15thOctober

15thOctober

15thOctober

 

February 08,2019

‘ประจักษ์’ย้ำต้องทำงานหนัก เอกราช’ประกาศยึด ๑๐ เขต

           สมัครเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่นวันแรกคึกคัก ‘ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ’ ย้ำต้องทำงานหนัก ด้าน ‘เอกราช ช่างเหลา’ ประกาศจะยึดทั้ง ๑๐ เขต  ส่วนเขต ๑ ต้องจับตา “จักริน-วิฑูรย์-ภพธร” 

 

           เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่หอประชุม อบจ.ขอนแก่น สถานที่ที่ กกต.ใช้เป็นสถานที่ในการสมัครรับการเลือกตั้ง ส.ส.ในช่วงระหว่างวันที่ ๔-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ทันทีที่ถึงเวลากำหนด นายอภินันท์ จันอุปละ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น ได้ประกาศเชิญผู้สมัคร ส.ส.ที่ได้มีการลงทะเบียน และรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ เข้าสู่ขั้นตอนของการรับสมัคร โดยทำการเลือกรายชื่อตามที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ แยกเป็นแต่ละเขตเลือกตั้งจนครบทั้ง ๑๐ เขตเลือกตั้ง 

           นายอภินันท์ จันอุปละ ผอ.กกต.จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “ยังคงเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของ กกต.อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทุกขั้นตอนจะมี ผอ.ประจำเขตเลือกตั้ง ทั้ง ๑๐ เขตเลือกตั้ง นั้นคอยกำกับควบคุมและจัดการการรับสมัครเลือกตั้งให้เป็นไปตามขั้นตอนตามที่ กกต.กำหนด โดยเฉพาะกับ มาตรา ๗๓ ในเรื่อของมหรสพที่ผู้สมัครทุกคนนั้นต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะหากกระทำความผิดก็จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที”

           นายปิยิน ตลับนาค แกนนำพรรคพลังท้องถิ่นไทย ภาคอีสาน กล่าวว่า “การเลือดตั้งครั้งนี้พบว่าได้รับความสนใจจากพรรคการเมืองจำนวนมากที่ต่างพากันมาสมัครลงรับการเลือกตั้งและเข้าสู่การต่อสู้ทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่กำหนดไว้ ทั้งนี้พรรคพลังท้องถิ่นไทย ที่จัดเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กและพรรคการเมืองน้องใหม่ แต่นโยบายของพรรคชัดเจนในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การปราบปรามยาเสพติดและการให้การสนับสนุนการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่วันนี้ยอมรับว่าคนท้องถิ่นทุกคนนั้นให้การสนับสนุนพรรคของเราอย่างมาก ดังนั้นในการทำงานในระดับพื้นที่ที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อจะต้องทำงานกันอย่างหนักมากขึ้น โดยเฉพาะกับการแข่งขันกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ยังคงมั่นใจว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศและที่อยู่ในต่างประเทศที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนที่ล้วนรับทราบถึงนโยบายของพรรคและความตั้งใจจริงของผู้สมัคร ส.ส.จนนำไปสู่การให้การสนับสนุนพรรคขนาดเล็ก  อย่างพรรคพลังท้องถิ่นไทย ที่มีจิตใจมุ่งมั่นแน่วแน่ และทุกคนที่มาอาสาทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน รับใช้ประเทศชาติ และพัฒนาท้องถิ่นที่จัดเป็นองค์กรในระดับพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดจะทำให้พรรคพลังท้องถิ่นไทยนั้นได้รับความไว้วางจากประชาชนได้เก้าอี้ ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งครั้งนี้”

           ด้านนายเอกราช ช่างเหลา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ภาคอีสาน กล่าวว่า “ขณะนี้พรรคมีความพร้อมต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้มากที่สุด ซึ่งเป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนนั้นรอเวลานี้ให้มาถึงและวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกคนที่ตัวเองรักและชื่นชอบ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐได้ส่งผู้สมัคร ลงสมัครรับการเลือกตั้งครบทั้ง ๑๐ เขต ๑๐ คน และมั่นใจว่าจะสร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญที่พรรคจะกวาดเก้าอี้ ส.ส.ทั้ง ๑๐ เขตเลือกตั้งในครั้งนี้มาครองได้แบบยกจังหวัด”

