18thAugust

18thAugust

18thAugust

 

February 08,2019

สมัครส.ส.โคราชคึกคัก คนใหม่ไม่เกรงหน้าเดิม ‘วิรัช’ไม่ให้ราคาชื่อ‘ทักษิณ’

          วันแรกสุดคึกคัก ๒๕๘ คน จาก ๓๐ พรรค ยื่นสมัคร ส.ส. พรรคชาติพัฒนาชูเชิด ‘สุวัจน์-วรรณรัตน์-เทวัญ’ นายกรัฐมนตรี ด้าน ‘เพื่อชาติ’ เปลี่ยนชื่อ ‘แม้ว-ปู’ ลงสมัคร ๔ เขต ‘วิรัช’ แกนนำ ‘พลังประชารัฐโคราช’ ปัดตอบคำถามคนชื่อทักษิณ 

          วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. ซึ่งเป็นวันแรกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดให้มีการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยจังหวัดนครราชสีมาใช้อาคารอินดอร์สเตเดียม ๕,๐๐๐ ที่นั่ง ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวา ๒๕๕๐ เป็นสถานที่รับสมัครทั้ง ๑๔ เขตเลือกตั้ง ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาค และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งสิ้น ๒,๐๘๖,๖๕๓ คน มากที่สุดรองจากกรุงเทพมหานคร

          บรรยากาศการรับสมัคร ส.ส.จังหวัดนครราช สีมาคึกคักตั้งแต่เช้ามืด แกนนำพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคต่างๆ เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ และนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง จ.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางผู้สนับสนุนแต่ละพรรคที่มาจอดรถหาเสียง พร้อมทำป้ายเว้นช่องว่างไว้ใส่เลขของผู้สมัคร โดยมีนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย (อดีตปลัดจังหวัดนครราชสีมา และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พ.ศ.๒๕๕๖) ในฐานะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมสังเกตการณ์

๐๘.๒๐ น. ผอ.กต.ชี้แจง

          นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา(ผอ.กต.จว.นม.) กล่าวชี้แจงว่า ขั้นตอนการลงทะเบียนจะเริ่มที่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถ้าผู้สมัครมาพร้อมกัน ผู้อำนวยการแต่ละเขตจะให้ผู้สมัครทำการตกลงลำดับในการยื่นเอกสารกันก่อน แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จะทำการจับฉลาก เพื่อเรียกลำดับการยื่นเอกสารก่อน-หลัง และอันดับหมายเลขประจำตัวของผู้สมัคร ถ้าการตรวจเอกสารเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วน 

เขต ๑๒ ไม่ลุ้นจับเบอร์

          นายศิริชัย วิริยพงศ์ เปิดเผยว่า จากการรายงานทราบว่า เขตเลือกตั้งที่ ๑๒ ประกอบด้วย อำเภอปากช่อง (ยกเว้นตำบลวังกะทะ) ผู้สมัครทั้งหมด ๑๗ คน ไม่ขอจับอันดับยื่นเอกสาร โดยสามารถตกลงกันได้ว่า ใครจะยื่นเอกสารอันดับที่เท่าไหร่จากการลงเวลา นับเป็นเขตเดียวของจังหวัดนครราชสีมา หรืออาจจะเป็นเขตเดียวในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีของการเลือกตั้งสมัยใหม่ เพราะจากจำนวนผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ ๑๒ มีถึง ๑๗ คน จึงเป็นแบบอย่างที่ดีของการแข่งขันในทางการเมือง 

ป้าย‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’

          นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า มีบรรดาผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ นำป้ายที่มีรูปภาพของผู้สมัครและชื่อ ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ มาเชียร์ผู้สมัครครั้งนี้ จากการสอบถามทราบว่า ผู้สมัครพรรคเพื่อชาติทำการเปลี่ยนชื่อให้เหมือนกับสองอดีตนายรัฐมนตรี โดยคิดว่า เพื่อง่ายต่อการจดจำของประชาชนที่จะไปลงคะแนน โดยจังหวัดนครราชสีมา มีผู้สมัครพรรคเพื่อชาติเปลี่ยนชื่อเป็นทักษิณ ๓ คน ได้แก่ เขต๔นายสถิตคุณ เขื่อนโคกสูง (ทักษิณ เขื่อนโคกสูง), เขต๖นายประกาศ จันทรวิจิตร (ทักษิณ จันทรวิจิตร), เขต๗นายวีรวิทย์ เชื้อจันอัด (นายทักษิณ เชื้อจันอัด) และเขต๑๐นางกนกวรรณ เพชรรักษา (ยิ่งลักษณ์ เพชรรักษา) โดย นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผอ.กต.จว.นครราชสีมา ชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ได้ผิดกฎระเบียบการรับสมัครเลือกตั้ง เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ ขอให้มีหลักฐานการแจ้งเปลี่ยนชื่อให้ชัดเจนก็พอ

