23rdOctober

23rdOctober

23rdOctober

 

March 02,2019

TH GALLERY & CAFFE CHICCO D ORO ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟแต่คือแกลอรี

         เมื่อเราพูดถึงหอศิลป์ หลายคนต้องนึกถึงกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น แต่วันนี้ “โคราชคนอีสาน” อยากกระซิบว่า ในโคราชเราก็มี คาเฟ่แกลอรี่ที่โชว์ผลงานของเหล่าสถาปนิกอีกด้วย เหล่าฮิปสเตอร์ไม่ควรพลาด บริเวณตัวร้านล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เขียว เมื่อรวมกับสภาพแวดล้อมที่ไม่พลุกพล่าน ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายโดยไม่ต้องไปไกลจากเมืองเลย  ฮั่นแหน่ พอจะนึกออกแล้วใช่มั้ยละคะว่า ชื่อร้านอะไร ก็ “TH Gallery & Cafffe’ Chicco d’Oro” จะเป็นยังไง ไปดูกันเลยค่ะ

 

ก่อนจะมาเป็น TH Gallery & Caffe’ Chicco d’Oro

         TH Gallery & Caffe’ Chicco d’Oro คือร้านกาแฟสุดชิคที่ซ่อนตัวอยู่ซอยกิ่งสวายเรียง ๒ เยื้องกับวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมามีคุณศุภชัย ชัยจันทร์ เป็นเจ้าของร้าน สไตล์การตกแต่งร้านอันแสนมีเอกลักษณ์เป็นที่ถูกใจของผู้มาเยือน ดึงดูดให้ชวนมาสัมผัส จะมีจุดเริ่มต้นยังไง ไปฟังกัน

         “คุณศุภชัย บอกว่า “ผมทำงานหลายอย่างควบคู่กันคือ สถาปนิก อาจารย์สอนสถาปัตย์ และทำแกลอรี่สถาปัตย์ เป็นโอกาสดีที่ในโคราชยังไม่มีแบบนี้ แต่ถ้าในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ จะมีแกลอรี่ศิลปะเยอะแยะ ผมได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ จึงมองเห็นว่าพื้นที่แบบไหนที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้น เรียนสถาปัตย์มาตลอด วันหนึ่งที่ต้องกลับมาอยู่ที่โคราช การเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยอย่างเดียวคิดว่าไปยังไม่ถึงจุดหมายของเรา  เราต้องการเผยแพร่ลักษณะของผลงาน ถ้ารอหน่วยงานของรัฐมาทำแกลอรี่ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นไปได้น้อยมาก ผมทำแกลอรี่เข้าปีที่ ๓ ตั้งใจว่าจะทำให้เป็นพื้นที่กึ่งทดลอง ให้กับทุกคนได้มารู้จักเรา” 

         “เราไม่ได้เป็นร้านกาแฟแต่เราเป็นแกลอรี่ในพื้นที่คาเฟ่ศิลปินคนไทยที่เคยไปแสดงผลงานที่ยุโรป ซึ่งไม่มีพื้นที่เหล่านี้ให้เขาแสดง เขาต้องไปแสดงแกลอรี่ที่กรุงเทพ สุดท้ายก็ต้องไปที่ต่างประเทศ แถวอเมริกา ยุโรปบ้าง ผมจึงคุยกันว่าจะมีพื้นที่ไหนที่จะส่งเสริมผลงานเหล่านี้ ให้รู้สึกว่าในโคราชเทียบเท่ากับเมืองใหญ่ๆ จึงเกิดความสนใจที่จะทำแกลอรี่ขึ้นมา ในขณะเดียวกันผมได้แสดงผลงานนิทรรศการที่ผมทำด้วยเช่นกัน คนสมัยนี้ดูสื่อที่เป็นหนังสือพิมพ์หรือหนังสืออ่านน้อยมาก เราเลยเพิ่มพื้นที่ตรงนี้ในระหว่างที่มีคนเข้ามาก็จะเกิดความสงสัยว่านี่คืออะไร ไม่ใช่พื้นที่โฆษณา แต่เป็นพื้นที่ ที่แบ่งปันความรู้”

