12thDecember

12thDecember

12thDecember

 

March 18,2019

ธนาธร’ผิดเวลาปราศรัยใหญ่ ถ้า‘ตู่’อยู่ต่อประชาชนต้องขอทาน

เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๘.๐๐ น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พรรคอนาคตใหม่ปราศรัยใหญ่ นำทีมโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นางกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคฯ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.โคราช ทั้ง ๑๔ เขต ได้แก่ เขต ๑ นายวรพงศ์ โสมัจฉา เบอร์ ๙ เขต ๒ นายพัลลภ เสนาดี เบอร์ ๓ เขต ๓ นางสุดาวดี พูลวรสกุล เบอร์ ๓ เขต ๔ นายปรัชญา เพชรวิสิทธิ์ เบอร์ ๑๗ เขต ๕ นายฉัตร เหล่ากำพี้ เบอร์ ๑๗ เขต ๖ นายประธาน คงเรืองราช เบอร์ ๘ เขต ๗ นายทิพงษ์ รักษ์ศรี เบอร์ ๒ เขต ๘ นายหนูแดง คุ้มภัย เบอร์ ๑๕ เขต ๙ นายอนันต์ สินมานนท์ เบอร์ ๑๔ เขต ๑๐ นางพลินภัสส์ พิทักษ์ภูพันธ์ เบอร์ ๑๑ เขต ๑๑ นายภูดิส ทามนตรี เบอร์ ๑๖ เขต ๑๒ นายประสงค์ จงกลนี เบอร์ ๑๐ เขต ๑๓ นายวรพจน์ บุ่นจันทึก เบอร์ ๑๓ และ เขต ๑๔ นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง เบอร์ ๘
 
 
บรรยากาศในการปราศรัยเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้เจอพ่อ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและวัยรุ่นยุคใหม่หลายพันคนนั่งรอคอยการปราศรัยของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่กำลังมุ่งหน้าเดินทางมายังเวทีลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หลังจากอ้างว่า ประสบปัญหาเนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด ทำให้การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวช้ากว่าเวลานัด ทำให้ประชาชนที่รอคอยกลับบ้านก่อนส่วนหนึ่ง แต่ยังมีประชาชนหลายพันคนยืนยันที่จะรอพบปะ ฟังปราศรัยจากหัวหน้าพรรคบนเวทีอย่างเนืองแน่น ซึ่งกว่าที่นายธนาธรจะเดินทางมาถึงก็เป็นเวลาเกือบ ๔ ทุ่ม 
 
 
  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่มีความหมายเป็นพิเศษ วันนี้เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ผมและพรรคพวกอีก ๒๐ กว่าคน เดินทางไปที่ กกต. เพื่อจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น ขณะนี้เราเดินทางมาครบ ๑ ปีแล้ว และเรามาฉลองการครบรอบ ๑ ปี ที่เมืองโคราชแห่งนี้ พี่น้องชาวโคราชทุกคน เหลืออีกไม่กี่วันจะถึงวันที่เราได้กำหนดอนาคตของประเทศ ๕ ปี หลังจากมีการรัฐประหารขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ มีความสุขกันพอหรือไม่ ทุกๆ ท่าน ผมเดินทางไป ๗๗ จังหวัด ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ๑ ปีที่ได้ก่อตั้งพรรคขึ้นมา ได้ไปพบประชาชน หนึ่งอย่างที่ได้ไปเรียนรู้กับพี่น้องประชาชน คือภายใต้รัฐบาลที่ยึดอำนาจไปจากประชาชน พี่น้องประชาชนแทบทุกจังหวัดในประเทศไทย ประสบปัญหาเศรษฐกิจเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และมั่นใจว่าพี่น้องที่อยู่ในโคราช รู้สึกเหมือนพี่น้องจังหวัดอื่นที่เช่นกัน คือรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่แย่ลง รายได้หดหายลง นี่คือความสำเร็จของคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา การทำให้คนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน จนเท่าเทียมกันทั้งประเทศ นอกจากจะทำให้คนไทยจนแล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังทำให้เราเป็นคนค้าขายที่เก่งมาก พี่น้องประชาชนคนไทยว่าก่อนหน้านี้ทำอาชีพอะไร ไม่ว่าจะเป็นคนรับจ้าง หรือเกษตรกร ขณะนี้ค้าขายเก่งกันหมด อย่างแรกขายรถไถออกไปก่อน อีกสักพักขายรถจักรยาน ยนต์ อยู่มาครบ ๔ ปี ขายทองไปแล้ว เหลือบ้านอยู่หลังเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้ขาย ถ้าสืบทอดอำนาจอยู่ครบอีก ๘ ปี สงสัยบ้านจะไม่เหลือ อยู่มาหลายปีภูมิใจมาก แจกบัตรคนจนออกไปเป็นล้านๆ คน ถ้าอยู่ต่อไปสงสัยบัตรคนจนคงไม่พอ พี่น้องของเราคงได้บัตรขอทานกันถ้วนหน้า สิ่งที่อยากจะพูดต่อไป จะเชื่อมโยงให้พี่น้องทุกคนเห็นว่า ปัญหาปากท้องของเรากับเรื่องการเมืองเกี่ยวข้องอย่างไร ทำไมเราต้องสนใจเรื่องการเมือง ไม่มีอะไรจะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ดีไปกว่ารถไฟรางเบาที่โคราช”
 
