20thNovember

20thNovember

20thNovember

 

March 12,2019

เปิดอุโมงค์สัตว์ข้ามที่แรกในไทย เชื่อมอุทยานเขาใหญ่-ทับลาน สร้างเส้นทางเศรษฐกิจภูมิภาค

            เปิด “อุโมงค์เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน” เพื่อป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้ได้รับอันตรายจากการถูกรถชน สร้างเส้นทางเศรษฐกิจและการขนส่ง ระหว่างภาคอีสานกับตะวันออก

            ตามที่ กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้าง “โครงการก่อสร้างทางเชื่อมผืนป่าและการขยายทางหลวง หมายเลข ๓๐๔ (จ.ปราจีนบุรี-จ.นครราชสีมา)” ขณะนี้โครงการมีความคืบหน้าภาพรวม ๑๐๐% ประกอบด้วย ๓ โครงการย่อยระยะทาง รวม ๑๘.๙๕๙ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๒,๙๐๘.๘๒๒ ล้านบาท ดังนี้ ๑.โครงการก่อสร้างสายอ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัยทางเชื่อมพื้นป่า) จ.ปราจีนบุรี จุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.๑๙๑+๘๖๐-๑๙๕+๓๑๐ ระยะทาง ๓.๔๕๐ กม.รับผิดชอบก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ๒.โครงการก่อ สร้างขยายถนน หมายเลข ๓๐๔ สายอ.กบินทร์ บุรี-อ.วังน้ำเขียว ตอนที่ ๓ จ.นครราชสีมา-จ.ปราจีนบุรี (ส่วนที่๑) ขนาด ๔ ช่องจราจร (ขยายจาก ๒ ช่อง) ตั้งแต่ กม.๒๐๗+๗๖๐-กม.๒๑๖+๕๖๐ ระยะทาง ๘.๘๐๐ กม. โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ ๓.โครงการก่อสร้างขยายถนนสาย อ.กบินทร์บุรี-อ.วังน้ำเขียว ตอนที่ ๓ (จ.นครราช สีมา-จ.ปราจีนบุรี ส่วนที่ ๒) ขนาด ๔ ช่องจราจร ตั้งแต่กม.๒๑๕+๕๖๐-กม.๒๒๓+๒๖๙ ระยะทาง ๘.๘๐๐ กม. โดยบริษัท ธนะสินพัฒนา (๑๙๙๙) จำกัด โดยทั้ง ๓ โครงการ เสร็จตามสัญญาภายในปี ๒๕๖๒ และได้เปิดให้ประชาชนสัญจรไปมาอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

            ล่าสุด เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กม.๑๙๕ ด้านทางซ้าย (มุ่งหน้าจังหวัดนครราชสีมา) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ร่วม “พิธีเปิดอุโมงค์เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน” โครงการก่อสร้างทางเชื่อมผืนป่าและการขยายทางหลวง หมาย เลข ๓๐๔ (จ.ปราจีนบุรี-จ.นครราชสีมา) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้ได้รับอันตรายจากการถูกรถชน และขยายช่องการจราจรเพื่อให้อุบัติเหตุลดลง

            นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า “เส้นทาง ๓๐๔ ถือว่าเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์อีกเส้นหนึ่งที่เป็นรูปแบบใหม่ คืออุโมงค์ให้ข้างบนสามารถเดินผ่านไปได้ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่จะเชื่อมต่อเศรษฐกิจทางฝั่งตะวันออกของประเทศไปสู่ภาคอีสาน เป็นเส้นทางที่สำคัญที่สุด และยังเป็นเส้นทางที่สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี เพราะว่า ๓๐๔ เป็นเส้นที่ทำให้เกิดอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีศูนย์อุตสาหกรรมอยู่ ๕ แห่ง และที่นี่ก็สามารถสร้างรายได้ต่อหัวให้พี่น้องประชาชนชาวปราจีนบุรี ถ้าคิดสัดส่วนต่อรายได้ ถือเป็นอันดับ ๖ ของประเทศ ตกปีละ ๓๔๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อครัวต่อคน แต่ก็ไม่ใช่เป็นรายได้ที่ตกอยู่กับประชาชนทั้งหมด เป็นรายได้ที่อุตสาหกรรมเข้ามามาก ปราจีนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีสิ่งสำคัญมากๆ หลายเรื่อง ถึงแม้จะเป็นจังหวัดขนาดกลาง แต่ที่นี่ประกอบด้วยความเป็นโบราณสถาน ถือเป็นเมืองศรีอุโบสถเก่า เป็นเมืองโบราณสมัยยุคทวารวดี ที่เราจะทำการฟื้นฟูขึ้นมาว่าให้เป็นเมืองที่สามารถดึงคนเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นประตูเมือง สมัยก่อนที่นี่คือท่าเรือ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ได้มาสร้างเมืองอโรคยาศาล ทีมีเรือต่างๆ เข้ามาค้าขายที่นี่ แต่หลังจากที่เกิดตะกอนชักเข้ามาเป็นดินเป็นอะไรต่างๆ ทำให้ความเป็นเมืองท่าหายไป กลายเป็นเมืองรกร้าง ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก”

