16thJuly

16thJuly

16thJuly

 

March 12,2019

‘วิรัช’คุกเข่าไหว้ขอบคุณ คนแห่ฟังปราศรัย‘พปชร.’ อ้างนำโคราชไปสู่สิ่งดีกว่า

        “พลังประชารัฐ” เปิดปราศรัยใหญ่ตลาดนัดเซฟวัน ขนคนมาร่วมหลายพันคน “วิรัช” คุกเข่ากราบขอบคุณที่แดดแรงก็ไม่ถอย ผู้บริหารพรรคอ้างอยากพา “ลุงตู่” มา แต่ทำไม่ได้ ส่งบทกลอนมาถึงแทน วอนกา พปชร.ทั้งจังหวัด เพื่อคนโคราชจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ

        เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่ตลาดนัดเซฟวัน จ.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค, นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้อำนวยการพรรค และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานผู้สมัครภาคอีสาน ร่วมกันขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคหาเสียง ซึ่งมีผู้สมัครส.ส. จากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมด้วย ท่ามกลางประชาชนที่ถูกจัดตั้งมาร่วมรับฟังหลายพันคน แต่เมื่อฟังปราศรัยไประยะหนึ่งก็พากันกลับ เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน

วิรัช’กราบขอบคุณประชาชน

        เวทีปราศรัยเริ่มขึ้นโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานผู้สมัครส.ส.ภาคอีสาน และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวปราศรัยทักทายว่า พี่น้องที่เคารพรัก วันนี้ขอนุญาตนั่งกราบพี่น้อง แดดร้อนอย่างไรไม่ยอมถอย ขอคารวะพี่น้องด้วยความรัก ที่เสียสละให้กับพรรคพลังประชารัฐมากขนาดนี้ ด้วยความเคารพ ความจริงวันนี้ตามความตั้งใจคือคนที่อยู่ในหัวใจพี่น้อง เป็นคนโคราชมาพัฒนาเมืองโคราช ตั้งใจจะมา แต่ก็ไม่ได้มา ถึงไม่มาก็ไม่เป็นไร เพราะพี่น้องมาเพื่อส่งกำลังใจไปถึงท่าน ขอบพระคุณมาก ด้วยความเคารพรักโดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดนครราชสีมา วันนี้มาหลายอำเภอจริงๆ ถ้าจะเรียกชื่อทีละอำเภอคงไม่ครบ แต่ถ้าบอกว่าพี่น้องโคราชพร้อมไม่พร้อมวันที่ ๒๔ มีนาคม พร้อมเลือกพลังประชารัฐไหม ทุกเขต เขตละเขตแตกต่างกันไป โดยเฉพาะนโยบาย เริ่มตั้งแต่บัตรประชารัฐ คนที่ให้บัตรประชารัฐกับพี่น้อง คือ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือที่เรียกกันว่าลุงตู่ เพราะฉะนั้นบัตรประชารัฐ ลุงตู่เป็นคนคิด เป็นคนทำ ทุกวันนี้เวลาไปปราศรัยในเขตโคราช เขาไม่ได้เรียกบัตรประชารัฐ เขาเรียกบัตรลุงตู่ โคราชได้รอบแรก ๕๐๐,๐๐๐ ใบ รอบที่ ๒ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ใบ รวมแล้ว ๗๐๐,๐๐๐ ใบ ยังมีอีก ๑ ชุด ที่ทำแล้วส่งแล้ว แต่ยังไม่ได้บัตร 

        นายอนุชา นาคาศัย ปราศรัยว่า ตนรู้ถึงหัวใจของประชาชนส่วนใหญ่ และชาวนาของประเทศที่ลำบาก เพราะเป็นหนี้ ไม่ว่าผ่านมากี่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทุกวันนี้มีแต่คนพูดถึงการสืบทอดอำนาจ แต่ไม่เคยพูดถึงความกินดี อยู่ดี และการปลดหนี้ให้ประชาชน ทั้งที่เงินบาทแรกที่หมุนเวียนและเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจในประเทศ คือ เงินของเกษตรกร ดังนั้นสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐตกผลึกเพื่อช่วยแก้ปัญหา คือ เริ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ ต่อจากนั้นคือ การการันตีราคาพืชผล และเติมเงินให้เกษตรกร โดยราคาอ้อยต้องไม่ต่ำกว่า ๑,๒๐๐ บาท และราคายางไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๖๕ บาท, การันตีราคาข้าว ๒,๐๐๐ บาทต่อไร่ ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ขณะที่การปลูกข้าว จะเติมเงินให้ ๑,๕๐๐ บาทต่อไร่ ทั้งนี้พวกเราตั้งใจและสู้ตาย เพื่อทำงานให้ประชาชนทั้งประเทศหายจากความยากจน เราจะไม่เข้าสู่การเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจ หรือสร้างความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง

อ้างจะเปลี่ยนโคราชไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

        ทางด้าน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคฯ กล่าวว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมามีแต่ความขัดแย้ง แก่งแย่งชิงอำนาจ รัฐบาลเหล่านั้นแทบไม่มีเวลาทำงานเพื่อประชาชน พรรคพลังประชารัฐ จึงตั้งใจเข้ามาเพื่อนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ด้วยการนำเสนอผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งใน จ.นครราชสีมาและทั่วประเทศ ที่จะเข้าไปทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในรัฐสภา พรรคเรามีนโยบายที่ตอบโจทย์ มีผู้นำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เราจึงขอโอกาสอาสาพาประเทศ พี่น้องคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง มองไปข้างหน้าสู่อนาคตที่สดใส ประเทศเราสงบมาแล้ว ๕ ปี ทำมาหากินได้บ้านเมืองเดินหน้าได้ วันนี้พรรคมาเสนอตัวในการร่วมกันเดินหน้า เราไม่ตีกับใคร แต่ใครจะตีเรามากไม่ได้ เพราะพี่น้องประชาชนอยู่กับเรา พรรคพลังประชารัฐมาทำงาน เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมมานาน แก้ตรงจุด ทำได้จริง และ ทำได้ทันที ที่สำคัญ พรรคเราจะเปลี่ยนโคราชไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราต้องการผู้นำที่สามารถนำพาประเทศในห้วงเปลี่ยนผ่านประเทศ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญ คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นคนโคราช แต่วันนี้มีวาทกรรมที่พูดกันมากคือพวกเรามาเพื่อสืบต่ออำนาจ ทั้งที่เราไม่มีสี ไม่มีขั้ว เรามีขั้วเดียวคือ ขั้วคนไทย เราจะสืบทอดอะไร สิ่งที่เราจะสืบทอดมีเพียงอย่างเดียว คือ สืบทอดความสงบ เพื่อนำพาบ้านเมืองไปต่อ

เสียใจพาบิ๊กตู่มาไม่ได้

        ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กล่าวว่า “วันนี้พรรคพลังประชารัฐเสียใจที่สุดที่ไม่ได้พา พล.อ. ประยุทธ์ แคนติเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค มายืนบนเวทีนี้ มาพบพี่น้องชาวโคราช ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านไม่ได้ เพราะเขาไม่ยอมให้มา แต่ท่านนายกฯ บอกไม่เป็นไร ให้พวกผมมาแทน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของประเทศ เนื่องจาก ๑๐ ปี ที่ผ่านมาบ้านเมืองติดหล่ม เกิดการแบ่งแยกแบ่งสี แบ่งฝ่าย ดังนั้นวันนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องตัดสินใจ คือ ต้องเลือกไม่ให้บ้านเมืองกลับไปเหมือนเดิม เนื่องจากหากขัดแย้งนโยบายอะไรก็เดินหน้าต่อไม่ได้ หากอยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อยากเห็นประเทศเดินหน้าต่อ พวกผมอาสาทำให้ แต่ชาวโคราชก็ต้องร่วมพาประเทศก้าวข้ามไปด้วยกัน โดยเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐทั้ง ๑๔ เขต

