20thNovember

20thNovember

20thNovember

 

March 12,2019

‘สุเทพ’ลั่น‘ทักษิณ’ต้องไม่กลับไทย เพ้อ‘รปช.’คว้า ส.ส. ๘๐ ที่นั่ง

         ยกพลบุกโคราชหาเสียงโค้งสุดท้าย ‘ลุงกำนัน’ ปราศรัยดุเดือด ลั่นไม่เอาระบอบทักษิณ อยากให้ก้าวพ้นวาทกรรมนี้ ‘แม้ว’ไม่ต้องกลับเมืองไทย มั่นใจพรรคฯ ได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า ๘๐ ที่นั่ง 

         เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) พรรครวมพลังประชาชาติไทย นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชา ชาติไทย (รปช.) นำ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย พล.ท. นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเป็นประธานสาขาพรรคประจำจังหวัดนครราชสีมา พร้อมผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาทั้ง ๑๔ เขตเลือกตั้ง เปิดเวทีปราศรัยหาเสียง ท่ามกลางประชาชน และผู้พิการ เข้าร่วมรับฟังหลายร้อยคน

         บรรยากาศก่อนการขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำคณะกรรมการบริหารพรรคฯ และผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมแจกหนังสือพิมพ์ของพรรคให้ประชาชนทุกคน เพื่อสร้างบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรจับต้องได้ ให้ไว้เป็นคำมั่นสัญญากับพี่น้องว่าพรรคนี้จะทำตามเจตนารมณ์ อุดม การณ์ รวมทั้งนโยบายพรรคโดยไม่เปลี่ยนแปลง

         สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาของพรรค รปช. ทั้ง ๑๔ เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ ๑ นายกฤศกร จิตดนัย, เขต ๒ นายลัดทา ชนะภัย, เขต ๓ นางฎาริกา เจริญจิตต์, เขต ๔ นายธนภัทร ชองรัมย์, เขต ๕ นายจรัส อังศุธรารักษ์, เขต ๖ นายเสริมศักดิ์ ถวัลยรัตน์, เขต ๗ นายวิทยา ดวงใจ, เขต ๘ นายสุพจน์ จันทร์พรม, เขต ๙ นายวุฒิพร ฟักกระโทก, เขต ๑๐ นางวิลาวรรณ ดวงกระโทก, เขต ๑๑ นายไพบูลย์ ธุระพันธ์, เขต ๑๒ นางสถิดา เซิลแบร์, เขต ๑๓ นายชาติ พิทยาภักดี และเขตเลือกตั้งที่ ๑๔ นางเพ็ญศรี เมี้ยนกลาง ทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมาโดยกำเนิด

         ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า เวลาเลือกตั้งเหลืออีกไม่กี่วัน พี่น้องประชาชนควรจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกใคร แต่เราตั้งใจที่จะเข้ามาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในนโยบาย แม้จะต้องไปเข้าร่วมกับพรรคอื่น แต่เราพร้อมที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับคืนมา ส่วนที่ผมอยากบอกคือ ผมมาที่นี่โดยคำเชิญของลุงกำนันสุเทพที่บอกผมว่า อยากจะทำพรรคการเมืองประชาชนที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมาพรรคการเมืองไทยเป็นพรรค การเมืองแบบอุปถัมภ์ ซึ่งพรรครวมพลังประชา ชาติไทยเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนเข้ามาเป็นส่วนร่วมกับพรรค เพียงแค่จ่ายค่าสมาชิก ๓๖๕ บาท ประชาชนทุกคนสามารถที่จะเลือกหัวหน้าพรรค เลือกคณะกรรมการพรรค แสดงความคิดเห็นเรื่องนโยบาย และเลือกผู้สมัคร ส.ส.ที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ครั้งนี้มีกว่า ๖๒ เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครลงสมัคร ส.ส.มากว่า ๑ คน พรรคเราจึงต้องจัดทำไพรมารีโหวต ขณะนี้พรรคเรามีสมาชิกทั่วประเทศกว่า ๓ หมื่นคน อนาคตจึงอยากจะเห็นพรรคการเมืองที่ไม่ได้เป็นแบบระบบอุปถัมภ์ เพราะเวลาจะทำอะไรจะได้ไม่ต้องเกรงใจนายทุน

         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรครวมพลังประชาชาติไทย เดินทางพบปะพี่น้องประชาชนมาทั่วประเทศปราศรัยนโยบายให้ประชาชนได้รับฟังว่า พรรคนี้มีเป้าหมายอย่างไรบ้าง คือ ๑.ผลักดันปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงประเทศ ตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน ๒.การแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจของประชาชนชาวไทย ส่วนจุดยืนของพรรคฯ เน้นย้ำเสมอว่า จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่พล.อ.ประยุทธ์ จะทำตัวให้เราสนับสนุนหรือไม่ และที่สำคัญพรรคเราไม่เอาระบอบทักษิณ ทุกวันนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ ซึ่งระบอบทักษิณพยายามทุกอย่าง เพื่อที่จะเข้ามามีอำนาจในประเทศไทย แม้ แต่เรื่องมิบังควรก็ยังทำ พรรคจึงไม่เอาระบอบทักษิณเด็ดขาด

         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ตั้งเป้าว่าจะได้ ส.ส. ประมาณ ๗๐-๘๐ ที่นั่งทั่วประเทศ เพื่อที่จะได้มีโอกาสเข้าไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล และพรรคฯ อยากจะขอจองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะอยากจะช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตที่ได้ราคา ส่วนอีกกระทรวงคือ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราอยากจะผลักดันปฏิรูปการศึกษาให้เด็กเยาวชนเรียนจบในระดับ ปวช.-ปวส. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระให้กับผู้ปกครอง ซึ่งทั้งสองกระทรวงนี้ในพรรคมีบุคคลที่มีความสามารถอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่ผมแน่นอน 

         ส่วนนโยบายอื่นๆ เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือน ขยายเวลาเกษียณในภาครัฐเป็น ๗๐ ปี คัดเลือก อสม. ให้ทำงานมีค่าตอบแทน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือน

         นอกจากนี้ในช่วงปราศรัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนช่วยกันทำปาฏิหาริย์ครั้งที่สาม เพราะครั้งแรกด้วยพลังของประชาชนสามารถล้มระบอบทักษิณได้ ครั้งที่สองพลังของประชาชนเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ และปาฏิหาริย์ครั้งที่สามจะเกิดขึ้นได้ถ้าพลังของประชาชน ทุกเขตเลือกตั้งเลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ให้เกิดการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน พร้อมลั่นวาจาว่า ยินดีที่จะก้าวพ้นทักษิณถ้าไม่กลับมาประเทศไทยอีก

         สุดท้ายอยากจะฝากประชาชนว่า วันที่ ๒๔ มีนาคมนี้ มีความสำคัญมาก เพราะประชาชนมีโอกาสที่จะได้กำหนดทิศทางของประเทศไทยในวันข้างหน้า ซึ่งประชาชนทุกคนมีความคิดมีอิสระ และสามารถกำหนดว่า อยากให้บ้านเมืองเป็นเช่นไร

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๑ - วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

960 7782