            “นอกจากนั้นเรายังมีอุทยานแห่งชาติที่เป็นมรดกโลก ๓ แห่งในจังหวัดเดียว แล้วเขาใหญ่นี้ ๖๐% อยู่ในพื้นที่จังหวัดปาจีนบุรี ก็ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งมีต้นไม้เยอะในอุทยานแห่งชาติ แล้วเราก็ยังมีโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่มีชื่อเสียงในด้านสมุนไพรและแพทย์แผนไทย สิ่งต่างๆ เหล่านี้คิดว่านะจะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ๆ และได้เส้นทางตรงนี้อีกเส้นหนึ่งที่เสริมเข้ามา ก็เชื่อว่าต่อไปอาจจะเป็น EEC ในเฟส ๒ ของปราจีนบุรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าว

            นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า “ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเส้นทางสายหลักที่รองรับการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ปัจจุบันมีการขยายเส้นทางเป็น ๔ ช่องจราจร ยกเว้นบริเวณ กม.๑๙๑+๘๖๐ ถึง กม.๑๙๕+๓๑๐ และบริเวณกม.๒๐๗+๗๖๐ ถึง กม.๒๓๓+๒๖๙ ระยะทางรวม ๑๙ กิโลเมตร และที่ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้เป็น ๔ ช่องจราจรได้ เนื่องจากแนวเส้นทางดังกล่าวอยู่ในพื้นที่รอยต่อของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกได้มีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยดำเนินการจัดทำแนวเชื่อมต่อ (Wildlife Corridor) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้ได้รับอันตรายจากการถูกรถชน ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๕๕๒ กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลกบนทาง หลวงหมายเลข ๓๐๔ ขึ้น ภายใต้การบูรณาการข้อมูลทางวิชาการร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งรายงานดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในปี พ.ศ.๒๕๕๗ ต่อมากรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการสายนี้ขึ้น”

            “สำหรับโครงการขยายทางเชื่อมผืนป่า ระยะทาง ๓.๔๕ กิโลเมตรนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ของกรมทางหลวง ที่ได้ออกแบบไว้เป็นคู่ คือ คู่ที่ ๑ ยาว ๒๕๐ เมตร และคู่ที่ ๒ ยาว ๑๘๐ เมตร มีช่องจราจรขาไป ๒ ช่อง และขากลับ ๒ ช่อง โดยถมดินข้างบนเพื่อเชื่อมผืนป่าอุทยาน                   แห่งขาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อให้สัตว์ป่าสามารถสัญจรข้ามไปมาได้ และการยกระดับทางเพื่อให้สัตว์ลอดใต้ทางหลวงได้ เป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศน์ โดยปัจจุบันกรมทางหลวงได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว เพื่อการคมนาคม การขนส่งมีความสะดวกยิ่งขึ้น และยังช่วงลดการสูญเสียทางทรัพย์สินและชีวิตได้อีกด้วย ” อธิบดีกรมทางหลวง กล่าว

            นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า “โครงการนี้ เป็นโครงการที่จะต้องถูกจารึกเอาไว้ว่า เป็นโครงการแรกของประเทศไทย โครงการนี้จะเป็นโครงการตัวอย่าง โครงข่ายทางหลวง บนพื้นฐานการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน และกรมทางหลวงยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการดูแลรักษาภายในอุโมงค์ด้วยระบบอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกต่อประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้ด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังจะเป็นต้นแบบการเรียนรู้การอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่ท่านอธิบดีกรมทางหลวง เล่าว่าโครงการขยายช่องจราจรนั้น ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ นับเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว แต่ช่วง ๑๙ กิโลเมตรนี้ กรมทางหลวงได้เว้นเอาไว้ เพื่อศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่าเวลาที่เราเสียไปกับโครงการนี้ ถือว่าคุ้มค่า ส่วนสิ่งที่เราได้นั้นคือ เส้นทางเศรษฐกิจและการขนส่งหรือโลจิสติกส์ โดยเส้นทางนี้เป็นการเชื่อมระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีกับจังหวัดนครราช สีมา และยังเป็นการเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกกับภาคอีสาน ซึ่งทุกคนคงจะทราบกันดีทั้ง ๒ จังหวัด เป็นเมืองที่มีการเติมโตทางด้านอุตสาหกรรมที่รวดเร็ว แรงงานที่ใช้ส่วนมากก็มาจากภาคอีสาน ดังนั้นการเชื่อมต่อเส้นเลือดเส้นนี้ จะทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น

