15thOctober

15thOctober

15thOctober

 

January 29,2019

‘ชาติพัฒน์’ชู ๙ นโยบาย โคราชอุตสาหกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจดีไม่มีน้ำท่วม

          พรรคชาติพัฒนา NO PROBLEM ยกมาทั้งทีม เปิดตัว ๑๔ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ชู ๙ นโยบาย เน้นเพิ่มนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว รองรับการลงทุนและจ้างงาน การคมนาคมที่สะดวกเชื่อมเศรษฐกิจให้โตขึ้น เน้นโคราชไม่มีน้ำท่วม ‘สุวัจน์’ ลั่น! โคราชฐานที่มั่นสุดท้าย สู้เต็มที่แบบนักกีฬา พร้อมเดินหน้าประกาศนโยบาย เพื่อคนทั้งประเทศต่อไป

          เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่โคราชฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เป็นประธาน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ๑๔ เขตเลือกตั้ง โดยมี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคฯ, นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ, พลเอกฐิติวัจน์ กำลังเอก รอง        หัวหน้าพรรคฯ, พันเอกวินัย สมพงษ์ อดีต รมว.คมนาคม ที่ปรึกษาพรรคฯ, นายดล เหตะกูล เลขาธิการพรรคฯ, นายประทีป กรีฑาเวช อดีต ส.ส. เขตนครราชสีมา หลายสมัย และนายสุเมธ ศรีพงษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภานครราชสีมา และ “น้องวิว” นางเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคฯ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนกว่า ๒,๐๐๐ คน ที่สวมเสื้อสีส้ม สีประจำพรรคฯ พร้อมป้ายเชียร์ว่าที่ผู้สมัครแต่ละเขต ที่มาเฝ้ารอร่วมแสดงความยินดีจนล้นโคราชฮอลล์

เปิดตัว ๑๔ ว่าที่ ส.ส. 

          สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ๑๔ เขต จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายสุวัจน์ทำหน้าที่แนะนำด้วยตัวเองทั้ง ๑๔ เขต ประกอบด้วย เขต ๑ นายธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ อดีต ส.ส. เขต ชพน. คนสร้างทีมสวาทแคท จากทีมฟุตบอลดิวิชั่น ๒ มาดิวิชั่น ๑ จนเข้าสู่ทีมฟุตบอลไทยลีก ปัจจุบันประธานสโมสรวอลเลย์บอลนครราชสีมา, เขต ๓ นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต รมว.อุตสาหกรรม และเป็น ส.ส.โคราช ๓ สมัย ปี ๒๕๔๘, ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๔, เขต ๔ นายสิทธิชัย พุฒกลาง อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพิเศษเขต ๑๑ นครราชสีมา จบปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตทางด้านบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, เขต ๕ นายยงยุทธ คำประพันธ์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบึงสำโรง อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา จบปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อดีตอุปนายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานตอนใต้ อดีตประธานสภาวัฒนธรรม อำเภอแก้งสนามนาง อดีตอบต.บึงสำโรง, เขต ๖ นายประสิทธิ์ ทองนาเมือง ประธานสภาทนายความบัวใหญ่, เขต ๗ นายนิรันดร ชัยศรี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวน ๓ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อดีตเลขาธิการ สมาคมบัณฑิต ทางกฎหมาย และพุทธศาสตร์ 

          เขต ๘ นายเกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ อดีตผู้ช่วย ส.ว.นครราชสีมา อดีตเลขานุการ สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา, เขต ๙ นายองอาจ พฤกษ์พนาเวศ หรือ “โจ้” สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, เขต ๑๐ นายชยพัทธ์ ธรรมสถิตไพศาล อดีตศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๓ อดีตนายกสมาคมครูของอำเภอครบุรี, เขต ๑๑ นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ หรือ “ตี๋น้อย” อดีตสมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา ทายาทเจ้าของธุรกิจ บริษัทไทยสงวน ขนส่ง สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ ๒, เขต ๑๒ นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนครพนม, เขต ๑๓ นายสำเร็จ วงศ์ศักดา อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคุณ ปริสุทฺโธ อ.ด่านขุนทด จบปริญญาเอก ทางด้านการบริหารการอาชีวะทางด้านเทคนิคบริหารการศึกษา และ เขต ๑๔ นายอุทัย มิ่งขวัญ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และเป็นประธานสาขาพรรคชาติพัฒนาประจำจังหวัดนครราชสีมา 

