15thNovember

15thNovember

15thNovember

 

April 22,2019

สงสัยอบจ.ผ่านงบ ๑๑ ล้าน ซื้อเรือเก็บผักตบ ๔ ลำ ต้านทุจริตจี้ตรวจสอบด่วน

         

         จากที่หนังสือพิมพ์ โคราชคนอีสาน ฉบับที่ ๒๕๖๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ นำเสนอข่าวการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา สมัยสามัญ สมัยที่ ๑ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ ญัตติ เรื่องขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ (กันเงินมิได้ก่อหนี้ผูกพัน) โดยมีการขอญัตติสภาในการจัดซื้อเรือเก็บผักตบชวา ๒ ลำๆ ละ ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท และเรือท้องแบนอีก ๒ ลำๆ ละ ๑,๙๕๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๔ ลำ เป็นเงิน ๑๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีนายสมพร จินตนามณีรัตน์ ส.อบจ. อ.โนนสูง เขต ๒ อภิปรายถึงการคุ้มค่าหรือไม่กับจำนวนงบประมาณที่ทุ่มซื้อ เรืออีโปงเหล่านี้ และจะนำไปจำกัดผักตบชวาบริเวณใด
 
                  ซึ่งเกิดเป็นกระแสความสนใจในโลกโซเชียลเป็นอย่างมากมีผู้สนใจวิจารณ์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Koratdaily มากกว่า ๘๐๐ ความคิดเห็น และมีคำถามโจมตีมากมาย ถึงจำนวนเงินที่ทุ่มลงไปคุ้มค่ากับการจัดซื้อหรือไม่, ซื้อมาแล้วจะเอาไปใช้งานที่ไหน, จะซื้อเรือเก็บผักตบหรือรถเฟอรี่, โคราชแล้งขนาดนี้เอาไปลอยที่ไหน ฯลฯ หนังสือพิมพ์โคราชคนอีสาน ได้ติดต่อเพื่อขอรับฟังคำชี้แจงจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ถึงที่มาที่ไปของการจัดซื้อเรือเก็บผักตบชวา
 
โดยเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๒ นายภิรมย์ วงศ์สุข ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักการช่าง อบจ.นครราชสีมา ชี้แจงกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เสนอโครงการกำจัดผักตบชวาอย่างยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแนวทาง “ประชารัฐร่วมใจ คลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา” ซึ่งเดิมจังหวัดนครราชสีมาจะใช้รถแบคโฮและกำลังพลทหารในการไปกำจัดผักตบชวาและวัชพืช แต่เมื่อเห็นว่า มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชรวดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพตามแบบจังหวัดอื่นๆ ที่เขาใช้กัน ทาง อบจ.นครราชสีมาจึงตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อจัดซื้อ
 
         โดยเรือเก็บผักตบชวาจะมี ๒ ขนาด ซึ่งขนาดใหญ่ ตัวเรือมีความกว้าง ๓ เมตร ยาว ๘ เมตร สามารถเก็บผักตบชวาได้ครั้งละไม่เกิน ๘ ตันครึ่ง มีสายพานลำเลียงกว้าง ๑.๕๐ เมตร ในการดึงผักตบชวาและวัชพืชขึ้นจากน้ำ โดยใช้คนนั่งบังคับอยู่ในเรือ เครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๓๖ แรงม้า ส่วนเรือเก็บผักตบชวาขนาดเล็ก ตัวเรือกว้าง ๒ เมตร ยาว ๖ เมตร สามารถเก็บผักตบชวาได้ครั้งละไม่เกิน ๒ ตันครึ่ง มีสายพานลำเลียงในการดึงผักตบชวาและวัชพืชขึ้นจากน้ำเช่นกัน
 
         นายภิรมย์ วงศ์สุข เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้เพิ่งผ่านการขอญัตติในสภา ต่อไปจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำ TOR (Term of Reference ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง) เพื่อตรวจให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อ และไม่เป็นการจำกัดรูปแบบของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งต้องดูว่าราคาเหมาะสมกับที่ตั้งไว้หรือไม่ ส่วนราคาที่ออกมาเป็นเพียงการตั้งประเมินของแผนและข้อบัญญัติตามรูปแบบข้างต้นที่เสนอในข้อบัญญัติ นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางขึ้นมาอีกชุดนึง เพื่อมาตรวจดูอุปกรณ์แต่ละชุดว่าควรจะอยู่ที่ราคาประมาณเท่าไร เช่น ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท แพงไปหรือไม่ก็จะมีคณะกรรมการนี้คอยตรวจสอบ
         