อดีตส.ส.คนเคยคุ้นพบปะกัน

          นอกจากนี้บรรยากาศการรับสมัครยังเปรียบเหมือนการคืนสู่เหย้าของนักการเมืองหลายคนที่มีโอกาสได้กลับมาพบปะกันอีกครั้ง พร้อมเดินทักทายด้วยรอยยิ้มมิตรไมตรี หลังจากแยกอุดมการณ์กันเดิน เช่น นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนา วัย ๗๑ ปี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ เดินจับมือทักทายคนเคยคุ้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา รวมถึง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตส.ส.พรรคภูมิใจไทย ย้ายมาลงในนามพรรคพลังประชารัฐ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ คนเคยคุ้น อดีตส.ส.เพื่อไทย มาลงสมัครพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้ง นายวิรัช รัตนเศรษฐี ที่นำภรรยา คือนางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยลูกชาย นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ มาลงสนามกับพรรคพลังประชารัฐ      

ชพน.มั่นใจคนเชื่อมั่นนโยบาย

          นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้หนักใจ เพราะมองการเมืองเหมือนเกมกีฬา มีแพ้ มีชนะ ขึ้นอยู่กับประชาชน และการเมืองครั้งนี้มีพรรคใหม่เกิดขึ้นมาก และมีนโยบายออกมาเป็นทางเลือกให้กับประชาชน พรรคชาติพัฒนาจึงไม่ได้คาดหวังว่าเราจะได้กี่ที่นั่ง แต่พยายามจะทำให้ดีที่สุด เหมือนนักกีฬาที่ก่อนจะลงสนามต้องฟิตซ้อมร่างกายให้ดีที่สุด เพราะเราเต็มที่ แน่นอนฐานการเมืองใหญ่ของชาติพัฒนาอยู่ที่โคราช ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายที่ชาติพัฒนาต้องรักษาไว้ เพราะโคราชคือเรือนตาย แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ จะแพ้ จะชนะ ไม่เป็นไร ส่วนจะหวังกี่ที่นั่งคงตอบไม่ได้ เพราะชาติพัฒนาก็ส่งนักการเมืองใหม่ลงสู้ เช่น เขต ๑๒ อำเภอปากช่อง ชาติพัฒนาส่ง อดีตผู้ว่าพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ที่เป็นคนปากช่องลงสู้ในเขตนี้ และเขต ๑๓ อ.ด่านขุนทด ชาติพัฒนาส่ง ดร.สำเร็จ วงศ์ศักดา ซึ่งเป็นผอ.วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ๒๐ ปี และเป็นคนด่านขุนทด ชาติพัฒนามั่นใจในคุณภาพของผู้สมัคร และมั่นใจในคุณภาพของนโยบาย ส่วนอีก ๔๐ วันที่เหลือขึ้นอยู่กับการเดินหน้าในสนามเลือกตั้งว่า จะให้ประชาชนเข้าถึงผู้สมัครและนโยบายของพรรคได้อย่างไร

          “จากการเปิดรับสมัคร ส.ส.โคราชวันแรก ผมแอบดีใจเห็นคนมาสมัครเยอะ เห็นแต่ละพรรคมีนโยบายมานำเสนอ และอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว อยากให้ทุกพรรคยอมรับผลการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้มีการขัดแย้งทางการเมือง มีรัฐบาลที่ถูกต้อง เพื่อเข้ามาแก้ปัญาหาเศรษฐกิจ และยุติความขัดแย้งในสังคม ซึ่งชาติพัฒนาอยากจะมีส่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วย” นายสุวัจน์ กล่าว

