20thMay

20thMay

20thMay

 

March 08,2019

ยก‘บขส.’โคราชโมเดล ใช้แก้ปัญหาเมืองหมอแคน ประชาชนร้องไกลเมือง

             ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชูบขส.เก่า-ใหม่โคราช เป็นโมเดล หวังใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหา บขส.ขอนแก่นแห่งที่ ๓ หลังประชาชนร้องเรียนอยู่ไกล ชี้ขนส่งมวลชนโคราชมีระเบียบ สถานีสะอาด ปลื้มรถรางรับส่งนักเรียนเช้า-เย็น

             เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายกมลธรรม วาสบุญมา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสิริน ชาวเพ็ชรดี ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน ๒ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งโดยสารแห่งที่ ๑ และสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ ๒ ประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำแนวทางการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดนครราชสีมา มาพิจารณาประกอบการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในจังหวัดขอนแก่นที่ได้รับผลกระทบต่อชีวิตประจำวันจากการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสาร กระทั่งเป็นประเด็นร้องเรียนกันมายาวนาน

             พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า “วันนี้มาดูพื้นที่ของสถานีขนส่งในจังหวัดนครราชสีมาทั้งสองแห่ง เพื่อนำไปแก้ไขปัญหากรณีสถานีขนส่งของจังหวัดขอนแก่น มาดูว่าตัวอย่างของจังหวัดที่มีประชากรจำนวนมาก มีการขนส่งทางรถยนต์ รถโดยสารสาธารณะ ในระยะทางที่ยาว คือเข้ากรุงเทพฯ วิ่งระหว่างจังหวัดและอำเภอ พบว่าจังหวัดนครราชสีมามีสถานีขนส่ง ๒ แห่ง และที่จังหวัดขอนแก่นมีสถานีขนส่ง ๓ แห่ง แต่เปิดใช้บริการเพียงแห่งเดียวคือแห่งที่ ๓ และพบว่าจังหวัดนครราชสีมาไม่มีข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานราชการและประชาชน ด้วยเหตุที่ว่า ผู้ใช้บริการยังใช้สถานีดั้งเดิมที่อยู่ในเมือง (บขส.เก่า) ปัจจุบันตั้งแต่เปิดสถานีแห่งที่ ๒ มา หรือตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๑ ซึ่งผ่านมา ๓๐ กว่าปี ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น เพราะเปิดบริการให้ประชาชนใช้สถานีได้ทั้งสองแห่ง” 

             “ขณะนี้พบว่า สถานีขนส่งของจังหวัดนครราชสีมา ให้รถสายสั้นหรือต้นทางเริ่มและสิ้นสุดที่จังหวัดนครราช สีมา ใช้สถานีแห่งเดิมหรือสถานีแห่งที่ ๑ ส่วนรถสายยาวที่วิ่งต้นทางและปลายทาง วิ่งออกไปไกลกว่าจังหวัดนครราชสีมา ให้มาใช้ที่สถานีขนส่งแห่งใหม่หรือสถานีแห่งที่ ๒ แต่ว่ารถที่มีต้นทางจากจังหวัดนครราชสีมาเข้ากรุงเทพฯ  สามารถเข้ามาใช้ที่สถานีขนส่งแห่งใหม่และเก่าได้ทั้ง ๒ แห่ง ซึ่งทุกวันนี้ที่จังหวัดขอนแก่น ไม่ยินยอมให้ใช้สถานีแห่งเดิมในตัวเมือง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ประชาชนมาร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ได้รับความเดือดร้อนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเดินทาง ต้องใช้เวลามากขึ้น ในเวลากลางคืนไม่มีความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองถึง ๙ กิโลเมตร จึงต้องการใช้สถานีขนส่งที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นต้นแบบ หลังจากนี้จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา จะพูดคุยกับขนส่งจังหวัดขอนแก่น และประชาชนที่ร้องเรียนว่า มีหนทางใดบ้างที่จะนำสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ มาใช้ประโยชน์ ลดภาระความเดือดร้อนของประชาชน และจะนำไปแก้ไขที่จังหวัดขอนแก่นต่อไป” ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าว

             จากนั้น ในวันเดียวกัน เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับนางปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายศรรบ หล่อธราประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยสงวนบริการ จำกัด ผู้บริหารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ ๒ ตลอดทั้งตัวแทนนายกเทศมนตรีนครราชสีมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ขนส่งจังหวัดขอนแก่น และตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบถามและเก็บข้อมูลด้านการขนส่งของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งของจังหวัดขอนแก่น

