19thApril

19thApril

19thApril

 

April 02,2019

กกต.โคราช’แจงผลเลือกตั้ง ย้ำชัด“ไม่มีบัตรเกิน” อ้างถูกแฮกสร้างข่าวปลอม

       กกต.โคราช เผยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ๑๔ เขตโคราช แจงกรณีข้อมูลผลการเลือกตั้ง ไม่สอดคล้องกับผู้มาใช้สิทธิ์ ย้ำ “ไม่มีบัตรเกิน” อ้างข้อมูลที่ถูกแฮกก่อนวันเลือกตั้ง ๑ วัน พบผู้ไม่หวังดีสร้างข่าวปลอม ล่าสุดจับตัวได้แล้ว พร้อมดำเนินคดีทันที

       เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ มีการประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมาและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ โดย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานการประชุม พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ทั้ง ๔ คนได้แก่ ว่าที่ ร.ต.นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ นางปิยะฉัตร อินสว่าง และนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล ทั้งนี้ในการประชุมวาระที่ ๔.๓.๑ เรื่องประชาสัมพันธ์ผลการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา อย่างไม่เป็นทางการ นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานต่อที่ประชุมว่า

       “กกต.จังหวัดนครราชสีมาดำเนินการสรุปผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิ ๑,๕๔๗,๒๘๑ คน หรือ ร้อยละ ๗๓.๓๐ บัตรเสีย ๑๐๐,๒๔๓ ใบ หรือ ร้อยละ ๖.๔๘ และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด ๒๒,๖๑๙ ใบ หรือ ร้อยละ ๑.๔๖ เขตเลือกตั้งที่ ๙ มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด ๑๑๙,๔๐๗ คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด ๑๔๗,๕๓๙ คน หรือร้อยละ ๘๐.๙๓ สำหรับผู้ที่มีคะแนนมากสุดในแต่ละเขต ได้แก่ เขต ๑ นายเกษม ศุภรานนท์ พรรคพลังประชารัฐ ๒๕,๙๒๘ คะแนน, เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ พรรคชาติพัฒนา ๒๖,๗๒๔ คะแนน, เขต ๓ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย ๔๑,๓๔๑ คะแนน, เขต ๔ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๙,๗๗๔ คะแนน, เขต ๕ นายโกศล ปัทมะ พรรคเพื่อไทย ๓๐,๔๐๙ คะแนน, เขต ๖ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๙,๗๔๐ คะแนน, เขต ๗ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๕,๗๘๕ คะแนน, เขต ๘ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ พรรคพลังประชารัฐ ๓๖,๑๔๖ คะแนน, เขต ๙ นายอภิชา เลิศพชรกมล พรรคภูมิใจไทย ๓๘,๖๓๒ คะแนน, เขต ๑๐ นายพรชัย อำนวยทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ๕๑,๗๒๘ คะแนน, เขต ๑๑ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม พรรคพลังประชารัฐ ๓๙,๙๖๓ คะแนน, เขต ๑๒ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๗๒๙ คะแนน, เขต ๑๓ นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ พรรคภูมิใจไทย ๓๖,๓๓๔ คะแนน และเขต ๑๔ นายสุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย ๒๗,๕๐๓ คะแนน”

       นายศิริชัย วิริยพงศ์ เปิดเผยอีกว่า “ที่มีข่าวลือว่ามีบัตรเลือกตั้งเกิน ๘ แสนใบ บัตรเสีย ๔ แสนใบ และมีข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง แจ้งให้รับทราบว่า เป็นข่าวเท็จ สำหรับผู้นำเสนอข่าวว่าคณะกรรมการฯ ทำการทุจริตเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ดำเนินคดีไปแล้วเมื่อวานนี้ ส่วนในเรื่องของผู้ที่เข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฯ กำลังพิจารณาการลงโทษ”