          ช่วงพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ถือธงชัยตราพรรคชาติพัฒนาสีส้ม พร้อมนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ทั้ง ๑๔ เขต ขึ้นบนเวทีก่อนจะมอบธงชัยให้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ โบกธงไปมา ก่อนจะมอบต่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคผลัดกันโบกธง เพื่อเป็นการแสดงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

๙ นโยบายเพื่อคนโคราช

          จากนั้นนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา แถลงนโยบาย ๙ ด้าน เพื่อชาวโคราช NO PROBLEM!! ว่า พรรคชาติพัฒนา ระดมความคิดจากกรรมการบริหาร พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จากนั้นนำมากลั่นกรอง ปรับปรุงนโยบาย ซึ่งมีพื้นฐานพิมพ์เขียวจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๓๑-๒๕๓๔ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนแรก เราเปรียบเสมือนลูกหลานทำตามที่ พล.อ.ชาติชายฯ ตอกเสาเข็มไว้ โคราชเป็นประตูสู่อีสาน และอีสานเป็นประตูสู่อินโดจีน 

          สำหรับนโยบาย ๙ เรื่องเพื่อโคราช ได้แก่ ๑.โคราช “เมืองเกษตรก้าวไกล” คือ ๑.๑ พัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรให้เพียงพอครอบคลุมพื้นที่เกษตร ทั้ง ๓๒ อำเภอ โดยใช้ศักยภาพจากพื้นที่ลุ่มน้ำทั้ง ๙ แห่งของโคราชอย่างเต็มที่ โดยการสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ แก้มลิง ฯลฯ ๑.๒ ส่งเสริมการทำ SMART FARMING เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและลดต้นทุน ๑.๓ ส่งเสริมการทำ เกษตรอินทรีย์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความปลอดภัยด้านอาหารเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น ๑.๔ จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ให้แก่ผู้ที่ไร้ที่ทำกินปัจจุบันมีผู้ยื่น ๓๐,๐๑๗ ราย) โดยใช้เงินกองทุนที่มีอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๑.๕ ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงโคพันธุ์ เพื่อจำหน่าย ทั้งในและต่างประเทศ สร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น มีการพัฒนาโรงเชือดมาตรฐาน GMP และฮาลาล เพื่อสนับสนุนการ ส่งออกและยังเป็นการใช้ผลิตผลภาคเกษตรที่ผลิตในโคราช เป็นอาหาร (เช่น โคพันธุ์ “โคราชวากิว” มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าว ฯลฯ เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายผลักดันให้พืชเศรษฐกิจ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม มีราคาดีขึ้น และยกระดับการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สมาร์ทฟาร์ม รวมทั้งบริหารจัดการระบบชลประทานพัฒนา ๙ ลุ่มน้ำโคราช ซึ่งมีพื้นที่รวม ๑๒.๘ ล้านไร่ แต่มีเขตชลประทาน ๗ แสนไร่ หรือ ๘% ของพื้นที่ทั้งหมด และ ๕ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทำให้ชาวโคราชมีน้ำกินน้ำใช้อย่างทั่วถึง