TH Gallery อบอุ่นเหมือนบ้านยาย 

         สไตล์การตกแต่งร้านเป็นไทยร่วมสมัย เน้นความโปร่งของพื้นที่ด้วยเพดานสูง ให้แสงลอดผ่านตามธรรมชาติ บวกกับการตกแต่งบรรยากาศรอบๆ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านคุณตาคุณยาย ในสมัยก่อน ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก แม้พื้นที่ของร้านจะไม่กว้างมาก แต่ก็มีมุมน่ารักๆ สำหรับนั่งจิบกาแฟ และแน่นอนแชะภาพสวยๆ ตามสมัยนิยม                                                   
         “หากพูดถึงสไตล์การตกแต่งร้าน ถูกถามแบบนี้มาตลอด คำตอบแรกที่ของคนที่เดินเข้ามาในร้าน เขาก็จะบอกว่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่น ผมบอกเลยว่าที่นี่ TH Gallery th แปลว่าไทย ก็สไตล์ไทย เป็นไทยร่วมสมัย จะเห็นว่ามีพื้นที่กับองค์ประกอบของอาคาร มีของที่เป็นสมัยใหม่ เป็นของไทยสมัยก่อน แต่ไม่ใช่บ้านเรือนไทยอีกต่อไป เราเป็นคนไทยที่พัฒนาตัวเองขึ้นมา เป็นสากล แต่เรายังมีความเป็นไทย มีคาแรคเตอร์ของหน้าต่างเก่าๆ มีพื้นกระเบื้องที่มีมาตั้งแต่สมัยคุณตาคุณยาย ผมโตมากับหน้าต่างแบบนี้ ฝนตกมาก็ปิดหน้าต่างให้ยาย 

         “ผมจึงคิดว่าในแง่ของสถาปนิกว่า ‘เราจะทำยังไงให้เผยแพร่ผลงานสถาปัตย์ที่เป็นไทย ที่ไม่ใช่เป็นวัดหรือเรือนไทยอย่างเดียว’ ถ้าเรานึกถึงวัด เราก็จะนึกถึงเรือนไทย แต่ถ้านึกถึงเรือนไทยเราก็จะนึกถึงภาคกลาง แต่พอภาคอีสานก็มีเรือนแฝด ไปทางเหนือมีกาแล มาโคราชมีเรือนโคราช สิ่งนี้คือลักษณะเฉพาะตัว แต่เราตีความใหม่อีกครั้งหนึ่ง มองเห็นยุคที่เหมาะกับรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป คือต้องแสดงบทบาทความเป็นสถาปนิกให้กับเมือง ชุมชน นักเรียน นักศึกษา ให้กับทุกคนได้เห็น ผลงานของเราได้มีการโชว์และแสดงที่สยามสแควร์ (กทม.) ตลอดทุกปีเป็นโอกาสดีที่จะทำให้คนได้เห็นล่าสุดอาคาร หลังนี้ ผมนำไปแสดงที่สมาคมสถาปนิกในงานสถาปัตย์ทุกปี เราเป็นตัวแทนของโคราช นิทรรศการอาคารหลังนี้เราได้ส่งประกาศเข้าประกวด เพื่อเผยแพร่ที่จุฬาฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ผมอยากบอกว่าอาคารหลังนี้เป็นตัวแทนของโคราชหนึ่งเดียวที่ไป ผลงานนี้เป็นบทบาทแขนงหนึ่งของงานศิลปะ เป็นแกลอรี่ที่ไม่ใช่มีแค่กาแฟ แต่จะเกิดคำถามว่า หน้าต่างบานนี้คืออะไร ทุกอย่างมีมุมมองใหม่ๆ เรากล้าพูดว่าเราเป็นแกลอรี่สถาปัตย์ มีเรื่องที่น่าสนใจ คือมีคนจากนิวยอร์ก อเมริกา อยากจะร่วมงานด้วย เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ฝรั่งจากนิวยอร์กมาทำที่นี่ เขามีโอกาสเลือกไปเชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ ก็ได้ แต่เขาอยากมาที่นี่ ถือว่าเป็นโอกาสดี ที่มีคนหาเราเจอ นั่นก็คือคนที่มีความสนใจ อีก ๒ ปีนโยบายของโคราชจะเป็นเมืองศิลปะ เราไม่ได้ทำตามกระแส แต่เราทำมาปีที่ ๓ แล้ว อีก ๒ ปี เราคาดหวังว่าที่นี่อาจจะเป็นทางเลือกใหม่ เพราะศิลปะไม่ใช่แค่วาดรูป แต่ว่าการออกแบบก็ถือว่าเป็นศิลปะได้”