๑๐.๓๐ น.‘สุวัจน์’นำทีมไหว้สิ่งศักด์สิทธิ์

          หลังจากผู้สมัครบางคนตรวจเอกสารและทราบเบอร์ประจำตัวแน่นอนแล้ว นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา และนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ นำผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา อาทิ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้สมัคร เขต ๑ เบอร์ ๖, นายประเสริฐ  บุญชัยสุข เขต ๓ เบอร์ ๔, นายประสิทธิ์ ทองนาเมือง เขต ๖ เบอร์ ๒, นายองอาจ พฤกษ์พนาเวศ เขต ๙ เบอร์ ๔, นายชยพนธ์  ธรรมสถิตโพศาล เขต ๑๐ เบอร์ ๔, นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ เขต ๑๑ เบอร์ ๓ และ ดร.สำเร็จ วงศ์ศักดา เขต ๑๓ เบอร์ ๓ เดินทางไปบวงสรวงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ซึ่งมีประชาชนรอต้อนรับกว่า ๑๐๐ คน พร้อมส่งเสียงเชียร์ “โคราชต้อง...ชาติพัฒนา” “เขต ๑...ต้องเบอร์ ๖” พร้อมทั้งไปสักการะศาลหลักเมือง และพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณภายในวัดสระแก้ว

          นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เปิดเผยว่า “ภาพรวมการจับเบอร์ของ ส.ส. ๑๔ เขต จ.นครราชสีมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถือเป็นจุดเริ่มต้นหลังพวกเรารอคอยการเลือกตั้งกันมา ใน ๑๔ เขต มี ๓ เขต ได้เบอร์ ๔ ทำให้คิดถึงเลข ๔ ซึ่งเป็นเลขมงคลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ การเลือกตั้งครั้งนั้นท่านจับได้เบอร์ ๔ และได้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๑ จากนี้ไปเข้าสู่โหมดรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และรอการรับรองอย่างเป็นทางการจาก กกต. ซึ่งชาติพัฒนาเตรียมแผนปราศรัยแนะนำผู้สมัคร และนโยบายพรรคที่มาจากการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและนักวิชาการหลายแขนงช่วยกันกลั่นกรอง เตรียมนโยบาย ๓ ระดับ คือ ๑.ประเทศ “๙ หน้า ๙ ไกล ไทยไร้ปัญหา“ ๒.กรุงเทพฯ “ไร้ฝุ่น ๙ สมาร์ท” และระดับ โคราช No Problem 

          “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหลือเวลา ๔๔ วัน เราจะทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด พี่น้องประชาชนมีความคาดหวังการเลือกตั้งครั้งนี้สูงมาก อยากเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ไม่ซื้อเสียง ทำตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดการยอมรับของทุกฝ่าย เลือกตั้งแล้วบ้านเมืองไร้ปัญหา เศรษฐกิจดี การเลือกตั้งเหมือนการเล่นกีฬา เราต้องหมั่นฟิตซ้อมและผู้เล่นต้องมีความพร้อมที่สุด วางแผนให้ดี ส่วนการขอพรย่าโมและหลวงพ่อคูณ ขอให้คุ้มครองอำนวยอวยพรให้ชาติพัฒนา ประสบความสำเร็จ เราอยากทำงานให้คนโคราช อยากให้บ้านเมืองเรียบร้อย” 

          จากนั้น ในเวลา ๑๒.๐๐ น. พลพรรคชาติพัฒนา ได้ขึ้นรถแห่เพื่อเดินทางไปยังวัดสระแก้ว เพื่อกราบสักการะ รูปหล่อหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณ ที่วัดสระแก้ว (วัดที่หลวงพ่อคูณเคยมาจำวัดในปี ๒๕๑๗) หลังจากนั้น ขึ้นรถแห่มากราบศาลหลักเมืองโคราช และได้ไปกราบอัฐิ ย่าโมที่วัดศาลาลอย ก่อนที่ผู้สมัครในเขตต่างๆ จะแยกย้ายกันกลับพื้นที่

๑๑.๐๐ น. ทำป้ายพร้อมเบอร์ต้อนรับ

          ในขณะที่อาคาร ๕,๐๐๐ ที่นั่ง ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครหลังจากผู้สมัครแต่ละพรรค แต่ละเขตเลือกตั้งตรวจเอกสารและได้เบอร์ประจำตัวผู้สมัคร สมาชิกแต่ละพรรคนำป้าย พร้อมใส่เลขประจำตัวของผู้สมัคร แต่ละคนมารอต้อนรับตรงบริเวณหน้าอาคาร ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งดูมีสีสันมากขึ้น