             นายศรรบ หล่อธราประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยสงวนบริการ จำกัด รายงานถึงการบริหารจัดการสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ ว่า “โคราชเป็นเมืองหน้าด่านของภาคอีสาน มีทั้งรถที่ขนส่งภายในจังหวัดและต่างอำเภอ และรถที่มาจากกรุงเทพฯ กระจายไปทั่วทั้งภาคอีสาน เชื่อมต่อกับจังหวัดต่างๆ ช่วงที่ผ่านมามีรถที่ผ่านเข้าออกสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒,๕๐๐ เที่ยว เพราะฉะนั้นในเชิงปริมาณแล้วจะทำให้รถติด ถ้าใช้รถบัสติดแน่นอน จึงประกาศขอให้เอกชนเข้าคัดเลือก เพื่อสร้าง บขส. แห่งที่ ๒ ในเรื่องทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดที่ไกลจากสถานีแห่งที่ ๑ ไม่มากนัก อยู่บริเวณถนนสายหลักคือ ถนนมิตรภาพ ปัญหาที่ยังคงเหลืออยู่คือ เรื่องการเชื่อมต่อระหว่างรถสำหรับคนที่มาขึ้นรถที่โคราชเพื่อไปทางภาคอีสานเหนือ ซึ่งในพ.ศ.๒๕๓๖ ที่มีตึกถล่มที่โคราช ประกอบกับสถานีแห่งที่ ๑ โคราช ปิดปรับปรุงซ่อม จึงย้ายรถจากสถานีแห่งที่ ๑ ไปใช้ที่สถานีแห่งที่ ๒ เพื่อความปลอดภัย ปรากฏว่าเมื่อย้ายไปสถานีแห่งที่ ๒ สภาพการจราจรดีขึ้น เมื่อสถานีแห่งที่ ๑ ปรับปรุงเสร็จ จึงย้ายรถบางส่วนไปไว้ตามเดิม ซึ่งสถานที่แห่งที่ ๒ มีพื้นที่ขนาดกว้าง ทำให้การจราจรมีสภาพคล่องตัว หากพูดถึงการจัดระบบของสถานีขนส่งระบบก็ดีขึ้น และได้นำรถเมล์มาเชื่อมต่อระหว่างสถานีแห่งที่ ๑ และแห่งที่ ๒ เพราะฉะนั้นจึงทำให้การใช้สถานีแห่งที่ ๑ และแห่งที่ ๒ มีความสะดวกและส่งเสริมกัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการต่อรถระหว่างสถานีแห่งที่ ๑ และแห่งที่ ๒ ไม่สูงมากนัก 

             “ประมาณพ.ศ.๒๕๔๓ ถนนต่างระดับตรงอำเภอสีคิ้วตัดมาที่สี่แยกปักธงชัย ยาวไปถึงอำเภอโชคชัยมีสภาพสมบูรณ์ ทำให้เกิดเส้นทางอีสานใต้ ทำให้รถประจำทางไปจอดที่อำเภอสีคิ้ว อำเภอโชคชัย ส่งผลให้สถานีแห่งที่ ๑ ลดความแออัด เพราะว่ารถที่เคยใช้ในสถานีถูกระบายออกไปยังที่ต่างๆ ในเรื่องของปัญหาการจราจร โดยหลักเป็นเรื่องของเชิงปริมาณ เมื่อตั้งสถานีแห่งที่ ๒ ของโคราช จะทราบว่า แตกต่างไปจากสถานีขนส่งของจังหวัดอื่นๆ สถานที่แห่งอื่นจะมีอาคารพาณิชย์รอบล้อม ซึ่งที่โคราชไม่มี” นายศรรบ กล่าว

             นายศรรบ กล่าวอีกว่า “ในการจัดระบบสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ เราเห็นว่า ผู้ใช้รถโดยสารเป็นประชาชนที่มีรายได้ระดับปานกลาง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเสียค่ารถแล้ว แต่สินค้ายังมีราคาแพง ประชาชนอยู่ไม่ได้ รถโดยสารก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ทางร้านค้าขายของ ขายเครื่องดื่ม ควรปรับให้ราคาเท่ากันกับร้านค้าทั่วไป เพื่อควบคุมราคา ข้าวราดแกงราคา ๓๕ บาท เท่ากับตลาดทั่วไป เป็นนโยบายที่ทำให้สถานีมีสิ่งอำนวยความสะดวก ในสถานีแห่งที่ ๒ มีราคาสินค้าต่างๆ อยู่ในระดับที่ประชาชนทั่วไปรับได้ ที่สำคัญสินค้าและอาหาร เราเป็นผู้ขายเอง ทำเองทั้งหมด และพื้นที่ตั้งของสถานีมีความแตกต่างจากสถานีอื่นเล็กน้อย คือ ๑.ไม่มีพื้นที่สำรองรถให้มารอ ๒.พื้นที่ว่างเปล่าจะให้รถมาจอดพักรอก่อนเข้า ก่อนที่จะเข้ามาในช่องจอด เพราะว่าในช่องจอดเราให้จอดได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน นี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราให้ประชาชน”

             ทั้งนี้ พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ มีกำหนดเดินทางไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อประชุมหาข้อสรุปแนวทางการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง

             หากมีความคืบหน้า “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๙ วันพุธที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

338 7702