อยากให้มาลอง

         แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องมองหาเป็นอย่างแรกในคาเฟ่คือ เครื่องดื่มซึ่งขอเลือกเป็น ช็อกโกแลตร้อน และที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะนอกจาก ช็อกโกแลตร้อนธรรมดา Signature Single Origin (๗๕ บาท) คนที่ชอบช็อกโกแลตเข้มข้นก็ยังสามารถเลือกสั่ง Choco Espresso (๑๐๕ บาท) ช็อกโกแลตร้อนเข้มข้นที่ทำจากการละลายแท่งช็อกโกแลตจนเหลว ที่สำคัญร้านนี้แอบกระซิบว่ามีกาแฟที่แนะนำว่าหอมอร่อยมากจากสวิตเซอร์แลนด์ ชาเขียวนำเข้าจากญี่ปุ่น พอบอกว่าชอบกินชาเขียวเขาก็บอกต้องแก้วนี้เลย ชาเขียวที่แนะนำหอมกลิ่นชา ชัดเจนไม่เหมือนที่กินมาอร่อยและไม่หวานมาก เค้กของที่นี่รังสรรค์ด้วยหัวใจ ทำแบบ Homemade น่ากินทุกอย่าง  แนะนำเลยคือเค้กแครอท ชิ้นละ (๘๐บาท) อร่อย นุ่ม แต่หวานไปนิด กินกับชาร้อนคงจะอร่อยกว่านี้ ของกินอร่อยๆ กับบรรยากาศสุดแสนจะฟิน เป็นอะไรที่ห้ามพลาด รีบมาตำกันด่วนๆ เลย

