20thMay

20thMay

20thMay

 

March 13,2019

‘เอสเอ็มอีแบงก์’ควงแขน‘สคช.’ ยกระดับผู้ประกอบอาชีพอิสระ นำร่องเติมทักษะมาตรฐานวิชาชีพ

            SME D Bank จับมือ สคช. ลงนามร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกอบการอาชีพอิสระ หนุนสร้างโอกาสเติบโต ต่อยอดสู่แหล่งทุน ปูทางชีวิตดีมีสุข “ฮักแท็กซี่ฯ” สำเร็จแล้วกว่าร้อยราย เดินหน้าขยายสู่สาขาอาชีพอิสระอื่นๆ เชื่อเกิดการสร้างงาน เพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้สู่ชุมชน พาเศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

 

            เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๒ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกอบการอาชีพอิสระ 

            นายพิสิฐ รังสฤษฏ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. กล่าวว่า สคช. ดำเนินงานตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลในหลากหลายมิติ ประสานความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตรงความต้องการของตลาดงาน โดยความร่วมมือกับ SME D Bank ในครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าของความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดย สคช. จะดำเนินการฝึกอบรมเติมทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระในสาขาต่างๆ  เมื่อผ่านการฝึกอบรมและประเมินแล้ว ผู้ประกอบอาชีพอิสระจะได้รับใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ยืนยันตัวตนในอาชีพ การันตีความสามารถ ช่วยสร้างเสริมโอกาสในอาชีพที่ทำอยู่ ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างความมั่นคง และยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิต สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนไทยในทุกๆ สาขาวิชาชีพ  

            นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า  จากที่ธนาคาร ร่วมกับ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  สำรวจสถานภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยพบว่า ประเทศไทยยังมีผู้ประกอบการรายเล็ก หรือ “จุลเอสเอ็มอี” กว่า ๓ ล้านราย อยู่นอกระบบ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพอิสระต่างๆ โดยที่ผ่านมา เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และมีขีดความสามารถทางธุรกิจต่ำมาก ดังนั้น ธนาคารจึงกำหนดบทบาทเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของภาครัฐที่จะดูแลสนับสนุนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง 

            โดยแนวทางการสนับสนุนนั้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืน จะมอบ “๓ เติม” ได้แก่ เติมทักษะ เติมทุน และเติมคุณภาพชีวิต โดยด้าน “เติมทักษะ” เพิ่มความรู้ ความสามารถการประกอบอาชีพอิสระให้มีมาตรฐานดีเยี่ยม เป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เข้าร่วมโครงการกับ SME D Bank จะได้รับการเติมทักษะที่จำเป็นต่างๆ  เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต พัฒนา บรรจุภัณฑ์ การบริหารจัดการ ระบบการเงิน ระบบขนส่ง  และการส่งเสริมการตลาด ตลอดจนด้านอื่นๆที่จำเป็น เป็นต้น  ซึ่งธนาคารได้รับความกรุณาจาก สคช. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบอาชีพอิสระ มาทำหน้าที่จัดฝึกอบรมความรู้ และประเมินผล  เบื้องต้นนำร่องเติมทักษะให้แก่ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ในกิจกรรม “ติดปีกฮักแท็กซี่ ทะยานสู่บริการที่เหนือกว่า” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้ขับแท็กซี่ ผ่านกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ๑๓๗ คน ทั้งหมดต่างพอใจที่ได้รับการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ เพราะช่วยการันตีคุณภาพเป็น “แท็กซี่มืออาชีพ” สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร นำไปสู่การสร้างโอกาสดีๆในการประกอบอาชีพต่อไป

            นายมงคล กล่าวต่อว่า จากความสำเร็จดังกล่าว ธนาคาร และ สคช. จึงร่วมกันขยายการเติมทักษะให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระสาขาอื่นๆ  เช่น ธุรกิจเสริมสวย ธุรกิจขนส่งชุมชน ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร เป็นต้น เมื่อได้รับการเติมทักษะแล้ว หากต้องการเงินทุนเพื่อต่อยอดอาชีพ ธนาคารได้เตรียมบริการ “เติมทุน” ผ่านโครงการสินเชื่อต่างๆ เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ระยะเวลากู้สูงสุด ๗ ปี คิดอัตราดอกเบี้ยถูก สำหรับบุคคลธรรมดา อัตราดอกเบี้ย ๓ปีแรกเพียง ๐.๔๒% ต่อเดือน    ปีที่ ๔-๗ อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด ๒ ล้านบาทต่อราย และหากยกระดับเข้าสู่การเป็นนิติบุคคล จัดทำบัญชีเดียว อัตราดอกเบี้ยจะถูกลงไปอีก โดย ๓ ปีแรกเหลือเพียง ๐.๒๕%ต่อเดือนเท่านั้น ส่วนปีที่ ๔-๗ อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด ๕ ล้านบาทต่อราย และสินเชื่อเถ้าแก่ ๔.๐ สำหรับนิติบุคคล ดอกเบี้ยถูกสุดในระบบ เพียง ๐.๐๘% ต่อเดือน คงที่นาน ๗ ปี (ตลอดอายุสัญญา) กู้ ๑ ล้านบาทผ่อนเพียง ๔๑๐ บาทต่อวัน  เป็นต้น 

            ทั้งนี้ เมื่อได้รับการ “เติมทักษะ” และ “เติมทุน” จะนำไปสู่การ “เติมคุณภาพชีวิต” ช่วยให้      ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ รวมถึงครอบครัวอยู่ดี กินดี มีสวัสดิการในชีวิตมั่นคง คุณภาพชีวิตดีขึ้น ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ยังส่งผลดีไปในด้านสังคมอยู่ดีมีสุขอีกด้วย 

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๑ - วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

 


25 7565