๑๖.๓๐ น. ๑๒ พรรคส่งครบทุกเขต

          ต่อมา กกต.ได้สรุปภาพรวมทั้งหมดของการรับสมัครวันแรก มีผู้มาสมัคร ส.ส.ทั้ง ๑๔ เขตในจังหวัดนครราชสีมาจำนวน ๒๕๘ คน จาก ๓๐ พรรค ซึ่งมี ๑๒ พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงครบทั้ง ๑๔ เขตเลือกตั้งในวันแรก ได้แก่ พรรคชาติพัฒนา, พรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อชาติ, พรรคเพื่อนไทย, พรรคประชานิยม และพรรคเสรีรวมไทย 

เขต ๖ สมัครเยอะสุด ๒๒ คน

          โดยในเขตเลือกตั้งที่ ๖ ประกอบด้วย อำเภอประทาย อำเภอโนนแดง อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอคง (เฉพาะตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์ และตำบลตาจั่น) เป็นเขตที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด ๒๒ คน เป็น ๑ ใน ๒ เขตเลือกตั้งที่มีการรวมจำนวนอำเภอมากที่สุด ๕ อำเภอ เทียบเท่ากับเขตเลือกตั้งที่ ๕ ที่มีผู้สมัครในวันแรก ๒๐ คน

ไม่มีสิทธิ์แต่สมัคร 

ปรับสองแสน คุก ๑๐ ปี

          นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการ กกต.จว.นครราชสีมา กล่าวหลังจากปิดรับสมัครวันแรกว่า  บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั้ง ๑๔ เขต รวมทั้งตัวผู้สมัคร พรรคการเมือง กองเชียร์ ผู้สนับสนุน อยู่ในกฎเกณฑ์อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เป็นห่วงเรื่องพรรคการเมืองที่ไม่อยู่ในรายชื่อที่สำนักงานกกต.ส่วนกลางแจ้งมา ซึ่งชี้แจงในที่ประชุมว่าให้ทตรวจสอบดีๆ เพราะว่าการที่พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในจังหวัดใด พรรคการเมืองนั้นจะต้องมีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อย ๑ สาขา ถ้าไม่มีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง ก็จะต้องมีตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด อย่างน้อย ๑ คน เมื่อแต่งตั้งแล้วต้องรายงานนายทะเบียนสำนักงานกกต.จังหวัดทราบภายใน ๑๕ วัน 

          “ส่วนผู้สมัครที่มาจากพรรคการเมืองที่ไม่ปรากฏรายชื่อแจ้งมาประมาณ ๒๕-๒๖ พรรค กกต.กลางมีหนังสือสั่งการมาว่า ให้รับสมัครไปก่อน แล้วจะสามารถตรวจสอบในภายหลัง ซึ่งบางพรรคมีสาขาแล้ว แต่ทำไมยังไม่ปรากฏชื่อ ผมต้องชี้แจงก่อนว่าแล้วทางคณะกรรมการพรรคมีหนังสือลงนามเเจ้งกกต.หรือยัง แต่พรรคเหล่านี้เมื่อตั้งจริงๆ ก็มีสิทธิ์สมัคร เป็นห่วงแค่พรรคที่ไม่ได้มีการจัดตั้งจนถึงปัจจุบัน ไม่มีพรรคการเมืองผู้แทนประจำจังหวัด แล้วผู้สมัครไม่ได้ยืนยันที่จะสมัคร แบบนี้อาจจะเข้าข่ายการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๑๐ ปี ปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๒๐ ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และได้รายงาน กกต.แล้วตามที่ผู้สมัครได้กล่าวอ้างหรือไม่  และพรรคการเมืองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้สมัครได้ หลังจากมีการรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ว นอกจากว่าเกิดเสียชีวิตเท่านั้น” นายศิริชัย กล่าว