 กลุ่มเป้าหมาย 

         “ถ้าไปที่กรุงเทพฯ เราจะมองหาหอศิลป์ เราไม่ใช่ลูกค้าของหอศิลป์ เพราะฉะนั้นที่นี่ก็เหมือนกัน คือไม่มีลูกค้า ที่นี่คือพื้นที่แสดงแกลอรี่ ถึงจะมีขนาดเล็กแต่ก็แสดงให้เห็นว่า เมืองใหญ่ขนาดนี้  ทำแบบนี้ก็มีทางเลือก ทำไมเราต้องไปถึงกรุงเทพฯ ถ้ามองถึงโคราช กับการไปดูงานศิลปะเราก็นึกไม่ออก เราต้องไปกรุงเทพฯ ประกอบกับที่ผมชอบอยู่ในหอศิลป์ตลอดทั้งวัน ทั้งที่ผมไม่ต้องเสียเงินสักบาท แต่หอศิลป์เดินเรื่องด้วยภาครัฐ ในขณะเดียวกันนั้นแกลอรี่ไม่ใช่ภาครัฐ เราจำเป็นจะต้องมีพื้นที่แลกเปลี่ยน เพื่อให้แกลอรี่อยู่ได้ แต่เราไม่ได้ขายศิลปะ เราขายประสบการณ์ สรุปง่ายๆ คือกลุ่มเป้าหมายของเราคือคนที่สนใจงานออกแบบงานดีไซน์ ซึ่งอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับร้านกาแฟ หรืออาจจะเป็นกลุ่มเดียวกันก็ได้ ร้านจะเน้น คัดคนซึ่งไม่ใช่แค่อยากจะดื่มกาแฟ เพราะว่าเราไม่ได้ขายภาพว่าเป็นร้านกาแฟ เพียงแต่ว่าเรามีกาแฟ เป็นเรื่องที่ยากมากถ้ามีพื้นที่แกลอรี่แบบนี้ โดยที่ไม่มีกาแฟ เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น กาแฟเป็นส่วนที่ทำให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการที่มานั่งดูผลงานของเรา ที่นี่เป็นเหมือนสภากาแฟ เราสามารถมานั่งคุยกันได้ ไม่ใช่แค่ลูกค้าที่จะมานั่งดื่มกาแฟ แต่เราสามารถมีเพื่อนที่คิดแบบเดียวกับเรา อีกบทบาทหนึ่งของแกลอรี่นี้คือ เราเป็นอาจารย์ เราทำให้คนที่เดินทางตามมาข้างหลังเราคือ นิสิตนักศึกษา จะเห็นว่าจริงๆ แล้วเราสามารถมีพื้นที่แบบนี้ได้ เหมือนกับว่าผู้ปกครองก็จะเห็นว่า ลูกหลานเขาเรียนแล้วมันเป็นแบบนี้นะ เราสามารถทำสิ่งนี้ได้เป็นผลผลิตร่วมกันทุกคนได้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน”

เป้าหมายของการทำร้าน

         คุณศุภชัยกล่าวว่า “อันดับแรกคือเพื่อตัวเอง และเพื่อให้คนอื่นได้เห็นว่าวิชาชีพสถาปนิกจำเป็นกับเมือง สถาปนิกไม่ใช่แค่คนออกแบบสร้างตึกสร้างอาคาร เรามีบ้านอยู่แน่นอน แต่เราไม่รู้จะอยู่แบบมีคุณภาพไหม ทุกอย่างเริ่มต้นที่เรา เพราะฉะนั้นอาคารหลังนี้มีเป้าหมายคือ แสดงศักยภาพของอาคารหลังหนึ่ง เพื่อให้คนสามารถตีความออกไปได้ว่า เป็นได้มากกว่าอาคาร มากกว่าร้านกาแฟ มากกว่าพื้นที่แกลอรี่ คงไม่มีใครที่เดินเข้ามาในร้านกาแฟ แล้วใช้ชีวิตแบบจริงๆ ทุกคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ต้องยอมรับตรงนี้ แต่ว่าเราโชว์ผลงานจะเห็นได้ว่ารูปภาพเราจะติดไว้ที่สูงเป็นภาพที่ชวนมอง เป้าหมายก็คือ ทำให้คนมีประสบการณ์ใหม่ๆ พื้นที่ที่คาดว่าเป็นอะไรที่แตกต่าง ทุกๆ ๓ เดือนเราเปลี่ยนรูปแบบหมด”

         “ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ทางผ่าน ทุกคนจะเกิดความสงสัยว่า ‘มาตั้งร้านแบบนี้ได้อย่างไร?’ เป้าหมายของเราคือ ทุกคนต้องตั้งใจมาไม่ใช่แค่เป็นทางผ่าน ตั้งใจสร้างตรงนี้เพื่อที่จะให้คนเข้ามาแบบตั้งใจมา ซึ่งอาคารหลังนี้จอดรถได้ถึง ๖ คัน (รถเก๋ง) ถ้าเปรียบเทียบอาคารทุกอาคารในเส้นนี้ ไม่มีอาคารหลังไหนที่จอดรถได้ถึง ๖ คัน รวมถึงร้านกาแฟที่อยู่ริมถนน ล้วนผลักภาระให้แก่ถนนหมด เราเป็นสถาปนิก เราเอากฎหมายกับการออกแบบมาผสมกัน และทำให้เห็นว่าสถาปนิกจะต้องคิดถึงเรื่องของกฎหมายด้วย คนจะได้รู้จักสถาปนิกมากขึ้น ได้รู้ว่าสถาปนิกทำอะไร”

