22ndSeptember

22ndSeptember

22ndSeptember

 

February 13,2019

๔ จว.ของบนับหมื่นล. ‘ประจิน’จัดด่วน ๕-๑๐ ล. แนะ‘โคราช’บินชายทะเล

           รองนายกรัฐมนตรี “พล.อ.อ.ประจิน” ประชุมติดตามการปฏิบัติราชการนครชัยบุรินทร์ รองผู้ว่าฯ ๔ จังหวัด เสนอผลักดันระบบจัดการน้ำ และแก้ปัญหาเส้นทางจราจร พร้อมส่งเสริม OTOP นวัตวิถีต่อเนื่อง เป็นวงเงินนับหมื่นล้าน แต่เบื้องต้นตั้งงบ ๕-๑๐ ล้านบาท แก้ปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน แนะโคราชควรพัฒนาสายการบินเชื่อมจังหวัดชายทะเล

           เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ชั้น ๒ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่า การกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือเรียกว่า นครชัยบุรินทร์ รวมถึงผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, โครงการ OTOP นวัตวิถี, การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ตลอดทั้งโครงการที่ต้องการขอรับการสนับสนุนในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ โดยมี นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ, นายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับกว่า ๑๐๐ คน 

           นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวรายงานว่า กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย นครราช สีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีเนื้อที่ร่วมกันประมาณ ๓๒ ล้านไร่ มีประชากรรวม ๖ ล้านกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนใช้แรงงาน มีอาชีพทำการเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นหลัก และจากการประชุมร่วมกันได้กำหนดแนวทางด้านจุดแข็งที่จะร่วมกันพัฒนาในเรื่องการเกษตรและการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดที่สามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยว

โคราช’สถานีสูบน้ำแก้ภัยแล้ง

           นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ กล่าวอีกว่า จังหวัดนครราชสีมายื่นเสนอโครงการ เพื่อให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการต่างๆ โดยจังหวัดนครราชสีมา เสนอโครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัสต์ติกคอนกรีตสายบ้านวังกะทะ หมู่ที่ ๔ ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ถึงบ้านวังขอน หมู่ที่ ๑๔ ตำบลระเริง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อทางสายหลักหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพกับถนน ๓๐๔ เพื่อการขนส่งสินค้าการเกษตรและเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว ด้วยงบประมาณ ๔๕ ล้านบาท และโครงการสถานีสูบน้ำโรงไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำหนองกก อ.พระทองคำ ด้วยงบประมาณ ๑๓๑,๖๕๗,๐๐๐ บาท เป็นการกระจายน้ำไปสู่แหล่งการเกษตรในเขตอำเภอพระทองคำ ซึ่งจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ ๑,๓๐๐ ไร่ และจะเป็นแหล่งเก็บน้ำของโรงพยาบาลพระทองคำ

ชัยภูมิ’เสนอระบบบริหารจัดการน้ำ

           ขณะที่ นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า โครงการที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยผลักดันมีอยู่ ๒ โครงการ ได้แก่ ๑.โครงการเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นโครงการแยกออกมาอีก ๑๒ โครงการ งบประมาณ จำนวน ๑,๖๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นการสร้างเขื่อน, ฝายเก็บน้ำ, อ่างเก็บน้ำ, อ่างแก้มลิง และสถานีสูบน้ำ ส่วนโครงการที่ ๒ คือ โครงการคมนาคม ถนนสาย ๒๐๒ เส้นอำเภอสีดา บัวใหญ่ และ ชัยภูมิ ระยะทาง ๖๓ กิโลเมตร งบประมาณ ๑,๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ร่วมถึงโครงการขยาย ๔ ช่องทางจราจร สาย ๒๐๕ ระยะทางประมาณ ๕๑ กิโลเมตร  งบประมาณ ๑,๒๖๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท

สุรินทร์’ช่วยแก้ระบบชลประทาน

           ด้านนายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า โครงการที่ขอให้รองนายกรัฐมนตรีช่วยสนับสนุนผลักดัน ได้แก่ แผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำ เพื่อการเกษตร ดังนี้ ๑.โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ งบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัว และแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการผลิตน้ำประปาของจังหวัด ประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ จำนวน ๙,๕๙๒ ครัวเรือน ๒.ขุดลอกแก้มลิง บ้านทุ่งนาค พร้อมอาคารประกอบ ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ งบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยมี ประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ จำนวน ๓๒๕ ครัวเรือน และ ๓.สถานีสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง มีประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ จำนวน ๑๐๐ ครัวเรือน ปัญหาสำคัญของจังหวัดและแนวทางการแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนระบบชลประทาน จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่การเกษตรประมาณ ๓.๙  ล้านไร่ ทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่มีพื้นที่เกษตรกรรมอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทาน ๑๗๐,๐๐๐ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๔.๓๖ การเพาะปลูกต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องพึ่งแหล่งน้ำ และระบบชลประทานที่ครอบคลุมและเพียงพอ 

           นอกจากนี้จังหวัดสุรินทร์ จะมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ รวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงาน เพื่อบูรณาการและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาด้านการคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของการปกครองส่วนท้องถิ่นชำรุดเสียหาย เป็นถนนลูกรัง ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเกินศักยภาพของหน่วยงาน ทำให้ราษฎรประสบปัญหาความยากลำบากในการสัญจร และการขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร 

           ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์แก้ไขปัญหาโดยการสนับสนุนงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรองนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างจิตสำนึกช่วยกันดูแลรักษาปัญหาประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ์และที่ดินทำกิน จังหวัดใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายจังหวัด เพื่อดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ในพื้นที่เป้าหมายตามหลักเกณฑ์ที่กรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติกำหนด บุรีรัมย์’วอนผลักดัน OTOP นวัตวิถี

           นายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขอรับการสนับสนุนและส่งเสริมต่อยอดการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีต่อไป เนื่องจากเป็นโครงการที่ดำเนินการแล้วมีผลเชิงบวกกับชุมชนเป็นอย่างมาก บุรีรัมย์รับงบประมาณ ๒๔๐ ล้านบาท ในการจัดทำ OTOP  นวัตวิถีทั้ง ๒๓ อำเภอ ๙๘ หมู่บ้าน ขณะนี้รับงบประมาณมาแล้ว ๑๓๐ ล้านบาท ยังเหลืองบประมาณที่รอการสนับสนุนอีก ๗๔ ล้านบาท ส่วนโครงการที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนและช่วยผลักดันมีทั้งหมด ๔ ด้าน ๗๙ โครงการ งบประมาณ ๙,๙๘๘,๐๔๓,๐๐๐ บาท ขณะนี้ได้รับงบประมาณมาแล้วจำนวน ๑๒ โครงการ จึงอยากให้รองนายกรัฐมนตรีช่วยผลักดันงบประมาณที่เหลืออยู่ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติโครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญ เช่น งานขยายทางหลวงเส้น ๒๑๙ ต่อระหว่างหัวถนนบุรีรัมย์ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๓๖+๐๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๓๖+๕๐๐ งบประมาณ ๒๕ ล้านบาท ปรับปรุงจุดตัดทางรถไฟให้เป็น ๔ ช่องชจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด และเพิ่มความสามารถในการรองรับจราจร รวมถึงการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำ

หวั่นภัยแล้งจัดงบ ๕-๑๐ ล.แก้ปัญหา

           พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงต้นปีงบประมาณ ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ซึ่งจะมีงบประมาณแบบแผน เพื่อเอามาพัฒนาพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความเร่งด่วน เนื่องจากว่าต้นปี มีปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ ในส่วนนี้จะมีงบเร่งด่วนมาให้ จึงต้องการทราบว่าประเด็นปัญหาเกิดขึ้นจากจุดไหน จะได้ช่วยกันแก้ปัญหา งบประมาณเร่งด่วนที่มีไม่ได้มาก แต่พอแก้ปัญหาได้ เราจะพูดคุยกับทางจังหวัด ทางผู้ว่าฯ ว่าในส่วนไหนทำก่อนมีงบประมาณ ๕-๑๐ ล้านบาท สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพื่อจะแก้ปัญหาให้ประชาชนเร็วที่สุด 

           “พื้นที่กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ขณะนี้ต้นปีเป็นหน้า High season เรื่องการท่องเที่ยว และเรื่องการเกษตร ต้องทำควบคู่กัน ขณะที่เราต้องการให้ประชาชนมาท่องเที่ยว จะต้องดูเรื่องถนนสัญจรไปมามีความสะดวกหรือไม่ เรื่องอาหารการกิน เส้นทางที่จะไปถึงแหล่งท่องเที่ยว มีตรงไหนที่ต้องเร่งพัฒนาวางแผน ตรงไหนที่จะมีประชาชนไป ต้องมีอาหารการกิน ส่วนเรื่องของผู้ที่มีรายได้น้อยจะต้องช่วยกันพัฒนา ส่งเสริมผลผลิตทางด้านการเกษตร สินค้าโอทอป การท่องเที่ยว ทั้ง ๔ จังหวัดมีต้นทุนอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม อุตสาหกรรม ช่วยกันเพิ่มการค้าให้มากขึ้น ซึ่งพื้นที่ ๔ จังหวัดมีทั้งหมด ๓๒ ล้านไร่ เป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว  

แนะโคราชต้องมีสายการบิน

           นอกจากนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับทางอากาศยานนครราชสีมา ว่า เรื่องการเดินทางเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อผู้คนมาก ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ หรือคนทั่วไปที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมามีท่าอากาศยาน แต่ขณะนี้ไม่ได้เปิดให้ใช้บริการ เพราะคนส่วนใหญ่จะพูดถึงการเดินทางจากโคราช-กรุงเทพฯ ซึ่งใช้เวลาบินไม่นานประมาณ ๒๐-๒๕ นาที แต่ก่อนจะบินมีขั้นตอนหลายอย่าง ซึ่งอาจจะไม่สะดวกและรวดเร็วเท่ากับการเดินทางด้านอื่น ขณะนี้มอเตอร์เวย์ใกล้สร้างเสร็จ การเดินทางระหว่างโคราช-กรุงเทพฯ จะสะดวกมากขึ้น จึงอยากให้มองสายการบินระหว่างภูมิภาคมากกว่า  

           “จังหวัดนครราชสีมามีประชากรประมาณ ๒,๖๐๐,๐๐๐ คน มีประชาชนอยากเดินทางไปเที่ยวทะเลมาก ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมาทำสายการบินไปลงที่อู่ตะเภา, หัวหิน หรือจังหวัดกระบี่ น่าจะมีผู้ให้ความสนใจมากกว่า ผู้ประกอบการในจังหวัด และผู้บริหารจังหวัดต้องช่วยกันคิด อาจจะจัดทำเป็นโปรโมชั่นในช่วงแรก เพื่อช่วยสายการบิน เพราะจากการพูดคุยกับกรมท่าอากาศยานพร้อมที่จะช่วยเหลือจังหวัดนครราชสีมาเต็มที่เพื่อให้มีสายการบิน เพราะขณะนี้เท่าที่ทราบ ท่าอากาศยานนครราชสีมายังคงเปิดให้ใช้บริการอยู่ เนื่องจากมีโรงเรียนสอนการบินมาเช่าใช้บริการ ในอนาคตถ้าสามารถมีสายการบินระหว่างภูมิภาค จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสายการบินระหว่างประเทศต่อไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว  

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๔ วันจุนทร์ที่ ๑๑ - วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

712 8021