          ๒.โคราช “เมืองอุตสาหกรรมยั่งยืน” เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า โคราชมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งสิ้น ๒,๖๙๗ แห่ง จ้างแรงงานกว่า ๑.๙ แสนคน หรือ ๑๐% ของประชากรทั้งหมด จะส่งเสริมพัฒนาและผลักดันให้เกิดการขยายการลงทุนเพิ่มโรงงานและการจ้างงาน ๒.๑ ส่งเสริมให้มีนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการลงทุน การจ้างงาน โดยเน้นอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อมและ อุตสาหกรรมการเกษตร เช่น Modified Starch หรือ Bio Plastic ๒.๒ ส่งเสริมโครงการ Northeastern Food Valley ให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นแหล่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรทั่วไป ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และยกระดับราคาสินค้าเกษตร ๒.๓ ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งโครงการ KSEZ (Korat Special Economic Zone) หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษทางด้านนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยมีเป้าหมายที่ผลผลิตทางการเกษตร คือ อ้อย ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและภาษี ในลักษณะเดียวกับ EEC โดยการเชิญชวนเอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐในลักษณะ PPP ๒.๔ ต่อยอดโครงการ จากวังน้อย–โคราช เพื่อให้เกิดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและพลังงานให้มากขึ้น นิคมอุตสาหกรรม Northeastern Food Valley KSEZ (Korat Special Economic Zone) ท่อ GAS ธรรมชาติ และ ๒.๔ ต่อยอดโครงการ ท่อ GAS ธรรมชาติ จากวังน้อย-โคราช เพื่อให้เกิดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและพลังงานให้มาก

          ๓.โคราช “เมืองคมนาคมทั่วถึง” ได้แก่ ๓.๑ สร้างโคราชให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมของภาคอีสาน เพื่อเปิดประตูสู่อินโดจีน และรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยวโคราช  ๓.๒ ต่อความยาวของมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช (หมายเลข ๖) ให้ไปถึงขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ลาวและจีน เพื่อผนวกภาคอีสานให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ รองรับนโยบาย One Belt One Road ของจีน ๓.๓ ขยายรถไฟทางคู่ให้ทั่วภาคอีสานต่อจากสายกรุงเทพ–โคราชเพื่อประโยชน์ด้านการเดินทาง ลงทุน ท่องเที่ยว และขนส่งสินค้าเกษตรของ ภาคอีสาน เช่น จิระ-ขอนแก่น, ขอน แก่น-หนองคาย, บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ดมุกดาหาร-นครพนม-สกลนคร, จิระ-อุบลราช ธานี ๓.๔ เร่งรัดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพ-โคราชให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับนักลงทุน และนักท่องเที่ยว และต่อขยายไปถึงขอนแก่น-อุดร-หนองคาย ในอนาคต เพื่อเชื่อมโยงกับลาวและจีน ต่อไป เพื่อให้โคราชและภาคอีสานเป็นประตูสู่อินโดจีน และเชื่อมโยงกับโครงการ One Belt One Road ๓.๕ ขยายถนน ๔ เลนและ ๖ เลน ให้ครอบคลุม พื้นที่อำเภอที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อการขยายตัวด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เช่น สาย ๓๐๔ เพื่อเปิดประตูอีสานสู่ EEC, โคราช-โนนสูง-สีดา-บัวใหญ่, พิมาย-หินดาด, สีดา-ประทาย, เฉลิมพระเกียรติ-จักราช, หนองบัวโคก-พระทองคำ, บ้านวัด-ประทาย, โคราช-โนนไทย เป็นต้น รวมทั้งสร้างถนนสายใหม่ by pass ด่านขุนทด เพื่อลดความแออัดจราจร บริเวณอำเภอด่านขุนทด ๓.๖ ผลักดันให้มีการก่อสร้างท่าเรือบก และสถานีขนส่งสินค้าชานเมือง เพื่อให้โคราชเป็นฐานในการรวบรวมสินค้าที่บรรจุกล่องคอนเทนเนอร์ในอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน สู่การส่งออกทางทะเลที่ท่าเรือน้ำลึก และ EEC ๓.๗ พัฒนาและสนับสนุนภาคเอกชนให้มาใช้ประโยชน์ด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และ เชื่อมโยงกับจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน

