าช้างเป็นแหล่งผลิตทรายแห่งใหญ่ ของเมืองโคราช คนที่ดูดทรายจะดูดลึกลงไปเรื่อยๆ ๕ เมตร ๑๐ เมตร ลึกลงไปพบโครงกระดูก พอดูดลึกลงไปกว่านั้นก็พบกระดูกเป็นรูปสัตว์ ไปเจอซากดึกดำบรรพ์ เป็นฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ ช้างโบราณ หมูโบราณ เลยขยายผลว่า นอกจากเจอไม้กลายเป็นหินที่ตำบลสุรนารี ไปเจอซากฟอสซิล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟอสซิลทั่วโลกมารวมตัวกันที่จังหวัดนครราชสีมา ๓-๔ วัน นับว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่เป็นการประกาศว่า โคราชเป็นเมืองฟอสซิล ฉะนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จึงไม่หยุดอยู่แค่นั้น เจอไม้กลายเป็นหิน ไดโนเสาร์ ช้าง หมู จระเข้ เต่า ไฮยีน่า และอุรังอุตัง กลายเป็นว่า โคราชเป็นแหล่งที่รวบรวมสัตว์โบราณ ช้างโบราณ ฟอสซิลโบราณ แล้วทำไมสิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงมารวมที่โคราช ทำไมต้องมาเกิดขึ้นที่นี่ จากการสอบถาม ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการโคราชจีโอพาร์คจึงทราบว่า การที่หลายๆ ชีวิตมาร่วมกันเกิดแล้วก็ตายพร้อมๆ กัน แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่อดีตกาล ของลำน้ำลำตะคองที่มาชนกับลำน้ำมูล มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้สัตว์ต่างๆ มารวมกันอยู่ที่นี่” นายสุวัจน์ กล่าว 

           นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุดของเมืองไทย คือการท่องเที่ยว ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยจำนวน ๓.๕ ล้านคนต่อปี รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอันดับ ๔ ของโลก ส่วนอันดับ ๑ คือสหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, สเปน และไทย เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองไทยโตทุกปีๆ ละ ๑๐-๑๕% จังหวัดนครราชสีมาจะมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ยูเนสโกประกาศถึง ๓ แห่ง คือ ๑.มรดกโลก ดงพญาเย็นที่เขาใหญ่ อ.ปาก ช่อง ๒.สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อ.ปักธง ชัย ส่วนโคราชจีโอพาร์คยังรู้จักแค่ในประเทศ ไทยเท่านั้น แต่คนทั่วโลกยังไม่รู้จัก ถ้าจะให้คนทั่วโลกรู้ต้องให้ยูเนสโกรับรอง ถ้าทำสำเร็จโคราชจะมีชื่อเสียงทั่วโลก จะกลายเป็นเมืองระดับโลก แห่งการท่องเที่ยว อยากให้ชาวโคราชร่วมมือกันผลักดัน เพื่อที่จะให้ยูเนสโกประกาศว่า โคราชคือจีโอพาร์คโลก 

           ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ กล่าวเสริมว่า หากอุทยานธรณีโคราชหรือโคราชจีโอพาร์คโคราช ได้รับการรับรองจากยูเนสโกตามโรดแมปในปี ๒๕๖๓ จังหวัดนครราชสีมาและประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่ง ๓ มงกุฎของยูเนสโก หรือ The UNESCO Triple Crown คือในพื้นที่ ๑ จังหวัด มี ๓ มรดกของยูเนสโก ประเทศที่ ๔ ของโลก ต่อจากอิตาลี เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.นครราชสีมามากขึ้นหลายเท่าตัว  

           อนึ่ง “จีโอพาร์ค” คือ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีความสําคัญและโดดเด่นทางธรณีวิทยา รวมทั้งนิเวศวิทยา และ วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องมีเรื่องราวเชื่อมโยงคุณค่าของผืนแผ่นดินกับวิถีชีวิตชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีการบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการอนุรักษ์ การถ่ายทอดความรู้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

           โคราชจีโอพาร์ค หรือ อุทยานธรณีโคราช ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยครอบคลุม พื้นที่ ๕ อําเภอของจังหวัดนครราช สีมา ได้แก่ เมืองนครราชสีมา เฉลิมพระเกียรติ ขามทะเลสอ สูงเนิน และสีคิ้ว มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาเควสตาหินทรายทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ที่ราบลูกคลื่น และเป็นที่ราบลุ่มทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือมีลําตะคองเป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านกลางพื้นที่ไปบรรจบกับแม่น้ำมูลในอําเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่ตั้งชุมชนมาแต่ครั้งก่อนประวัติ ศาสตร์ ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และเป็นแหล่งซากช้างดึกดําบรรพ์หลากหลายสายพันธุ์ที่สุดในโลก

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๒๑ - วันศุกร์ที่ ๒๕ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ 

 

503 7634