 
“ทุกท่านทราบใช่หรือไม่ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการสร้างรถไฟรางเบาที่โคราชเมื่อปีที่แล้ว รถไฟรางเบาคือรถไฟที่จะเชื่อมระหว่างถนนช้างเผือกไปถึงคูเมืองเก่า งบประมาณตั้งไว้ที่ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะสร้างรถไฟรางเบาให้คนโคราชใช้ คล้ายๆ ขอนแก่น ขอนแก่นพยายามจะสร้างรถไฟฟ้ารางเบา เชื่อมโยงเมืองขอนแก่นให้คนในขอนแก่นมีการคมนาคมที่ดีขึ้น แต่พยายามทำมา ๕ ปีแล้วยังไม่สำเร็จ ส่วนที่โคราชอนุมัติไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ถึงจะอนุมัติผ่าน ครม. แล้ว แต่รูปแบบราชการไทยเป็นแบบนี้อีก ๑๐ ก็ไม่สำเร็จ จะทำรถไฟฟ้ารางเบาที่โคราช ๑ สาย ต้องเกี่ยวข้องกับใครบ้าง อย่างแรกต้องเวนคืนที่ดิน เกี่ยวข้องกับกรมที่ดิน ซึ่งอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ที่ดินหลายส่วนอาจไปพาดผ่านที่ดินของกรมธนารักษ์ ซึ่งอยู่กับกระทรวงการคลัง ทำโครงการใหญ่ ต้องศึกษาผล      กระทบสิ่งแวดล้อม ขึ้นกับกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แน่นอนที่สุดทำเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับผังเมือง อยู่ที่กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย และเกี่ยวข้องกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น อาจต้องเกี่ยวข้องกับการรถไฟด้วย ซึ่งอยู่ในกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ถ้าเกี่ยวข้องกับถนนหนทาง จะไปเกี่ยวข้องกับกรมขนส่งทางบก ซึ่งอยู่ในกระทรวงคมนาคมอีกเหมือนกัน แค่รถไฟรางเบาโคราชก็เกี่ยวข้องกับกระทรวงเต็มไปหมด และการที่ระบบราชการรวมศูนย์แบบนี้ ที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยสูงถึงขนาดนี้ การพัฒนาถึงอยู่แต่ในกรุงเทพฯ เพราะแม้แต่ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนโคราชโดยตรงยังมีความจำเป็นที่จะต้องไปขออนุมัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องไปเกี่ยวข้องกับส่วนกลางขนาดนี้ แสดงให้เห็นเลยว่ามีปัญหา เรื่องนี้บอกอะไรเราบ้าง บอกว่าอำนาจกับการพัฒนาเป็นเรื่องเดียวกัน ครม.อนุมัติมาอีก ๑ โครงการ โคราชสมาร์ทบัส ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี” นายธนาธร กล่าว 
 