          ๔.โคราช “เมืองท่องเที่ยวทุกถิ่น” คือ ๔.๑ ส่งเสริมสินค้าของโคราช ให้เป็นสินค้าท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ชุมชนต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา โดยยกระดับให้เป็น I-OTOP ISAN ภาคอีสาน INNOVATION ยกระดับสินค้า OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม INCOME เพิ่มการตลาดด้านต่างประเทศ และระบบ Online Shopping ในการซื้อสินค้า OTOP, INFLIGHT เพิ่มช่องทางการจำหน่ายของสินค้าบนสายการบินต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทย ๔.๒ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวในระดับอำเภอและตำบล เช่น ถนน ห้องน้ำ ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว ความสะดวก ความปลอดภัย เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว ๔.๓. ส่งเสริมและเชิดชูงานเทศกาลประเพณีที่สำคัญของโคราช และภาคอีสานให้ยิ่งใหญ่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสร้าง Niche Market เช่น งานแห่เทียน งานลอยกระทง งานสงกรานต์ งานกินเข่าค่ำ งานผ้าไหม งานเทศกาลพิมาย งานมวยโคราช งานขนมจีน งานเทศกาลกินเจ ๔.๔ ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในหมู่บ้านและตำบลต่างๆ โดยการใช้ลักษณะโฮมสเตย์ เช่น มาเรียนมวยไทยโคราชที่บ้านรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย พร้อมที่พักอาหาร และท่องเที่ยวชนบท ประกอบกับประเพณีวิถีชีวิตของชนบท เป็นจุดขายในการเรียน มวยไทยกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างสูง ๔.๕ ส่งเสริมการตลาด MICE เพื่อให้มีการประชุมและสัมมนาที่โคราช เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ ด้านเทคโนโลยีส่งเสริมการลงทุน และการท่องเที่ยวในโคราช ๔.๖ ผลักดันให้โคราชเป็น KORAT GEO PARK หรืออุทยานธรณีโลก เพราะมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน เช่น แหล่งฟอสซิลต่างๆ ไม้กลายเป็นหิน ไดโนเสาร์ ช้างโบราณ หมูโบราณ ที่มีอายุนับล้านล้านปี สนับสนุนให้เกิด DINOPARK ปัจจุบันโคราชได้รับการประกาศให้เป็น World Heritage หรือมรดกโลก ที่ป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ และพื้นที่สงวนชีวมณฑล ป่าสะแกราช ปักธงชัย ถ้า KORAT GEO PARK เกิดขึ้น จะทำให้โคราชเป็นประเทศที่ ๓ ในโลกที่มีมรดกโลก ๓ ประเภทอยู่ด้วยกัน ปัจจุบันมีที่อิตาลีและเกาหลีใต้

          ๕. โคราช “เมืองกีฬาสามัคคี” ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเยาวชนและคนโคราชให้มีความพร้อมทางร่างกาย จิตใจ ความรัก ความสามัคคี เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ๕.๑ จัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในลักษณะมินิสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ในระดับอำเภอ (ในระดับจังหวัดมีสนามกีฬาเฉลิมพระ เกียรติ อยู่แล้ว) และจัดให้มีตามอำเภอและหมู่บ้านต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ๕.๒ สนับสนุนทีมสโมสรกีฬาของโคราชให้ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนโคราชในการเล่นกีฬา และเพื่อความภาคภูมิใจและความสุขของชาวโคราช อาทิ ทีมฟุตบอล วอลเลย์บอล ฟุตซอล มวย แบดมินตัน เทควันโด เป็นต้น ๕.๓ สนับสนุนให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับสากลและระดับประเทศเหมือนที่เคยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งที่ ๒๔ มาแล้ว เพื่อกระตุ้นวงการกีฬาของโคราช และเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ๕.๔ ส่งเสริมการสร้างโรงเรียนกีฬาให้มีจำนวนมากขึ้น และส่งเสริม Sport Academy ลงสู่รากหญ้าเหมือนที่ทีมฟุตบอล Swat Cat ดำเนินการอยู่ เพื่อสร้างนักฟุตบอลนักกีฬาในระดับรากหญ้า  

