10thDecember

10thDecember

10thDecember

 

April 12,2019

‘โคราช-กวางโจว’เชื่อมสัมพันธ์ ส่งเสริมลงทุนระหว่างประเทศ

          โคราช-กวางโจว เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่าง ๒ เมือง จัดงาน “Guangzhou-Korat Trade&Tourist Expo 2019” ในวันที่ ๑๖-๒๒ กรกฎาคมนี้ ที่เซ็นทรัลโคราช หวังส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการศึกษา ห้ามพลาด สินค้าจากจีนกว่า ๑๐๐ บูธ ปลายปีนี้ยกคณะบินไปแสดงสินค้า

 

          เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุมหอการค้าไทย ถนนราชบพิธ กรุงเทพมหานคร หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับหอการค้ากวางโจว มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การจัดงาน Guangzhou-Korat Trade&Tourist Expo 2019 ด้วยงบลงทุน ๓ ล้านบาท โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นสักขีพยาน อาทิ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ประธานอนุกรรมการการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย, นายณรงค์ ชีวินสิริอำนวย นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน, กรมศุลกากร, การค้าระหว่างประเทศ, สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, พาณิชย์จังหวัด, พัฒนาชุมชน, อุตสาหกรรมจังหวัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด, วัฒนธรรมจังหวัด, เกษตรจังหวัด และ ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา 

          นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “การจัดงาน Guangzhou-Korat Trade&Tourist Expo 2019 กําหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖-๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทางธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยววัฒนธรรมและการศึกษาแบบประจํา โดยมีหอการค้าจังหวัดนครราชสีมากับกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์, กลุ่ม ๒ นคราบุรี และอาเซียน ร่วมกับหอการค้ากวางโจว กวางตุ้งและกลุ่มมณฑลฝูเจี้ยน ไห่หนาน เจียงซี หูหนาน จัดงานนิทรรศการแลกเปลี่ยนหรือกิจกรรมแบบเยี่ยมเยือนของทั้งสองฝ่าย โดยทั้งสองฝ่ายยอมรับฝ่ายเจ้าภาพผู้จัดงาน ในการให้การสนับสนุนอีกฝ่าย เพื่อประสานงานปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เชื่อมสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่างทั้ง ๒ เมือง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบของจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดใกล้เคียง และประเทศในเขตอาเซียน เป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกทางหนึ่ง”

          นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า “ทางหอการค้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นการร่วมมือของเมืองใหญ่ๆ สองเมือง คือนครราชสีมา และกวางโจว โดยทางหอการค้าโคราชคิดว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่สองเมืองได้จับมือกัน ในอนาคตอันใกล้การเดินทางไปมาหาสู่ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น คิดว่าภายในสิบปีข้างหน้าคงไม่ไกลเกินคาด รู้สึกยินดีที่สองเมืองจะเจริญเพิ่มมากยิ่งขึ้น เป็นทางเริ่มต้นพัฒนาทางด้านท่องเที่ยว อีกทั้งโคราชเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง และกวางโจวก็มีที่เที่ยวหลายแห่งเช่นกัน” 

          พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ประธานอนุกรรมการการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า “ในการท่องเที่ยวการค้า มองเห็นว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดี ที่จะทำให้โคราชมีการพัฒนาเพิ่มมากยิ่งขึ้น โคราชเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ ๒ ของประเทศไทย มีประชากรประมาณ ๒ ล้านคน กวางโจวเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๓ ของประเทศจีน มีประชากรประมาณ ๑๓ ล้านคน เพราะฉะนั้นการที่สองเมืองนี้ได้มาร่วมมือกัน คิดว่าเป็นการดีที่จะแลกเปลี่ยนการค้าและการลงทุนโดยเฉพาะการท่องเที่ยว จากข้อมูลการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยปี ๒๕๕๗ นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทยประมาณ ๘ ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองกวางโจว ๙ แสนคน ค่าใช้จ่ายประมาณ ๕ หมื่นบาทต่อคน เพราะฉะนั้นความร่วมมือระหว่างโคราชกับกวางโจว เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดี เพราะในปี ๒๕๖๒ คาดการณ์ว่า ประชากรจากเมืองกวางโจว จะมาประเทศไทยประมาณ ๑ ล้านคน เพราะฉะนั้นโคราชจะมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น การจัดการความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของทั้งสองเมือง และต้องยอมรับว่าประเทศจีนมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเป็นศูนย์กลางการเมืองโลกในปีหน้า ถ้าเราสามารถจับมือกับประเทศจีน และก้าวไปด้วยกัน ทำจากเล็กไปหาใหญ่ เริ่มทำจากที่โคราชและกวางโจวสองเมืองก่อน ถ้าอะไรที่ง่ายทำตรงนั้นก่อน ถ้าอะไรที่ยากๆ ค่อยๆ ทำ ซึ่งความสำเร็จจะเกิดได้ง่ายตามดังคำที่ว่า ทำจากเล็กไปหาใหญ่ ทำจากง่ายไปหายาก การทำงานต้องประสบความสำเร็จทุกฝ่าย การทำงานของทางหอการค้าจะสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากความช่วยเหลือจากภาคเอกชน ส่วนหน่วยงานราชการต้องสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดรายได้ต่อประชาชน ปีนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เริ่มต้นในการก้าวหน้าอย่างแท้จริงในการที่จะช่วยภาคประชาชน”