            “สำหรับประชาชน คงทราบกันดีว่าถนนหมายเลข ๓๐๔ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยิ่งช่วงเทศกาลมีรถติดหลายชั่วโมง ซึ่งวันนี้ทุกคนจะเห็นว่า การคมนาคมมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น การที่มีรถวิ่งออกมาจากอุโมงค์ ทำให้ดูเท่ห์สำหรับประเทศไทย ผมเคยได้มาดูการก่อสร้างในช่วงแรกๆ แล้วก็หายไปทำงานราชการต่างๆ พอกลับมาดูอีกครั้งพบว่า โครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถือว่าทุกคนทำงานกันได้อย่างรวดเร็วมาก เมื่อโครงการนี้เสร็จ สัตว์ป่าก็เริ่มมาสำรวจว่าพวกเราทำอะไรกัน ซึ่งหลังจากนี้ เราจะต้องติดตามผลโครงการอย่างใกล้ชิด นี่เป็นหนึ่งในการศึกษา EIA ว่า สัตว์ของป่าทั้ง ๒ ฝั่ง เขาจะมีวิถีชีวิตอย่างไรในอนาคต แล้วอุโมงค์กระทบกับพวกเขาหรือไม่ และก็นำผลมาปรับแก้เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว

            ทั้งนี้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ สายปากเกร็ด–สะพานต่างระดับนครราชสีมา เป็นทางหลวงแผ่นดินสายรองประธานที่เชื่อมระหว่างจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา มีจุดเริ่มต้นบนถนนติวานนท์ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖) ที่ห้าแยกปากเกร็ด ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และสิ้นสุดบนถนนมิตรภาพ กับทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาด้านตะวันตก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔) ที่ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา ในอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางทั้งสิ้น ๒๙๘.๕๑๕ กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ๒๙๖.๗๐๗ กิโลเมตร ซึ่งทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ แบ่งออกเป็น ๘ ช่วง ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา ถนน=สุวินทวงศ์ ถนนมหาจักรพรรดิ ถนนศุขประยูร ช่วงฉะเชิงเทรา–กบินทร์บุรี ช่วงกบินทร์บุรี–ปักธงชัย และถนนสืบศิริ

            ในส่วนของช่วงกบินทร์บุรี-ปักธงชัย เริ่มจากถนนสุวรรณศร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓) แล้วมุ่งขึ้นเหนือ ผ่านอำเภอนาดี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน เข้าสู่อำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ผ่านค่ายปักธงชัย อ่างเก็บน้ำบ้านโนนแดง กู่เกษม และศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัย ก่อนถึงตัวอำเภอปักธงชัยมีทางแยกสองทาง โดยแยกไปเป็นทางเลี่ยงเมืองปักธงชัย สิ้นสุดที่หน้าโรงพยาบาลปักธงชัย

            ถนนในช่วงช่วงกบินทร์บุรี-ปักธงชัย ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ เป็นถนนลูกรังตลอดสาย จนกระทั่งในช่วงสงครามเวียดนาม เมื่อประเทศไทยประกาศเป็นมิตรร่วมรบกับสหรัฐอเมริกา จึงยินยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๘ สหรัฐอเมริกาได้เดินทางมาถึงประเทศไทย และเริ่มก่อสร้างค่ายพักทหารห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมา ๔๒ กิโลเมตร จึงมีการก่อสร้างถนนลาดยาง ระยะทาง ๑๓๒.๕ กิโลเมตร ความกว้าง ๒๒ ฟุต เพื่อประโยชน์ทางด้านยุทธศาสตร์และเชื่อมชายฝั่งทะเลตะวันออกกับภาคอีสาน ด้วยมูลค่าโครงการ ๑๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๑ ต่อมากรมทางหลวงได้รับมอบถนนสายนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๒ ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี-นครราชสีมา

 

 

v

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๑ - วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

969 7798