อยากฝากอะไร 

          “อย่าพลาดที่จะมา คิดว่ามายากแต่ที่จริงไม่ยาก บางคนมาแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ แต่อาจจะเกินคาดที่ว่ามีมากกว่าร้านกาแฟ อาจจะผิดคาดแต่เขาจะได้รับประสบการณ์ใหม่เกินคาด เพราะว่าคนในประเทศนี้ยังไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่แสดงผลงานออกแบบ มันจะเป็นอะไรที่เกินคาด ถ้าทุกคนรู้จักสถาปนิกนักศึกษาที่เรียนก็จะกลายเป็นที่ยอมรับไปด้วยนี่คือผลผลิตในระยะยาว แต่ว่าคนในประเทศนี้ยังไม่เห็นคุณค่า ความสำคัญของสถาปนิกก็เป็นกระบวนการของนักศึกษาที่ไม่ครบวงจร ผลิตแต่ไม่มีคนจ้าง เราไม่ได้โปรโมทตัวเอง แต่ทำในมุมของคนที่พยายามช่วย ทุกๆ ๓ เดือนมีคนที่เข้ามาแล้ว กลับมาดูความสำเร็จของเราอีกครั้ง อย่าพลาดที่จะมาเพราะทุกครั้งที่คุณมาคุณจะไม่รู้ว่าคืออะไร อยากฝากจริงๆ คือที่นี่มีกาแฟดี ไม่มีออปชั่นที่มาตกแต่ง แต่ว่ามีกาแฟที่เป็นกาแฟจริงๆ” คุณศุภชัย กล่าว

อนาคตของร้าน“TH Gallery Caffe’ Chicco D’Oro”

         “อยากทำให้คนรู้จักที่นี่มากขึ้น เพราะเราไม่ต้องการทำเป็นอาคารใหญ่ๆ เรามองว่าสิ่งที่เล็กๆ สวยงามได้ อย่างเช่นคำว่า (Small is beautiful) คือสวยงาม เพราะว่าตอนนี้ทุกคนใหญ่ ใหญ่เท่าที่ใหญ่ได้ แต่ว่า Small น่ารัก เรามีห้างใหญ่ๆ พื้นที่ใหญ่ๆ เยอะแล้ว เยอะจนกระทั่งเราควบคุมมันไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองจะควบคุมตัวเองยังไง บางทีลองเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เล็กๆ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อของ ชาเขียวเราเอามาจากฟูกูโอกะ ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่ผลิตชาเขียว ทุกครั้งที่ชาเขียวหมด เราก็จะไปซื้อสินค้ามา ทุกคนไม่มีใครรู้เพราะเราไม่ได้โปรโมท ทุกอย่างเราคัดสรรมา เค้กเราทำเอง คิดสูตรจากยุโรปหลังจากที่เราไปกินมา จึงร่วมกันคิดสูตรทำกับเพื่อน”

รอคอยให้มากันที่ 

         ร้าน TH Gallery Caffe’ Chicco D’Oro ตั้งอยู่ซอย กิ่งสวายเรียง ๒ ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เปิดทุกวัน ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐น. (หยุดทุกวัน เสาร์และอาทิตย์ ที่ ๒ และ ๓ ของเดือน) เบอร์โทรศัพท์ร้าน ๐๘๖-๕๑๕-๕๑๙๙ หน้าร้านมีที่จอดรถ / ในร้านมี WiFi ฟรีFacebook : TH Gallery & Caffe’ Chicco d’Oro

 

 

 

 

เจนจิรา มหาโยธี/เรื่อง-ภาพ

ประภัทรษา จันทร์สระบัว/เรื่อง-ภาพ

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๗ วันอังคารที่ ๒๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

571 764