 ลุ้นสนุกทุกเขต

          ทั้งนี้ ในส่วนของผู้สมัครนั้นจากการประกาศตัวลงสมัครอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคการ เมือง และทราบเบอร์ผู้สมัคร ทำให้การเลือกตั้งเดินหน้าอย่างเต็มที่ ก่อนถึงวันเลือกตั้งใหญ่ วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลหนองจะบก ตำบลโพธิ์กลาง และตำบลหนองไผ่ล้อม) พรรคชาติพัฒนา ส่งนักการเมืองใหม่ แต่หน้าเก่า นายธงชัย ลืออดุลย์ (ผู้ว่าเบิร์ด) เบอร์ ๖ ลงยึดฐานที่มั่นสำคัญของพรรค แต่ต้องสู้กับนักการเมืองท้องถิ่นเช่น นายอดุลย์ อยู่ยืน พรรคภูมิใจไทย เบอร์ ๗ (อดีตส.อบจ.) และร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา พรรคเพื่อไทย เบอร์ ๑๑ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่, นายชุบ ชัยฤทธิไชย พรรคประชาธิปัตย์ อดีตเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครราชสีมา เบอร์ ๑๓ และพรรคพลังประชารัฐส่ง นายเกษม ศุภรานนท์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา เบอร์ ๑๗ ซึ่งเป็นนักการเมืองหน้าใหม่

          เขตเลือกตั้งที่ ๒ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลจอหอ ตำบลบ้านใหม่ ตำบลหมื่นไวย ตำบลโคกสูง ตำบลพุดซา ตำบลบ้านโพธิ์ ตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลตลาด ตำบลสีมุม ตำบลหนองไข่น้ำ ตำบลบ้านเกาะ ตำบลมะเริง ตำบลพลกรัง ตำบลโคกกรวด ตำบลสุรนารี และตำบลปรุใหญ่ พรรคชาติพัฒนา ส่งนายวัชรพล โตมรศักดิ์ เบอร์ ๑๘ เจ้าถิ่นลงสู้เหมือนเดิม โดยมีคู่แข่งอย่าง นายสุธรรม พรสันเทียะ พรรคเพื่อไทย เบอร์ ๗, นายลบพาล ธีระบุตร พรรคภูมิใจไทย เบอร์ ๘ และนายประพิศ นวมโคกสูง พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๙  

          เขตเลือกตั้งที่ ๓ ประกอบด้วย อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอสีคิ้ว (เฉพาะตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว) เป็นเขตที่สู้กันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี เพราะมีการปรับเปลี่ยนเขตการเลือกตั้งใหม่ พรรคชาติพัฒนาส่งตัวความหวัง นายประเสริฐ บุญชัยสุข เบอร์ ๔ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วัดฐานเสียงกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย เบอร์ ๑๔ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีตัวสอดแทรกอย่าง นายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ ๙ และนางจันทิมา โกสินทร์รักษา พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๑๒

          เขตเลือกตั้งที่ ๔ ประกอบด้วย อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย (เฉพาะตำบลกำปัง ตำบลถนนโพธิ์ ตำบลสำโรง ตำบลด่านจาก  และตำบลมะค่า), อำเภอพิมาย (เฉพาะตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลท่าหลวง ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลชีวาน) เดิมเป็นฐานเสียงของนางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ภรรยาของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตส.ส. พรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ส่ง นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายลงในนามพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๙ ลงสนามใหญ่ครั้งแรก ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่ง นายจักรกฤช ผาสุขมูล เบอร์ ๑ คนรุ่นใหม่ลงสนามการเมืองครั้งแรกเหมือนกัน

          เขตเลือกตั้งที่ ๕ ประกอบด้วย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา และอำเภอบ้านเหลื่อม เขตนี้ฐานคะแนนเสียงเก่าไม่ได้ย้ายไปไหน พรรคเพื่อไทยส่ง นายโกศล ปัทมะ เบอร์ ๑๖ อดีตส.ส.เจ้าถิ่น เมื่อหันไปมองพรรคอื่นคงต้องทำการบ้านกันหนักถ้าจะล้มคนเดิม ทั้ง นายพิเชฏฐ์ ชัยศรี อดีตส.อบจ.ที่ลงในสังกัดภูมิใจไทยเบอร์ ๕ และนางอรทัย พลวิเศษ ภริยานายภิรมย์ พลวิเศษ ที่ลงในนามพลังประชารัฐเบอร์ ๘ 

