15thOctober

15thOctober

15thOctober

 

January 29,2019

วิเชียรลุย‘โกงเงินคนตาย’ พบปัญหาอย่าปล่อยยืดเยื้อ

           พ่อเมืองโคราชลุยเอง ร่วมประชุมหารือช่วยเหลือ สมาชิก “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านฯ” จี้ รีบช่วยเหลือ หลังคดียืดเยื้อ ๑๐ ปี ฝากถึงสมาคมอื่น หากพบผิดปกติรีบแจ้ง

           ตามที่ “โคราชคนอีสาน” ได้นำเสนอข่าวการประชุมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือทางกฎหมายแก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา ที่นำโดย นายมานพ สธนเสาวภาคย์ ผู้ชำระบัญชี ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ซึ่งในครั้งนั้นสมาชิกสมาคมต่างไม่พอใจที่คดีไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

           ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายมานพ สธนเสาวภาคย์ ผู้ชำระบัญชี ได้พาผู้เสียหายที่เป็นอดีตสมาชิก “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา” กว่า ๓๐ คน มารับฟังความคืบหน้า การร้องเรียนกรณีการดำเนินการไม่โปร่งใสของผู้บริหารสมาคมฯ โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราช สีมา นางปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานในการประชุม พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ซึ่งสมาชิกสมาคมฯ ที่เข้าร่วมประชุม ต่างพอใจที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการหน่วยงานราชการเร่งตรวจสอบคดี

           ในการประชุมครั้งนี้ มีการหารือประเด็นการติดตามการแก้ไขปัญหากรณีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านจังหวัดนครราชสีมา ดังนี้ ๑.การหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา ประเด็นการขายตึกเพื่อนำเงินมาใช้และให้สมาชิก ๒.ประเด็นการจ้างผู้ตรวจสอบบัญชี ๓.การตรวจสอบข้อมูลสมาชิกของเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม ความซ้ำซ้อนของรายชื่อและรหัสสมาชิก ๔.การดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการ ๕.การเบิกจ่ายเงินผิดระเบียบ ของคณะกรรมการ สามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ (ฟ้องได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม) ๖.การแจ้งตายเท็จเกินจริง สวมสิทธิรับผลประโยชน์ 

           นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า “เรื่องสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของลูกเสือชาวบ้าน เป็นปัญหามานานในการ กล่าวหาและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ เราได้มีการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าน่าจะมีการทุจริตหรือเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้อง จึงมีการยุบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ วันนี้เป็นการตรวจสอบว่าหลังจากมีการยุบสมาคมไปแล้ว จะต้องมีการดำเนินคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนที่ดำเนินคดีแล้วส่งพนักงานอัยการแล้ว คือเรื่องของกรรมการชุดที่ผ่านมาหรือชุดก่อนยุบสมาคม ที่ใช้จ่ายเงินผิดระเบียบ อยู่ในชั้นของการส่งพนักงานอัยการเพื่อสั่งฟ้องต่อไป ส่วนข้อกล่าวหาที่มีการทุจริต มีการเบิกจ่ายเงินให้ผู้เสียชีวิตซ้ำซ้อน คนไม่เสียชีวิตถูกระบุว่าเสียชีวิตเพื่อรับเงิน และมีการเบิกจ่ายเงินต่างๆ เนื่องจากสมาชิกมีจำนวนมาก จากการขึ้นบัญชีมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ในระยะปีที่ตรวจสอบตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ถึง ๒๕๕๘ ขณะนี้เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมได้ตรวจสอบเพียง ๒-๓ ปี วันนี้ได้สรุปว่า ๒-๓ ปีที่นั้นพบว่ามีความผิดปกติ เช่น มีการเบิกจ่ายเงิน และแทนว่าตายแล้ว แต่ปรากฏคนเหล่านี้ยังไม่เสียชีวิต แสดงว่าต้องมีความผิดปกติ จะส่งหลักฐานเหล่านี้ให้พนักงานสอบสวน เพื่อที่จะดำเนินคดีในส่วนนี้ต่อไป ในส่วนที่เหลือจะพยายามเร่งรัดให้มีการตรวจสอบ 