วอนเลือกพปชร.ทั้งจังหวัด

        นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ยังกล่าวอีกว่า “วันนี้มีแกนนำตั้ง ๓ ขั้ว คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศเอาคนโคราช อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคที่ ๒ คือพรรคที่ถูกครอบงำ ไม่รู้ใครเป็นหัวหน้าตัวจริง ซึ่งตนไม่ขอพูดถึง และอีกพรรคคือ ประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุดประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้จึงมาถึงจุดที่พวกเราต้องช่วยกัน เพราะหากบ้านเมืองเป็นสามขั้วแบบนี้ หลังเลือกตั้งประเทศคงเดินต่อไม่ได้ ซึ่งพรรคเราไม่ปรารถนา เนื่องจากประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องเห็นแก่ประชาชน วันนี้ผมจึงวิงวอนว่า อย่าให้ใครเอาเราเป็นเครื่องมือ อย่าให้ใครมาหลอกเราอีก ขอพี่น้องพาประเทศไทยไปกับพรรคพลังประชารัฐ เลือกลุงตู่ เป็นนายกฯ เลือกพลังประชารัฐทั้งจังหวัด

อ้างลุงตู่ฝากบทกลอนถึงชาวโคราช

        ทางด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวว่า “พรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งตนเองมาฝังตัวที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นเดือน เพราะเห็นความสำคัญของโคราช ที่ต้องการทำให้โคราชดีกว่านี้ รวมถึงโคราชเป็นบ้านเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นลูกหลานย่าโม โดยวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อยากเดินทางมาด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถมาได้ จึงส่งอดีต ๔ รัฐมนตรีมาพบกับประชาชน พร้อมเขียนกลอนมาฝากด้วยตัวเอง ซึ่งกลอนมีชื่อว่า พลังประชารัฐ” จากนั้นนายสุวิทย์ก็อ่านกลอนว่า 

“จากใจ ถึงใจ ไทยทุกผู้

เรารวมอยู่ เป็นชาติ นานนักหนา

ทั้งบ้านเรือน ก่อสร้าง พัฒนา

เพื่อวันนี้ วันหน้า เชื่อมโยงกัน

อยากจะให้ มีใคร จิตอาสา

ประชารัฐ พัฒนา อย่างสร้างสรรค์

ทั้งคนรวย รายได้น้อย คอยช่วยกัน

สร้างสวรรค์ แผ่นดินทอง พี่น้องไทย

อย่ายอมให้ คนพาล มาผลาญชาติ

ป่าวประกาศ ศักดิ์ศรี ที่ไหนไหน

ให้โลกรู้ แผ่นดินนี้ มีคนไทย

ทั้งรุ่นใหม่ รุ่นเก่า พร้อมยอมพลี

หวังเพียงให้ เกิดพัฒนา นำพาชาติ

กวาดบ้านเมือง ให้สะอาด เกิดสุขขี

เราจะพร้อม ยอมตาย สามัคคี

แผ่นดินนี้ พลังประชารัฐ รวมคนไทย”

สุริยะ’ประกาศปลดหนี้

        ในขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล พร้อมประกาศปลดหนี้ให้กับประชาชนที่เป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน ผ่านนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ คือ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน ๓ ปี และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ผ่านการตั้งกองทุนประชารัฐ หมู่บ้านละ ๒ ล้านบาท พร้อมระบุว่า สาเหตุที่ต้องกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง เพราะเห็นความยากจนของประชาชน ที่สำคัญ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาขอให้ช่วยกันทำงานเพื่อประเทศ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นคนดี ตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติ

กอบศักดิ์’ประกาศหาคู่

        ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า ตนเองก็เป็นชาวโคราช เพราะครอบครัวเป็นคนโคราช รวมถึงตนก็เคยบวชที่วัดป่าแดนสงบ จึงมาขอเสียงชาวโคราช และถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้มา แต่ก็ได้ยินเสียงประชาชน ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐเริ่มมาเป็นระยะเวลา ๔ เดือน แต่ทุกโพลคะแนนไม่ลำดับ ๑ ก็ลำดับ ๒ เพราะมีนโยบายต่างๆ ที่ตอบโจทย์ประชาชน อาทิ บัตรประชารัฐ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน ๕ ปี มารดาประชารัฐ สปก.๔.๐ ช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าว รวมถึงจากนี้ จะช่วยคนจนที่ไม่มีบ้าน ด้วยการเดินหน้าบ้านล้านหลัง บ้านมั่นคง บ้านพอเพียง โดยนายกอบศักดิ์ประกาศว่าตนเองยังโสด ใครอยากได้รับนโยบายมารดาประชารัฐ ก็ต้องเป็นคนที่แต่งงานและมีลูก หากใครสนใจหนุ่มหล่อและโสดก็สมัครมาได้

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๑ - วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒


571 8374