          ๖.โคราช “เมืองจราจรคล่องตัว” สนับสนุนการก่อสร้างถนนอุโมงค์ทางลอด รวมทั้งระบบ Mass Transit ในเมืองและถนนใยแมงมุมในเขตเมืองนครราชสีมาเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ๖.๑ วงแหวนรอบเมือง นครราชสีมาต้องเร่งรัดสร้าง ให้ครบรอบของวงแหวน เพื่อให้รถไม่ต้องผ่านศูนย์กลางของเมือง ๖.๒ สร้างถนนใยแมงมุมเพื่อระบายการจราจร เช่น ถนนผังเมืองสาย ง๑ ง๒ เพื่อระบายการจราจรด้านตะวันตกไปตะวันออก โดยไม่ต้องผ่านเมืองด้านทิศเหนือ ถนนเชื่อมระหว่างสาย ๓๐๔ ไปยังสาย ๒๒๔ สายโคราช-โชคชัย จากบริเวณค่ายสุรธรรมพิทักษ์ไปจรด กม. ๗ ถนนสายราชสีมา-โชคชัย เพื่อระบายการจราจรจากตะวันตกไปตะวันออกโดยไม่ต้องผ่านเมืองด้านทิศใต้ ขยายและปรับปรุงผิวจราจรถนนสาย ๓๐๔ (บริเวณซอยเห็ดนางฟ้า) ถนนท้าวสุระ-ถนนสายโคราช-จักราช ๖.๓ ผลักดันการแก้ไขปัญหาจราจร บริเวณถนนมิตรภาพด้วยการสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนมิตรภาพบริเวณสามแยกไปขอนแก่น และบริเวณแยกบ้านประโดก และ ๖.๔ ผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน Mass Transit แบบ LRT (Light Rail Transit) ในเขตเทศบาลเมือง ตามผลการศึกษา ๓ สาย คือ สายสีส้ม สีเขียว และสีม่วง

          ๗.โคราช “เมืองน้ำไม่ท่วม” ก่อสร้างท่อและรางระบายน้ำให้เพียงพอเพื่อระบายน้ำออกจากบริเวณตัวเมืองและเขตเทศบาลเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เช่น สร้างท่อเหลี่ยม คสล.บริเวณบ้านหนองไม้แดง เพื่อระบายน้ำออกจากบริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ เปิดร่องระบายน้ำในถนนหมายเลข ๓๐๔ เพื่อระบายน้ำออกจากบริเวณหน้าสนามกีฬา เพิ่มการกักเก็บน้ำบริเวณกองบิน ๑ (ไทเกอร์) เพื่อใช้เป็นแก้มลิง สร้างประตูเปิด-ปิดน้ำที่บุ่งตาหลั่ว ทำให้ทุ่งตาหลั่วสามารถทำหน้าที่แก้มลิงได้ ปรับปรุงขยายระบบระบายน้ำเมืองหลักให้รับน้ำได้มากขึ้น วางท่อระบายน้ำตามถนนสายสุรนารี ๒ ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อระบายน้ำไปยังคลองส่งน้ำชลประทาน สร้างเขื่อนและขุดลอกลำ                  ตะคองจากโคกกรวดบริเวณในเขตเทศบาล เพื่อการระบายน้ำ ความสวยงาม และใช้น้ำเพื่อการเกษตรได้ด้วยความสวยงาม

          ๘.โคราช “เมืองอัจฉริยะทันสมัย” ประกอบด้วย ๑.การใช้พลังงานสะอาด ประหยัด มีประสิทธิภาพ (Smart Energy) ๒.การพัฒนาการขนส่ง เคลื่อนย้าย (Smart Mobility) ๓.การพัฒนาชุมชน (Smart Community) ๔.การพัฒนาระบบสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) ๕.การใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาการทำธุรกิจ (Smart Economy) ๖.การสร้างอาคาร            สีเขียว ประหยัดพลังงาน (Smart Building) ๗.การนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ (Smart Innovation) ๘.การนำระบบการบริหารจัดการที่ดีมากใช้ (Smart Governance) การนำระบบการบริหารจัดการที่ดีมากใช้

