25thMarch

25thMarch

25thMarch

 

February 28,2019

มทส.ติดท็อป ๓ ม.ไทย อันดับ ๑๘๑-๑๙๐ เอเชีย

      เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย มทส.ติดกลุ่มอันดับ ๑๘๑-๑๙๐ ของเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นอันดับ ๓ ของไทย ขยับขึ้นจากอันดับที่ ๔ เมื่อปีที่แล้ว ผลรวมของการดำเนินการตามตัวชี้วัดของ THE เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านคุณภาพผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ

      รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า จากการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย-แปซิฟิก “THE Asia-Pacific University Rankings ๒๐๑๙” เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเฉพาะในกลุ่มทวีปเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้น ซึ่งมีมหาวิทยาลัยจาก ๑๓ ประเทศ มากกว่า ๓๐๐ มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งเอเชีย-แปซิฟิก สำหรับมหาวิทยาลัยของไทยมีเพียง ๑๔ แห่งเท่านั้นที่ติดอันดับ นับเป็นความสำเร็จที่ มทส. ได้รับการจัดอันดับ ๘๐๑-๑๐๐๐ อันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำโลก (THE World University Rankings 2019) ก่อนหน้านี้ ที่ได้ประกาศเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๑ โดยการจัดอันดับครั้งนี้ มทส. ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มอันดับ ๑๘๑-๑๙๐ ของเอเชีย-แปซิฟิก และเป็น ๑ ใน ๑๔ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย เป็นอันดับ ๓ ของประเทศ ในเวทีการจัดอันดับดังกล่าว และเมื่อพิจารณาในกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่า มทส. เป็นอันดับ ๑ ของไทย

      สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย-แปซิฟิก เป็นเกณฑ์เดียวกันกับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย ประกอบด้วย ๕ ตัวชี้วัด ได้แก่ สิ่งแวดล้อมในการเรียนการสอน (๒๕%) ชื่อเสียงด้านวิชาการของมหาวิทยาลัย ทุนวิจัย และจำนวนงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมาจากฐานข้อมูล Scopus (๓๐%) สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัยต่องานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรอบ ๖ ปีที่ผ่านมา จากฐานข้อมูล Scopus (๓๐%) ภาพรวมการเป็นนานาชาติ (๗.๕%) ความสามารถของมหาวิทยาลัยในการมีส่วนช่วยภาคอุตสาหกรรม ด้วยนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และการให้คำปรึกษา วัดจากรายได้ทางอุตสาหกรรมจากงานวิจัย ที่มหาวิทยาลัยได้คิดค้นขึ้น (๗.๕%) 

      ทั้งนี้ มทส. ได้รับการจัดอันดับสูงเป็นอันดับ ๓ ของประเทศ จากการพิจารณา ๕ ตัวชี้วัด ได้แก่ สิ่งแวดล้อมในการเรียนการสอน (๑๙.๗) ชื่อเสียงด้านวิชาการของมหาวิทยาลัย ทุนวิจัย และจำนวนงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมาจากฐานข้อมูล Scopus (๑๑.๓) สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัย ต่องานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรอบ ๖ ปีที่ผ่านมา จากฐานข้อมูล Scopus (๓๕.๑) ภาพรวมความเป็นนานาชาติ (๓๒.๑) ความสามารถของมหาวิทยา ลัยในการมีส่วนช่วยภาคอุตสาหกรรมฯ (๔๐.๕) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และศักยภาพของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยในการผลิตผลงานวิจัยคุณภาพสูง การเข้าไปมีส่วนช่วยภาคอุตสาหกรรม ด้วยนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ รวมถึงการให้คำปรึกษาต่างๆ

      “ผลการจัดอันดับในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งประกอบด้วย ประเทศในทวีปเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรวมประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้น พบว่า มทส. มีผลรวมของการดำเนินการตามตัวชี้วัด (Indicators) ของ THE เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับ Citation ที่แสดงถึงคุณภาพผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ และ International Outlook ที่แสดงถึงความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ อันดับของ มทส. ในครั้งนี้ ยังสอดรับกับอันดับที่อยู่ในกลุ่ม ๘๐๑-๑๐๐๐ ของโลก ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๑ ซึ่งเน้นย้ำถึงศักยภาพความเข้มแข็งด้านวิชาการและพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ๒๙ ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัย และมีคุณภาพสูงในระดับสากล อีกทั้งยังแสดงถึงความสำเร็จในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของไทยและของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ในโลกที่กำลังพัฒนา (Developing World) พร้อมก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก (World Class University)”  อธิการบดี มทส. กล่าวในที่สุด

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๗ วันอังคารที่ ๒๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

487 5982