18thOctober

18thOctober

18thOctober

 

March 18,2019

อดีตประชาสัมพันธ์โคราช ผงาด ๑ ใน ๕ ซูเปอร์บอร์ด กสทช.

ตามที่เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงคะแนนคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นซูเปอร์บอร์ด กสทช. หรือกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (กตป.) ด้านละ ๒ คน จำนวน ๕ ด้าน ก่อนจะคัดเลือกรอบสุดท้ายให้เหลือด้านละ ๑ คน โดยมีผู้เข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วย ๑.ด้านกิจการกระจายเสียง นายณภัทร วินิจฉัยกุล อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), ผศ.วิชัย โถสุวรรณจินดา อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ๒.ด้านกิจการโทรทัศน์ นายสมยศ เลี้ยงบำรุง ผู้ปฏิบัติงานประจำ ประธาน กสทช., นายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ๓.ด้านกิจการโทรคมนาคม นายปรเมศวร์ กุมารบุญ กรรมการวิศวกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.อ.พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ กรรมการ บริษัท วิทยุการบิน จำกัด ๔.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค นายพันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการฝ่ายกิจกรรมสิทธิผู้บริโภค สมาคมสิทธิผู้บริโภค, ผศ.สุทิศา รัตนวิชา อาจารย์ประจำ คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเกริก และ ๕.ด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นายไพโรจน์ โพธิไสย อดีตรองเลขาธิการวุฒิสภา, พลโทพร ภิเศก ซึ่งซูเปอร์บอร์ด กสทช. แต่ละด้านมีบทบาทอย่างสูงในการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินผลงานของ กสทช. 
 
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีการคัดเลือกรอบสุดท้ายให้เหลือ ๕ คน โดยให้เหลือเพียงด้านละ ๑ คน และเป็นการประชุม “วาระลับ” โดยมีผลคะแนนดังนี้ ๑.ด้านกิจการกระจายเสียง นายณภัทร วินิจฉัยกุล อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ได้ ๑๑๑ คะแนน, ผศ.วิชัย โถสุวรรณจินดา อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้ ๒๐ คะแนน ๒.ด้าน กิจการโทรทัศน์ นายบัณฑิต ตั้งประเสริฐ อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ ๑๒๗ คะแนน, นายสมยศ เลี้ยงบำรุง อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ ๓ คะแนน ๓.ด้านกิจการโทรคมนาคม พ.อ.พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ กรรมการบริษัท วิทยุการบิน จำกัด ได้ ๑๐๕ คะแนน, นาย             ปรเมศวร์ กุมารบุญ อาจารย์พิเศษโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ ๒๐ คะแนน ๔.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค นายพันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา อดีตกรรมการฝ่ายกิจกรรมสิทธิผู้บริโภค สมาคมสิทธิผู้บริโภค ได้ ๘๔ คะแนน, ผศ.สุทิศา รัตนวิชา อาจารย์ประจำพิเศษ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกริก ได้ ๔๒ คะแนน, ๕.ด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นายไพโรจน์ โพธิไสย อดีตรองเลขาธิการวุฒิสภา ได้ ๙๖ คะแนน, พลโทพร ภิเศก ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก ได้ ๓๘ คะแนน
 
ทั้งนี้ “กตป.” ทั้งหมด ๕ คน มีวาระการทำงาน ๓ ปี ห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน ๒ วาระ หากมีกรรมการลาออกให้ที่เหลือคงปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ยกเว้นจะเหลือกรรมการไม่ถึง ๓ คน โดยมีหน้าที่ ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล ส่งรายงานที่มีผลการปฏิบัติงาน ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของหน่วยที่ถูกตรวจสอบ ให้ กสทช. ภายใน ๙๐ วัน เพื่อให้ กสทช. ส่งต่อเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
 
อนึ่ง ดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ ผู้ได้คะแนนสูงสุดด้านกิจการโทรทัศน์ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ประเภทบริหารระดับสูง) สํานักนายกรัฐมนตรี จบปริญญาตรี (การศึกษา) มหาวิทยา ลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.), ปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต(เกียรตินิยมดี) นโยบายสาธารณะและการบริหารโครงการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (NIDA), นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.), ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางรัฐประศาสนศาสตร์ (NIDA), ประกาศนียบัตรวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ประกาศนียบัตรการบริหารงานวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สถาบัน Deutsche Welle, ปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางการบริหารการศึกษา (Ph.D.Ed.Admin) มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (ทุนมหาวิทยาลัย) และปริญญาป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.๒๕๕๑)
 
นอกจากนี้ ยังผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารงานประชาสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ สถาบันธุรกิจบัณฑิตศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ ๓๘ (นปส.๓๗) กระทรวงมหาดไทย, หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๙ (๔ส๙) สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า, หลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน รุ่นที่ ๒๘ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หลักสูตรโครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง ผู้บริหารส่วนราชการ (นบส.๒) รุ่นที่ ๔ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.
 
นอกจากนี้ ดร.บัณฑิต เคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ประเภทบริหารระดับสูง) และตำหน่งต่างๆ ดังนี้ พ.ศ.๒๕๕๖ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, พ.ศ.๒๕๕๓ รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน, พ.ศ.๒๕๕๒ผู้อํานวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต ๑ กรมประชาสัมพันธ์, พ.ศ.๒๕๕๐ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ กรมประชาสัมพันธ์, พ.ศ.๒๕๔๘ ผู้อำนวยการสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์, พ.ศ.๒๕๕๔ รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์สังข์เงิน ประเภทองค์กร (ราชบัณฑิตยสถาน), พ.ศ.๒๕๔๖ รางวัลชนะเลิศการประกวดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยดีเด่น ระดับประเทศ กรมประชาสัมพันธ์, พ.ศ.๒๕๔๕ บริหารศูนย์ข่าวโทรทัศน์ดีเด่นของ สปข.๑ (ศูนย์ข่าวโทรทัศน์นครราช สีมา), พ.ศ.๒๕๔๕ รางวัลหน่วยงาน PSO ดีเด่นของสำนักงานก.พ., พ.ศ.๒๕๓๔ งานวิจัยดีเด่น คณะรัฐประศาสนศาสตร์ NIDA, พ.ศ.๒๕๓๑ ประชาสัมพันธ์จังหวัดดีเด่น กรมประชาสัมพันธ์, พ.ศ.๒๕๔๖ รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น รับเกียรติบัตรจากนายกรัฐมนตรี 
 
ทั้งนี้ ดร.บัณฑิตมีหลักในการทำงานว่า  “การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรยุคดิจิทัล ต้องประเมินรอบด้านทุกมิติ ปรับเปลี่ยนตามบริบทสังคมโลก โดยยึดมั่นจริยธรรมและหลักธรรมา ภิบาล”
 
 
 
 
 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันเสาร์ที่ ๑๖ - วันพุธที่ ๒๐  เดือนมีนาคม  พุทธศักราช ๒๕๖๒ 


821 7632