           นายวิเชียร กล่าวต่อว่า “เรื่องของการหารือว่าอาคารทางสมาคมมีตึกอยู่หนึ่งอาคาร มูลค่าประมาณ ๑๕ ล้านบาท ขณะนี้กำลังหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า จะเอาตึกนี้มาจำหน่าย แล้วนำเงินมาเฉลี่ยคืนกับเจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งวันนี้ก็ได้เร่งรัดให้ทำหนังสือจากจังหวัด หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนความคืบหน้าของการดำเนินคดีวันนี้คือ การดำเนินคดีกับคณะกรรมการที่เบิกจ่ายเงินผิดระเบียบ ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีในข้อหาทุจริตฉ้อโกง เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมจะส่งหลักฐานที่ตรวจสอบพบในเบื้องต้นให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานและส่งพนักงานอัยการ เมื่อตรวจสอบปีอื่นๆ เมื่อพบความผิดปกติ ก็จะส่งให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการต่อไป”

           “อีกประเด็นคือ เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบบัญชี เนื่องจากว่าขณะนี้มีเงินสดเหลืออยู่จากการยกเลิกสมาคมประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท แต่ค่าตรวจสอบบัญชีจำเป็นต้องจ่ายปีละประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท การตรวจสอบจำเป็นต้องใช้เวลาถึง ๖ ปี เป็นเงินประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งจะมีการหารือกัน โดยวันนี้จะให้เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมกับผู้ชำระบัญชี ไปคุยกับผู้ตรวจสอบบัญชีว่า จะขอผ่อนชำระได้หรือไม่ เมื่อจำหน่ายตึกได้ จึงจะเอาเงินมาชำระในภายหลัง” นายวิเชียร กล่าว

           ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวอีกว่า “เรื่องสมาคมฌาปนกิจหรือสหกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในลักษณะนี้มีหลายแห่งที่มีปัญหา อยากให้พี่น้องหมั่นตรวจเช็คและดูแลสิทธิ์ของตัวเอง หากพบสิ่งผิดปกติต้องแจ้งเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน อย่าปล่อยให้เกิดเรื่องหลายปี การแก้ไขปัญหาจะเกิดความล่าช้า บางทีไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้ เพราะว่าต้องมีการรวบรวมหลักฐานจำนวนมาก อย่างสมาชิกสองหมื่นกว่าราย ในกรณีนี้ตรวจสอบยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ใช้เวลาในการตรวจสอบย้อนหลังนานหลายปี” 

           นายมานพ สธนเสาวภาคย์ ผู้ชำระบัญชี เปิดเผยว่า “เรื่องของสมาคมฌาปนกิจลูกเสือชาวบ้าน มีปัญหาเกิดมายืดเยื้อเรื้อรังมานาน ในวันนี้ก็มีการประชุมครั้งที่ ๒ ของจังหวัด ซึ่งวันนี้ทั้งท่านผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ก็อยู่ครบ และคณะกรรมการภาครัฐที่แก้ไขปัญหาสมาคมก็มากันครบ เรามองว่า ในวันนี้ที่มีสรุปออกมา เรื่องนี้จะต้องมีการประชุมทุกเดือน เราเห็นชอบว่าเป็นสิ่งดี เพราะว่าจะทำให้มีการขับเคลื่อนในแต่ละหน่วยงาน ซึ่งถ้าหน่วยงานใดมาเดือนนี้ตอบเรื่องนี้ เดือนหน้าก็ตอบแบบเดิม คงจะมีปัญหาว่าท่านทำอะไรอยู่ ทำไมไม่มีความคืบหน้า ซึ่งในเดือนนี้มีความคืบหน้าพอสมควร ถึงแม้ว่าที่ผ่านจะมีความล่าช้า แต่ในวันนี้การประชุมถือว่าดีขึ้น เพราะว่าทางจังหวัดรับทราบ ทั้งรองผู้ว่าทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็เข้ามามีส่วนรับรู้ ผลักดันให้หน่วยงานที่ยังไม่มีความคืบหน้า ได้ทำงานกันรวดเร็วขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งทางเราก็พอใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องติดตามดูต่อไป ในส่วนประเด็นที่ยังมีปัญหา เรื่องผู้สอบบัญชี หรือเรื่องเงินที่เรามีอยู่กับผู้สอบบัญชีที่เราจะต้องไปจ้างทำ ค่าจ้างเกินกว่าเงินที่เรามีอยู่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราจะต้องไปติดต่อประสาน เผื่อจะได้ต่อรองหรือมีเงื่อนไขอื่นๆ ว่า เขาจะทำให้เราได้อย่างที่ร้องขอได้หรือไม่ และเราคิดว่าน่าจะออกมาดี สุดท้ายแล้วประชาชนจะต้องได้รับความเป็นธรรม เพราะถึงแม้ว่าผลสรุปของทางภาครัฐออกมาไม่เป็นธรรม เราก็จะไม่ยอม เราจะสู้ต่อไปจนถึงที่สุด”

 

ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๑ วันเสาร์ที่ ๒๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

804 7598