           “นโยบายที่พรรคของเรานำเสนอต่อประชาชนในด้านต่างๆ เป็นความจริง จับต้องได้ และเป็นสิ่งที่พรรคนำมาเสนอเพื่อให้ประชาชนนั้นตัดสินใจ ซึ่งทุกนโยบายถือว่าโดนใจ และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นวันนี้ถึงเวลาในการลงสนามที่จะทำการแข่งขัน ผู้สมัคร ส.ส.และคณะทำงานทุกคนของพรรคจะต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ทั้งการจัดเวทีปราศรัยย่อย การหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อให้ชาวขอนแก่นได้ออกมาใช้สิทธิ์และให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ เพื่อได้ ส.ส.ที่เป็นคนในชุมชน เป็นลูก เป็นหลานและเป็นคนในครอบครัวเดียวกันมาทำงานให้กับพื้นที่และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง” แกนนำพรรคพลังประชารัฐภาคตะวันออกเฉียง กล่าว

           ขณะที่นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาภาคอีสาน กล่าวว่า “จากนี้ไปผู้สมัครของพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง ๑๐ คน ๑๐ เขตเลือกตั้ง จะทำงานกันอย่างหนัก เพราะทุกเขตเลือกตั้งนั้นผู้สมัครของพรรคทุกคน มีความหวังและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เก้าอี้ ส.ส.มาครองได้สำเร็จตามที่ได้วางเอาไว้ เพราะจากการลงพื้นที่และทำงานทางการเมืองร่วมกันกับชุมชนและประสบการณ์ทาง การเมืองของตนเอง ผสมกับการที่พรรคส่งผู้สมัครหน้าใหม่มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ผสานกับนโยบายของพรรคที่เน้นไปที่เรื่องของการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้องให้กับคนในชุมชน และที่สำคัญคือการชูนโยบายในการพัฒนาบทบาทสตรี ยกระดับสตรีไทยในการเป็นผู้นำในแวดงวงต่างๆ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความมั่นใจที่พรรคจะได้เก้าอี้ ส.ส.โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีผู้สมัครที่เป็นผู้หญิง มาครองได้สำเร็จอีกด้วย”

           นายอภินันท์ จันอุปละ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า วันนี้การรับสมัครรับการเลือกตั้งวันแรกในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้สมัครทุกคนปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของ กกต. โดยสรุปวันแรกของการรับสมัครฯ ทั้ง ๑๐ เขตเลือกตั้ง มีผู้มาสมัครทั้งหมด ๒๒๕ ราย แยกเป็น เขต ๑ จำนวน ๒๓ คน, เขต ๒ จำนวน ๒๑ คน, เขต ๓ จำนวน ๒๓ คน, เขต ๔ จำนวน ๒๔ คน, เขต ๕ จำนวน ๒๓ คน, เขต ๖ จำนวน ๑๙ คน, เขต ๗ จำนวน ๒๓ คน, เขต ๘ จำนวน ๒๑ คน, เขต ๙ จำนวน ๒๗ คน และเขต ๑๐ จำนวน ๒๑ คน ซึ่งจากนี้ไป กกต.จะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และตรวจสอบประวัติของผู้สมัครแต่ละราย ซึ่งในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ กกต.ขอนแก่น จะประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง ๑๐ เขตเลือกตั้งได้ทั้งหมด ซึ่งจัดเป็นการทำงานตามระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยกฎหมายเลือกตั้ง

           ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการสมัครรับการเลือกตั้งวันแรกวันนี้นั้นพบว่าในเขตเลือกตั้งที่ ๙ ซึ่งมีผู้สมัครมากที่สุดนั้น เป็นฐานที่มั่นสำคัญของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ อดีต รมช.มหาดไทย และ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ โดยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ร.ท.ปรีชาพล หรือ “ป๋อม” สามารถคว้าตำแหน่งเก้าอี้ดังกล่าวมาครองได้สำเร็จในนามพรรคเพื่อไทย ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกพรรคจึงต้องการที่จะได้รับการเลือกตั้งในเก้าอี้ดังกล่าวแทนเจ้าของพื้นที่เดิม

           สำหรับเขตเลือกตั้งที่ ๑ เป็นที่สนใจไม่น้อย เนื่องจากเป็นการแข่งขันของ ๓ คน ๓ พรรค ได้แก่ นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร ส.ส.หลายสมัย ในสังกัดพรรคเพื่อไทย และจับได้เบอร์ ๑๐ และอีกคนคือ นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ นักธุรกิจผู้มีบทบาทนขอนแก่นมาตลอด อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้เบอร์ ๑๓ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และคนสุดท้ายคือ “ทนายน้อย” ดร.ภพธร แก้วขัน ในนามพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ ๑ 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๓ วันพุธที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

805 7604