          เขตเลือกตั้งที่ ๖ ประกอบด้วย อำเภอประทาย อำเภอโนนแดง อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอคง (เฉพาะตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์ และตำบลตาจั่น ฐานคะแนนเสียงเดิมเขตเลือกตั้งที่ ๖ เป็นของนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ จากพรรคเพื่อไทย ที่ครั้งนี้มาลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่ง นายสมชาย ภิญโญ น้องชาย นายสุชาติ ภิญโญ ที่ย้ายไปลงสมัครในเขต ๑๔ 

          เขตเลือกตั้งที่ ๗ ประกอบด้วย อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลท่าหลวง ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลชีวาน) เขตนี้สู้กันสนุกแน่นอน เพราะอดีตส.ส.จากพรรคเพื่อไทย แบ่งข้างมาสู้กันเอง เมื่อนางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีตส.ส.เพื่อไทย ย้ายมาลงในนามพลังประชารัฐ เบอร์ ๑๕ ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของ นายจรูญพงศ์พันธุ์ศรีนคร พรรคเพื่อไทย เบอร์ ๘

          เขตเลือกตั้งที่ ๘ ประกอบด้วย อำเภอห้วย แถลง อำเภอจักราช และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เดิมพรรคภูมิใจไทยจะส่ง นายพีรพร สุวรรณฉวี น้องชาย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ลงสนามเขตนี้ แต่สุดท้ายกลับเป็นพี่ชายที่มีชื่อลงป้องกันแชมป์ในสนามเขตเลือกตั้งนี้ แต่เปลี่ยนจากพรรคชาติพัฒนา มาเป็นสีเสื้อภูมิใจไทยได้เบอร์ ๑  โดยมีคู่แข่งอย่างนายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนา และไทยรักไทย ที่มาลงสมัครพรรคเพื่อไทย เบอร์ ๙

          เขตเลือกตั้งที่ ๙ ประกอบด้วย อำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหัวทะเล ตำบลหนองระเวียง และตำบลพะเนา) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เจ้าของพื้นที่เก่าไม่พลาดที่จะลงสนาม เพียงแค่เปลี่ยนจากพรรคภูมิใจไทยมาลงในนามพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๑๒ และเจอคู่ปรับเก่าคือนายอภิชา เลิศพชรกมล เบอร์ ๑๖ จากพรรคภูมิใจไทย ขณะที่เพื่อไทยส่ง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เบอร์ ๓ อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยหวังเป็นม้ามืดเขตนี้

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ ประกอบด้วย อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง อำเภอวังน้ำเขียว (เฉพาะตำบลวังน้ำเขียว และตำบลไทยสามัคคี) นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ถอนคำสาบานกลับมาสนามเลือกตั้งอีกครั้ง ท่าม กลางเสียงตำหนิ โดยย้ายจากเพื่อไทยมาพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๒ หวังคะแนนฐานเสียงยังไม่ตก เพราะเป็นคนถิ่นฐานอ.ครบุรี โดยมีคู่ต่อสู้ที่พอจะสูสีจากพรรคภูมิใจไทย นายพรชัย อำนวยทรัพย์ เบอร์ ๓ อดีตส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.เสิงสาง-อ.ครบุรี

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว (ยกเว้นตำบลวังน้ำเขียว และตำบลไทยสามัคคี) อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหนองบัวศาลา และตำบลไชยมงคล) อำเภอปากช่อง (เฉพาะตำบลวังกะทะ) นายประนอม โพธิ์คำ อดีตส.ส.พรรคภูมิใจไทย เจ้าของฐานเสียงเดิม ย้ายไปลงระบบบัญชีรายชื่อกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เบอร์ ๑ อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนา ซึ่งทิ้งตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคชาติพัฒนามาลงสมัครแทน

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๒ อำเภอปากช่อง (ยกเว้นตำบลวังกะทะ) นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เบอร์ ๕ จากพรรคเพื่อไทย ยังคงลุ้นรักษาเก้าอี้ต่อ ขณะที่พรรคชาติพัฒนาส่งคนท้องถิ่น นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ เบอร์ ๑๒ อดีตรองผู้ว่าฯ โคราช อดีตผู้ว่าฯจังหวัดร้อยเอ็ดและนครพนม และอดีตส.ว.นครราชสีมา ลงสมัคร