 
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยอีกว่า โคราชเป็นจังหวัดที่ใหญ่อันดับสองของประเทศไทย มีประชากร ๒.๖ ล้านคน พัฒนามา ๕๐-๖๐ ปี เพิ่งอนุมัติโครงการที่มีรถเมล์ใช้ โครงการโคราชสมาร์ทบัสที่จะเกิดขึ้น มองดูแล้วว่าโอกาสคงไม่ได้เกิดขึ้นอีก เพราะเรื่องอำนาจที่ต้องโยงไปอยู่ที่ส่วนกลาง ลองจินตนาการดูว่าประเทศไทยจะไปได้อีกไกลขนาดไหน ถ้าอำนาจเป็นของประชาชน จะไปได้อีกไกลขนาดไหน ถ้าอำนาจเป็นของพวกเรา ลองเริ่มที่คมนาคม ถ้าโคราชอยากให้มีรถเมล์ใช้ในโคราช เราสามารถออกแบบเส้นทางรถเมล์ได้เองว่า รถเมล์โคราชควรเชื่อมโยงจากจุดไหนไปถึงไหน ถ้าเราสามารถเอารถเมล์ไม่ใช่แค่รถเมล์ธรรมดา เอาเป็นรถเมล์ไฟฟ้า ยิ่งดีเข้าไปใหญ่คนโคราชจะได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าเราลองนึกดูว่าภาษีของพวกเราที่จ่ายอยู่ทุกวัน มีอะไรที่ส่งผลกระทบกับมาให้ชีวิตเราดีข้นบ้าง นี่ไงประชาชนถึงไม่อยากจ่ายภาษี เพราะภาษีที่จ่ายไปไม่ตอบสนองกับชีวิตของเรา เราลองคิดว่าภาษีที่เกิดขึ้นที่โคราช เก็บแล้วแบ่งเข้าสู่ส่วนกลางบางส่วน แต่อีกส่วนเก็บไว้ในโคราช แล้วคนโคราชมีอำนาจในการบริหารจัดการภาษีของเราเอง จะเอามาทำรถเมล์ไฟฟ้าเป็นเรื่องของคนโคราช หรือจะเอามาทำรถไฟรางเบาโคราช ไม่ต้องไปขออนุญาตกรุงเทพฯ อนุมัติกันเองที่โคราช เราสามารถบริหารเงินภาษีของเราเองได้ แล้วเอาไปปรับปรุงพัฒนาส่วนต่างๆ ในโคราช เราสามารถออกแบบและตัดสินใจเองได้ เราลองคิดถึงอนาคตที่อำนาจในการบริหารภาษีเป็นของพวกเรา อีกหนึ่งโครงการที่เพิ่งอนุมัติไป โครงการเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน งบประมาณ ๒,๔๐๐ ล้านบาท จะเอาสายไฟฟ้าลงดินต้องไปขออนุญาต ครม. ที่กรุงเทพฯ เอาลองเอาเงินมาวางไว้ให้คนโคราชพัฒนาเอง อำนาจลงอยู่ที่ศูนย์กลาง ทำให้ประชาชนทุกจังหวัดในประเทศไทย ไม่มีอำนาจในการออกแบบการเมืองของตนเอง ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมพวกท่านถึงได้เรือดำน้ำมา ๒-๓ ลำ ผมฝันเห็นอนาคตที่เราสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้ เอามาต่อยอดด้วยภาษีของเราเอง
 
 
“ประเทศที่พัฒนาแล้วทุกประเทศ มีลักษณะการจัดการเมืองอย่างนี้ทั้งหมด อะไรที่เป็นเรื่องของคนโคราชคนโคราชต้องจัดการเอง ญี่ปุ่นเป็นลักษณะแบบนี้ เกาหลีเป็นลักษณะแบบนี้ ยุโรปทั้งทวีปไม่ว่าจะอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เป็นลักษณะแบบนี้ อเมริกาก็เป็นลักษณะแบบนี้ ไม่มีประเทศไหนที่เจริญแล้วที่พัฒนาไปข้างหน้าได้ โดยที่รวมศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหลวงมากขนาดนี้และนานขนาดนี้ เหมือนประเทศไทย ๘๐ กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ ๒๔๗๕ การพัฒนาประชาธิปไตย สะดุดหกล้มหัวคะมำ มีรัฐประหารถึง ๑๓ ครั้ง ภายใน ๘๖ ปี มีเพียงกว่า ๓๐ ปี ที่นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง การปกครองแบบไหน ที่อยากให้ประชาชนเติบโตดึงศักยภาพของประชาชนออกมา ประชาชนมั่นคงเพื่อที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง มีแต่ประชาธิปไตยเท่านั้นที่อยากเห็นประชาชนเติบโต อยากจะเห็นประชาชนแข็งแรง เพราะระบอบเผด็จการ ไม่ต้องการให้ประชาชนออกมาแข็งแรง เผด็จการที่พวกเขาต้องการคือต้องการกดหัวเราไว้ ต้องการควบคุมพวกเรา นี่คือเหตุผลว่าทำไมความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้ถึงมหาศาล นี่คือเหตุผลว่าทำไม ช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทถึงแตกต่างกัน เพราะอำนาจรวมศูนย์เกินไป เหตุผลที่อำนาจรวมศูนย์ เพราะการพัฒนาประชาธิป ไตย ๘๐ กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ไปไม่ถึงไหน” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในที่สุด
 
 
 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันเสาร์ที่ ๑๖ - วันพุธที่ ๒๐  เดือนมีนาคม  พุทธศักราช ๒๕๖๒ 

 

523 7633