          ๙.โคราช “เมืองครัว” ส่งเสริมอาหารพื้นเมืองของโคราชให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว นำรายได้เข้าสู่ชุมชนและเกษตรกรผู้ปลูกสินค้าเกษตรที่นำมาปรุงอาหาร เช่น กรณีหมู่บ้านขนมจีนบ้านประโดก ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และส่งออกสินค้า ขนมจีนไปต่างประเทศ ส่งเสริมให้มีการจัดงานเทศกาลอาหารระดับประเทศ เช่น เทศกาลปิ้งย่าง อาหารพื้นเมือง ส่งเสริมให้มีการนำงานวิจัยอาหารพื้นบ้าน พื้นเมืองมาสู่การผลิตเพื่อการบริโภคให้เป็นอาหารในระดับสากล เช่น โต๊ะโคราชสู่เมนูอาหารในระดับสากล The Kitchen Of Thailand

โคราชฐานที่มั่นสุดท้าย

          ภายหลังจบการแถลงนโยบาย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความพร้อมการเลือกตั้งว่า ขณะนี้มีความพร้อมแล้ว ทั้งการคัดแยกคน และนโยบาย โคราช No problem ซึ่งครอบคลุมทั้ง ๙ นโยบาย ตั้งแต่เรื่องของอุตสาหกรรม คมนาคม เกษตร ท่องเที่ยว กีฬา สมาร์ทซิตี้ เมืองโคราชน้ำจะไม่ท่วม พรรคชาติพัฒนาจะเข้ามาแก้ไขปัญหาแบบ No problem โดยพื้นฐานของนโยบายมาจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่วางเอาไว้แล้วเรามาเชื่อมต่อ เปลี่ยนจากสนามรบเป็นสนามการค้า เปิดประตูโคราชสู่อินโดจีน เปิดประตูโคราชสู่ EEC ให้โคราชเป็นเมืองอุตสาหกรรม เป็นเมืองแห่งการลงทุน ท่องเที่ยว ฉะนั้นวันนี้คิดว่าชาติพัฒนาพร้อม และสิ่งที่สำคัญที่สุด โคราชเป็นฐานที่มั่นของชาติพัฒนา จะรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายของเราไว้ 

เตรียมนโยบายเพื่อคนกรุง

          “ส่วนในภาพรวมระดับประเทศพรรคชาติพัฒนามีความพร้อมระดับหนึ่ง จะส่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต ประมาณ ๓๐๐ คน และระบบบัญชีรายชื่อ ๕๐-๖๐ คน จะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านไม่เป็นไร เราเล่นการเมืองเหมือนเกมกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เล่นเป็นทีมเวิร์ค ซึ่งวันที่ ๓๑ มกราคมนี้ จะเปิดตัวนโยบายของพรรคในระดับประเทศ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้า และนโยบายพัฒนาประเทศทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นวันนี้ชาติพัฒนามีความพร้อมในทุกระดับ” นายสุวัจน์ กล่าว 

ขอทำเพื่อชาติและประชาชน

          นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวท้ายสุดว่า ด้านนโยบายต่างๆ เมื่อหลังเลือกตั้ง ถ้าพรรคชาติพัฒนามีผู้แทนราษฎรอยู่ในสภาสามารถทำได้ ๒ อย่าง คือถ้าอยู่ฝ่ายรัฐบาลก็จะง่าย เพราะเราอยู่ฝ่ายบริหาร คงมีการปรึกษาหารือร่วมกันที่จะเสนอนโยบายของพรรค แต่ถ้าเราไม่ได้อยู่รัฐบาล เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ในการเสนอ อยู่ในสภาเราก็ทำหน้าที่หยิบยกปัญหาต่างๆ นโยบายต่างๆ เพราะฉะนั้นถึงจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านขอให้มีผู้แทนในสภา นโยบายต่างๆ ที่คิดสามารถเสนอขึ้นไปในสภา เพื่อจะได้เกิดความร่วมมือกันในการผลักดันนโยบายต่างๆ และคิดว่าอะไรดีๆ ช่วยกันคิด มีความเห็นร่วมกัน ช่วยกันผลักดันนโยบายดีๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของใคร ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อประชาชน พวกเราควรจะมีความร่วมมือกัน  

 

 

ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๑ วันเสาร์ที่ ๒๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

824 7599