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๓ ประกอบด้วย อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ อำเภอสีคิ้ว (ยกเว้นตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว) พรรคภูมิใจไทยหวังรักษาฐานเสียงเดิมส่ง นายวิสิทธิ์ (ต๋อง) พิทยาภรณ์ เบอร์ ๑๑ ด้านพรรคพลังประชารัฐส่ง นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนา วัย ๗๑ ปี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เบอร์ ๙ ลงวัดฐานคะแนนเสียง

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๔ อำเภอขามสะแกแสง อำเภอพระทองคำ อำเภอคง (ยกเว้นตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์ และตำบลตาจั่น), อำเภอโนนไทย (ยกเว้นตำบลกำปัง ตำบลถนนโพธิ์ ตำบลสำโรง ตำบลด่านจาก และตำบลมะค่า) พรรคเพื่อไทยส่ง นายสุชาติ  ภิญโญ เบอร์ ๑๑ หวังรักษาเก้าอี้ไว้ให้ได้ ด้านพรรคชาติพัฒนาหวังลึกๆ ส่ง นายอุทัย มิ่งขวัญ เบอร์ ๑๖ ประธานสาขาพรรคประจำจังหวัดนครราชสีมา ลงสู้ศึก แม้ว่าครั้งที่แล้วจะลงในเขต ๔ โดยภูมิใจไทยส่งกำนันไพศาล เจียรติชัยพัฒนา ลงสนามได้เบอร์ ๖ ซึ่งมีนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนาหลายสมัย และย้ายไปภูมิใจไทยคอยช่วยเหลือ และให้การสนับสนุน นอกจากนั้นยังมี“พรรคพลังสังคม” นายฉัตรธรรม หร่ายกลาง ผู้บริหารโรงงานเครื่องดื่ม เบอร์ ๗ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก ที่คาดหวังว่าจะได้รับเลือกตั้งแน่นอน ทำให้เขต ๑๔ มีสีสันขึ้นมาก

          อนึ่ง การเลือกตั้งครั้งที่แล้วปี ๒๕๕๔ จังหวัดนครราชสีมา มี ๑๕ เขตการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยครองเสียงมากที่สุด ๘ ที่นั่ง แบ่งให้พรรคชาติพัฒนา ๔ ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทย ๓ ที่นั่ง

รับสมัครวันที่สองเงียบ

          สำหรับบรรยากาศการรับสมัคร ส.ส.โคราช วันที่สอง (๕ ก.พ.๖๒) ยังคงมีกลุ่มสมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนพรรคเดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัคร ทั้งสิ้น ๓๔ คน จาก ๑๒ พรรคการเมือง โดยเขต ๑๔ มีมาสมัครมากสุด ๕ คน รวมสองวัน ๒๔ คน สำหรับพรรคที่มาส่วนใหญ่เป็นพรรคขนาดเล็ก และพรรคการ เมืองน้องใหม่ เช่น พรรคพลังสังคม, พรรคทางเลือกใหม่, พรรคปวงชนชาวไทย, พรรคภราดรภาพ, พรรคไทยธรรม, พรรคประชาธรรมไทย และพรรคประชา ธิปไตยใหม่ รวมการรับสมัครส.ส.โคราช ๒ วัน มีส.ส.มาสมัครแล้ว ๒๙๒ คน จาก ๓๒ พรรคการเมือง 

          ทั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๔๕ ผู้สมัครเลือกตั้งต้องยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาติดต่อกัน ๓ ปี และมีเงินค่าธรรมเนียมการสมัครเลือกตั้ง ส.ส. คนละ ๑ หมื่นบาท

ชพน.เสนอ‘สุวัจน์’ นายกฯ

          สำหรับพรรคชาติพัฒนา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ ๕ กุมภา พันธ์ ๒๕๖๒ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคหารือ เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติพัฒนา โดยมีมติเสนอ ๓ รายชื่อที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามโดยคำนึงถึงความอาวุโส โครงสร้างการบริหารพรรค และการทำงานที่เป็นทีมเวิร์ค คือ ๑.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ๒.นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และ ๓.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค ซึ่งจากนี้ทางพรรคจะนำมติดังกล่าวไปให้นายสุวัจน์และนพ.วรรณรัตน์รับทราบเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และตอบรับกลับมาตามหนังสือเอกสารให้ความยินยอม เมื่อพรรคได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วจะแนบกับเอกสารของพรรคเพื่อนำไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป คาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน ๑-๒ วันนี้