       “สำหรับเรื่องการส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง กกต.เขต ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง บัตรจะส่งเป็นกล่อง ทุกกล่อง ทุกเล่ม ทุกฉบับ จะมีเลขกำกับ เช่น กล่องที่ ๑ จำนวนบัตร ๕๐ เล่ม เล่มที่ ๓๐๐๐๑-๓๐๐๕๐ ก่อนวันเลือกตั้งได้ขอความกรุณาให้ ผอ.เขต แจ้งไปยังสำนักงาน กังวลอยู่อย่างเดียวคือ กลัวการส่งบัตรเลือกตั้งผิดเขตจะเลือกตั้งไม่ได้ กลับกลายเป็นว่าข้อมูลเป็นอีกแบบหนึ่ง ส่วนบัตรเลือกตั้งที่ส่งเขต เป็นเล่มเป็นฉบับแล้ว เมื่อดำเนินการ ผอ.เขต จะทำบัญชีมูลจ่าย ไปยังหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยเลือกตั้ง จะมีรายละเอียด บัตรเลขที่ กำกับไว้ไปยังหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งข้อเท็จจริงก็มีดังนี้ ในส่วนของบัตรเลือกตั้งเกิน บัตรเลือกตั้งจะพิมพ์น้อยกว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้ หรือคิดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่น่าจะใช้สิทธิ์ ๑๐๐% การจ่ายบัตรเลือกตั้งของจังหวัดนครราชสีมา มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ๒ ล้าน ๘ แสน คน จะพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๒ ล้าน ๘ แสน ฉบับ เนื่องจากว่า ถ้ามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ๑๐๕ คน เล่มหนึ่งจะมี ๒๐ ฉบับ จะไปจ่าย ๕ เล่ม กับอีก ๕ ฉบับ ซึ่งไม่สามารถทำได้ ต้องจ่ายเป็นเล่ม ฉะนั้นต้องจ่ายบัตรเลือกตั้งจำนวน ๖ เล่ม ซึ่งหมายความว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหน่วยนี้ ๑๐๕ คน จะจ่ายบัตรไป ๑๒๐ ฉบับ หรือ ๖ เล่ม ส่วนเรื่องข้อมูลที่ปรากฏ คือ เป็นเรื่องของข้อมูลที่ถูกแฮก ก่อนวันเลือกตั้ง ๑ วัน มีการเปลี่ยนคูหา ซึ่งการรับบัตรก่อนวันเลือกตั้ง คณะกรรมการประจำหน่วยรับบัตร แต่ละหน่วยต้องรายงานข้อมูล ผ่านแอปพลิเคชัน ยืนยันว่ารับบัตร วันเลือกตั้ง เมื่อนับคะแนนเสร็จจะมีการรายงานเข้าสู่ระบบ ซึ่งเมื่อดูข้อมูลที่ตรวจสอบได้ จังหวัดที่ส่งข้อมูลเข้าระบบคือ จังหวัดที่ขึ้นต้นด้วย ช.ช้าง คือ เชียงใหม่หรือเชียงราย ต.เต่า คือ ตรัง ซึ่งเมื่อดูข้อมูลจังหวัดนครราชสีมา ลงข้อมูลว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์ แต่ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ถูกปลอมขึ้นมา ๙๑๐,๙๗๕ บัตรดี ๔๓๓,๙๖๖ บัตรเสีย ๔๗๕,๕๙๗ ไม่เลือกผู้ใด ๘๔๓๕๘๒ ถ้ารวมบัตรดี บัตรเสีย และไม่เลือกผู้ใด รวมแล้วประมาณ ๑,๗๕๒,๑๔๕ ซึ่งไม่สอดคล้องกับผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งต้องดำเนินการทางกฎหมาย” ผอ.กกต.นครราชสีมากล่าว

       ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๕.๐๐ น. นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง กกต. ได้รับมาจาก กกต.จว.ทั้ง ๗๗ จังหวัด โดยพบว่าพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. รวม ๘๑ พรรค ได้รับคะแนนเสียงรวมกัน ๓๕,๕๓๒,๖๔๗ คะแนน โดยพรรคพลังประชารัฐ มีฐานคะแนนสูงสุด ๘.๔๓ ล้านเสียง ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน ๗.๙๒ ล้านเสียง

       เมื่อตรวจสอบคะแนนเสียงของ ๒ ขั้วการเมืองที่กำลังชิงกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พบว่า พรรคที่เรียกตัวเองว่า “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ๖ พรรคที่ร่วมลงนามในสัตยาบันต่อต้านการสืบทอดอำนาจ และประกาศจับมือตั้งรัฐบาลมีคะแนนมหาชนรวมกัน ๑๕.๙๗ ล้านเสียง (หรือ ๑๖.๔๕ ล้านเสียง หากนับรวมพรรคเศรษฐกิจใหม่) ขณะที่ขั้วที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ต่อ มีคะแนนมหาชน ๘.๘๔ ล้านเสียง ส่วนคะแนนมหาชนที่เหลือคือ ๑๒.๙ ล้านเสียง ในจำนวนนี้เป็นของ ๔ พรรคขนาดกลาง ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนา รวม ๘.๗๑ เสียง ซึ่งยังไม่ประกาศชัดเจนว่าจะเข้าร่วมฝ่ายไหน

       สำหรับประเด็นคะแนนเสียงเกิน ก่อให้เกิดข้อถกเถียงทางการเมือง เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่ได้จำนวน ส.ส.เป็นอันดับ ๒ ในสภาฯ อ้างความชอบธรรมในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับ ๑ อย่าง พรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตสูงกว่าพรรคที่เรียกตัวเองว่า “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” มีคะแนนเสียงรวมกัน ๑๕.๙๙ ล้านเสียง พรรคเพื่อไทย ๗,๙๒๐,๖๓๐ เสียง พรรคอนาคตใหม่ ๖,๒๖๕,๙๕๐ เสียง พรรคเสรีรวมไทย ๘๒๖,๕๓๐ เสียง พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๔๘๕,๖๖๔ เสียง พรรคประชาชาติ ๔๘๕,๔๓๖ เสียง พรรคเพื่อชาติ ๔๑๙,๓๙๓ เสียง พรรคพลังปวงชนไทย ๘๑,๗๓๓ เสียง พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อไป มีคะแนนเสียงรวมกัน ๘.๘๔ ล้านเสียง พรรคพลังประชารัฐ ๘,๔๓๓,๑๓๗ เสียง พรรครวมพลังประชาชาติไทย ๔๑๖,๒๓๔ เสียงพรรคที่มีทีนั่งในสภาฯ และยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจน มีคะแนนเสียงรวมกัน ๑๒.๙๓ ล้านเสียง (เฉพาะ ๔ พรรคหลักมีคะแนนเสียงรวมกัน ๘.๗๑ ล้านเสียง) พรรคประชาธิปัตย์ ๓,๙๔๗,๗๒๖ เสียง พรรคภูมิใจไทย ๓,๗๓๒,๘๘๓ เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา ๗๒๘,๐๓๑ เสียง พรรคชาติพัฒนา ๒๕๒,๐๔๔ เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไทย ๒๑๓,๑๒๙ เสียง พรรครักษ์ผืนป่าแห่งประเทศไทย ๑๓๖,๕๙๗ เสียง พรรคพลังชาติไทย ๗๓,๗๘๑ เสียง

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๔ วันจันทร์ที่ ๑ - วันศุกร์ที่ ๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒


81 520