         นายภิรมย์ กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสว่า เป็นเรืออีโปง ตรงนี้น่าจะเป็นการสื่อสารที่เข้าใจผิดกัน เพราะเรืออีโปงเป็นแค่เรือพายทำจากไม้ต้นตาล และเรื่องของราคาที่หลายคนสงสัยทำไมแพง จากนี้จะมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแน่นอนก่อนจัดซื้อ ซึ่งมีการดูตัวอย่างแบบจากจังหวัดอื่นๆ ที่เขาใช้ประโยชน์กันว่าราคาประมาณเท่าไร คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ ๖๐-๙๐ วัน จึงจะได้ข้อสรุปทั้งหมด โดยจังหวัดนครราชสีมามีปัญหาเรื่องผักตบชวาและวัชพืชอยู่ที่อำเภอพิมาย อำเภอประทาย ส่วนตัวเมืองอยู่ที่คลองลำน้ำบริบูรณ์ ตำบลหมื่นไวย ซึ่งเป็นสาขาลำน้ำลำตะคอง หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาโคราช บริเวณเหล่านี้มีปัญหาเรื่องผักตบชวามาโดยตลอด ส่วนการดูแลจะเป็นหน่วยงานวิศวกรรมเครื่องกลที่จะคอยดูแล ส่วนถ้าจะให้อยู่ใกล้คูคลองต้องประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น อบต.และเทศบาล ในการช่วยดูแลเพื่อง่ายต่อการใช้งานในครั้งต่อไป
 
         ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๒ นายอดิศักดิ์ ชนสูงเนิน ประธานองค์กรต่อต้านการทุจริตภาคพลเมือง (คตช.นม.) และคณะได้ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา ถึงนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้ตรวจสอบติดตามการใช้งบประมาณแผ่นดินของ อบจ.นครราชสีมา กรณีการใช้งบฯ จัดซื้อเรืออีโปง ๔ ลำ ๑๑ ล้านบาท โดยข้อความในหนังสือที่ยื่นระบุว่า ตามที่สภา อบจ.นม.จัดประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ ได้มีการผ่านงบซื้อเรือเก็บผักตบชวา ภาคประชาชนมีข้อสงสัย ใคร่ขอให้ท่านได้ตรวจสอบ และแจ้งให้ประชาชนได้ทราบด้วย
 
         ๑. องค์ประชุมสภาที่มีเพียง ๒๘ คน จาก ๔๘ คน ถือว่าครบองค์หรือไม่? ในวาระที่มีพิจารณาเรื่องการใช้งบประมาณ
 
         ๒. มีประกาศเลือกตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น สมควรที่คณะผู้บริหารรักษาการจะใช้งบประมาณที่ไม่เร่งด่วนได้หรือไม่?
 
         ๓. การใช้เรือในจังหวัดที่แล้งมากอย่างโคราช เหมาะสมหรือไม่? มีหลายโครงการแล้วที่ลงทุน แล้วไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ ถ้าไม่คุ้มค่าใครจะต้องรับผิดชอบ
 
         ๔. ขอให้ตรวจสอบบริษัทที่ผู้บริหาร อบจ.นม.ไปสั่งซื้อว่าใครเป็นเจ้าของ และมีความน่าเชื่อถือ หรือมีความชำนาญเพียงใด ตลอดจนตรวจสอบเหตุผลในการจัดซื้อ คุณลักษณะของเรือที่จะซื้อ ใช้งบประมาณจากส่วนใด วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง คณะกรรมการตรวจการจ้าง
 
         ๕. ขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของ ผอ.สำนักช่าง ที่มีโครงการมาก เฉพาะปีงบ ประมาณ ๒๕๖๐-๒๕๖๒ มีสูงถึง ๔๔๒ โครงการ ในอดีตกองนี้เคยเบิกงบประมาณไป  แต่ไม่ได้ทำโครงการก็มี ควรตรวจสอบอย่างเข้ม และควรมีองค์กรภายนอกร่วมเป็นคณะกรรรมการตรวจสอบด้วย  อย่าตรวจกันเองอย่างในอดีต
 
         ๖. การประชุมสภา อบจ.นม. สมัยที่ ๑ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ ที่มี  ๘ วาระ ในวาระที่ ๗ เรื่องซื้อเรือ ๑๑ ล้านบาท ขอให้ตรวจสอบว่าได้ขอความเห็นชอบตามหลักการจากผู้ว่าราชการจังหวัด และ สตง.หรือยัง? เพราะเป็นการใช้เทคนิคขอเปลี่ยนแปลงงบเดิม
 
         ๗. ขอให้ นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภา อบจ.นม. ได้เปิดเผยรายชื่อ ส.อบจ.ที่ยกมือสนับสนุนการซื้อเรือครั้งนี้ให้ประชาชนรับทราบ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร
 
 
 
ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๗ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

947 7715