          “ส่วนความคืบหน้าการยื่นใบสมัครรายชื่อผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้น ขณะนี้พรรคมีมติดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้ว โดยมีรายชื่อทั้งหมด ๕๙ คน ซึ่งจะนำไปยื่นสมัครกับกกต.พร้อมกับเอกสารรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค” นายเทวัญ กล่าว

เพื่อไทย’ลุยหาเสียง

          สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนั้น เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๕.๐๐ น. ที่ตลาดกระทิงทอง หนองยารักษ์ ต.พุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มผู้สมัคร ส.ส พรรคเพื่อไทย จ.นครราชสีมา โดยมีนายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวช ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรค และผู้สมัคร ส.ส เขต ๙, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เขต ๓, นายจักรกฤช ผาสุขมูล เขต ๔, นายสมชาย  ภิญโญ เขต ๖, นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เขต ๑๒ และนายสุชาติ  ภิญโญ เขต ๑๔ เดินทางมาช่วยนายสุธรรม พรสันเทียะ ผู้สมัคร เขต ๒ หาเสียง ท่ามกลางประชาชนกว่า ๒ พันคน โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ฯ และแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ส่งเสียงมาทางโทรศัพท์   

          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตั้งแต่เตรียมการและหลังสมัคร บรรยากาศดีมาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พามาสมัครและให้กำลังใจพวกเราตลอด นำไปกราบไหว้ย่าโมและศาล หลักเมือง ทั้งๆ ที่ไม่ได้จัดตั้งกองเชียร์มาด้วย แต่เดินไปไหนมีพี่น้องประชาชนหลายพรรคมารุมล้อมขอเซลฟี่ รวมทั้งกองทัพสื่อมวลชนให้ความสนใจตลอด แสดงถึงความหวังของชาวโคราช อยากให้เพื่อไทยเข้ามาแก้ไขปัญหา จากนี้ต่อไป ผู้สมัครต้องขยันเดิน พร้อมชี้แจงความสำคัญของบัตรเลือกตั้งใบเดียวที่มีความสำคัญมาก ทุกคะแนนมีความหมายหากไม่ชอบหน้าผู้สมัคร ซึ่งอยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ คนโคราช และนายชัชชาติ มาแก้ไขปัญหา ขอให้เลือกเพื่อไทย ส่งสัญญาณชัดเจนไม่เอาเผด็จการสืบทอดอำนาจ หากเลือกพรรคอื่นก็จะได้คนชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

          “อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเลือกตั้งยิ่งนานมากเท่าไรก็จะส่งผลบวกให้เพื่อไทย เมื่อ ๔-๕ ปี สมัยที่ คสช. ปกครองประเทศ พี่น้องประชาชนได้อะไรบ้าง มีแต่แจกบัตรคนจนไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องได้ ต่างจากนนโยบาย ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย เพื่อไทยทำมาแล้วและเห็นผล จับต้องได้เป็นรูปธรรม ประชาชนเขาจึงเชื่ออยากให้  เพื่อไทยมาแก้ไขปัญหา” นายอนุสรณ์ กล่าว      

‘วิรัช’ไม่ให้ราคาทักษิณ

          ทางด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตส.ส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งย้ายมาลงระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า ขณะนี้หลังจากทราบเบอร์ประจำตัวผู้สมัคร ส.ส. ครบทั้ง ๑๔ เขต จึงเริ่มนำผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้งลงพื้นที่เข้าพบปะประชาชนทุกเขต ทุกอำเภอ พร้อมจัดเวทีปราศรัยทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนทราบถึงนโยบาย และรู้จักตัวผู้สมัครมากขึ้น 

          เมื่อสอบถามถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อชาติ เปลี่ยนชื่อผู้สมัครมาใช้ ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ลงสมัครส.ส.ในเขต ๔, ๖, ๗ ซึ่งเป็นเขตที่ภริยาและลูกลงสมัครนั้น มีความคิดเห็นอย่างไร นายวิรัช ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “เป็นเรื่องสิทธิของแต่ละบุคคล ไม่ขอออกความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้ มีกกต.ดูแลอยู่ แล้ว อย่าไปแสดงความคิดเห็นอะไรที่จะทำให้บุคคลนั้นได้รับกระแสขึ้นเลย” 

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๓ วันพุธที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

535 7793