          “ส่วนขอบเขตความร่วมมือของทั้ง ๒ ฝ่าย ๑.การค้า ดําเนินการส่งเสริมธุรกิจการค้า สนับสนุนสินค้าที่นํามาจําหน่าย อาหาร ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ สินค้าทางการเกษตรต้องเป็นสินค้าชุมชนในพื้นที่และได้รับการรับรอง จากหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาและหอการค้ากวางโจวเท่านั้น ๒.การท่องเที่ยว ดําเนินการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยว พัฒนาองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยว ให้แก่บุคลากรในชุมชน ตามมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยและการจัดเส้นทางการท่องเที่ยว ๓.วัฒนธรรม ดําเนินการส่งเสริมด้านวัฒนธรรม สนับสนุนการถ่ายทอดเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตย กรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อัตลักษณ์ วิถีชุมชนและสนับสนุนให้วัฒนธรรมชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้และการแสดง ศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน และ ๔.การศึกษา ส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างโคราช-จีน การจัด ซัมเมอร์แคมป์ ในระดับประถม มัธยม อุดมศึกษา เยาวชน และการแข่งขันกีฬา” พล.ต.ท.บุญเรือง กล่าว

          สำหรับประเภทสินค้าจัดแสดง เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า, อุปกรณ์การเกษตร, สินค้าไฮเทค, การแลกเปลี่ยน การศึกษา, การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองกว่างโจว, โซล่าเซลล์, อินเวสเตอร์, ปั้มน้ำ อุปกรณ์เครื่องมือช่าง, ของเล่น, กล้องวงจรปิด, เครื่องใช้สํานักงาน, เสื้อผ้า, อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์ตกแต่งโรงแรม, เครื่องจักร, อุปกรณ์งานป้ายโฆษณา, สินค้าอาลีบาบา มีสินค้าจากจีนร่วมออกบูธ ๑๐๐ บูธ, สินค้าไทย ๒๐๐ บูธ และช่วง ปลายปีโคราชกําหนดจัดแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน โดยนําคณะผู้ประกอบการไทยไปออกบูธที่จีนเช่นกัน จํานวน ๑๐๐ บูธ ซึ่งฝ่ายจีนก็จะเป็นผู้อํานวยความสะดวกให้กับฝ่ายไทยทั้งหมด

          ทั้งนี้ กว่างโจว หรือ กวางโจว (กวางเจา) แบ่งการปกครองออกเป็น ๒๑ เมืองใหญ่ ๓๐ เมืองระดับอำเภอ ๔๒ อำเภอ และ ๓ เขตปกครองตนเอง ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศ ทางใต้ติดกับทะเลจีนใต้ ใกล้กับเกาะฮ่องกงและมาเก๊า เป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกวางโจว เป็นเมืองหลวงของมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong Province) แต่ก่อนเป็นที่รู้จักกันในนามว่า แคนตัน (Canton) เป็นนครหลวงที่คึกคักทางน้ำของประเทศจีน มีประชากร ๘๖.๔๒ ล้านคน มีหลากหลายเชื้อชาติรวม ๕๓ กลุ่ม นอกเหนือจากฮั่นแล้ว ยังมี จ้วง เย้า มุสลิม แมนจู อี๋ หลี แม้ว เป็นต้น 

          “กวางโจว” ถือเป็นเมืองที่มีเศษรฐกิจดีอันดับต้นๆ ของจีน เมื่อปี ๒๐๐๓ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ครึ่งปีแรกของมณฑล มีมูลค่า ๕๘๒,๒๐๐ ล้านหยวน เฉพาะของเมืองกวางโจวมีมูลค่า ๑๕๓,๐๐๐ ล้านหยวน มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของมณฑลในครึ่งปีแรกรวมทั้งสิ้น ๑๒๔,๕๗๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ๒๗.๓% และ การใช้เงินตราต่างประเทศในครึ่งปีแรก ใช้ไป ๘,๐๗๖ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น ๒๘.๗% ส่วนทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการคมนาคมในเมืองปักกิ่งคือ รถไฟใต้ดิน รวดเร็วและราคาถูก วิ่งผ่านจุดสำคัญๆ ของเมืองเกือบทุกจุด รถประจำทางก็วิ่งทั่วเมืองเช่นกัน รายได้พลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยต่อคนของชาวเมืองในครึ่งปีแรกของปี ๒๐๐๓ คิดเป็น ๖,๔๙๘.๗ หยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ๑๐.๒% รายได้เฉลี่ยต่อคนของประชาชนในชนบทอยู่ที่ ๑,๙๕๗.๖ หยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ๖.๔% อุตสาหกรรมเบามีความสำคัญที่สุดในมณฑล 

          นอกจากหัตถกรรมแล้ว อุตสาหกรรมเบาที่เฟื่องฟูที่สุด ได้แก่ การแปรรูปอาหาร และการผลิตเสื้อผ้า สิ่งทอ การฟอกน้ำตาลกระจุกอยู่ในกวางโจว ตงกวน ซุ่นเต๋อ เจียงเหมิน และซัวเถา นอกจากนี้ ในกวางโจว ฝอซัน และซุ่นเต๋อ ยังมีอุตสาหกรรมสาวเส้นใยไหมและการทอที่พัฒนาก้าวหน้า สำหรับอุตสาหกรรมหนักได้แก่ การแปรรูปโลหะ การผลิตเครื่องจักร การต่อเรือและการสร้างเรือ การผลิตพลังงานไฟฟ้า และเหมืองแร่ อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ พลังงานไฟฟ้า และอุตสาหกรรมหลอมโลหะ

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ - วันเสาร์ที่ ๒๐ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

516 7687