17thNovember

17thNovember

17thNovember

 

April 22,2019

สีคิ้ว’เดินขบวนต้านโรงไฟฟ้า เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง เพิกถอนใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า

            เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวสุรีรัตน์ ด่านกุล (ทนายอ๋อย) ประธานกลุ่มชาวสีคิ้วคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมชาวอำเภอสีคิ้วกว่า ๒๐๐ คน นัดกันสวมเสื้อยืดสีเขียวอ่อน “เรารักสีคิ้ว” รวมตัวเดินขบวนชูป้ายคัดค้านการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล ของบริษัท ยูนิพาวเวอร์เทค จำกัด พร้อมชูป้ายข้อความ “โกหกหน้าตาย ไม่อยากอยู่สีคิ้วออกไป” “นักการเมืองยืนข้างโรงงาน ไม่ยืนข้างประชาชน” “ลุงตู่ช่วยพวกหนูด้วย พวกหนูจะตายผ่อนส่ง” “ม.๔๔ ช่วยพวกหนูด้วย พวกหนูไม่อยากตายผ่อนส่ง” พร้อมส่งเสียงตะโกน “คนสีคิ้ว ไม่เอาโรงไฟฟ้า” ซึ่งชาวสีคิ้วเกรงผลกระทบจะเกิดต่อชุมชนทั้ง มลพิษทางอากาศ พื้นที่เกษตรกรรม ลำธารสาธารณะและระบบนิเวศ ก่อนเข้ายื่นหนังสือให้กับนายชัยวัฒน์ เหล็กจันอัด ปลัดอาวุโสอำเภอสีคิ้ว มาเป็นผู้รับแทนนายอำเภอสีคิ้ว ซึ่งติดราชการ ก่อนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอสีคิ้ว และศูนย์ประสานงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ว่าที่ ส.ส. เขต ๓ พรรคเพื่อไทย เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล เรื่อง ขอให้ตรวจสอบและมีคำสั่งการดำเนินการของโรงไฟฟ้าชีวมวล
 
            โดยเนื้อความเอกสารระบุว่า ด้วยทางกลุ่มชาวสีคิ้วคัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวล ได้ดําเนินการคัดค้านการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ หมู่ที่ ๓ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ของบริษัท ยูนิพาวเวอร์เทค จํากัด ตลอดมาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบัน โดยในการคัดค้านกลุ่มชาวสีคิ้วๆ ไม่เคยกระทําการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทั่งศาลปกครองนครราชสีมา มีคําพิพากษาคําสั่งให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มชาวสีคิ้วฯ อยู่ในความสงบมาโดยตลอด เพื่อรอฟังคําพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ปรากฏว่า ทางโรงงานและทางคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานได้ดําเนินการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าและทดลองการเดินเครื่อง โดยทําการเผาเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าตลอดเวลา ทําให้เกิดความเสียหาย ความเดือดร้อนกับประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับโรงงาน ทั้งๆ ที่คําพิพากษาคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะศาลปกครองนครราชสีมา ได้พิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตทั้งสองฉบับไว้แล้ว เพียงแต่ศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งยกคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ใบอนุญาตทั้งสองฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ไปชั่วคราว จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด 
 
            ซึ่งโดยจริยธรรมและโดยความชอบธรรมแล้วควรจะรอให้มีคําพิพากษาถึงที่สุดเสียก่อน ประการต่อมาเงื่อนไขที่จะออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าได้นั้น ทางโรงงานฯ จะต้องทําประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice) ว่าด้วยมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สําหรับโรงงานไฟฟ้าที่มีกําลังผลิตต่ำกว่า ๑๐ เมกะวัตต์ ซึ่งในเงื่อนไขข้อกําหนดดังกล่าว ทางกลุ่มชาวสีคิ้วฯ ขอกราบเรียนต่อท่านนายอําเภอสีคิ้วว่า นับแต่นั้นชาวสีคิ้วจึงไม่ต้องการโรงงานไฟฟ้าชีวมวลแห่งนี้
 
                        ดังนั้น กลุ่มชาวสีคิ้วฯ จึงขอกราบเรียนมายังท่านนายอําเภอสีคิ้ว เพื่อขอให้ท่านตรวจสอบและมีคําสั่งระงับการดําเนินการที่ขัดต่อกฎหมาย และทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรําคาญ ทําให้เสื่อมเสียสุขภาพอนามัย ของโรงงานไฟฟ้าชีวมวลบริษัท ยูนิพาว์เวอร์เทค จํากัด
 
นางสาวสุรีรัตน์ ด่านกุล (ทนายอ๋อย) ประธานกลุ่มชาวสีคิ้วคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล เปิดเผยว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ศาลปกครองนครราชสีมาได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ส.๑๑/๒๕๕๙ คดีหมายเลขแดงที่ ส.๑๒/๒๕๖๐ โดยมีตนพร้อมพวกรวม ๒๒๒ คน เป็นผู้ฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, นายก อบต.สีคิ้ว และบริษัท ยูนิพาวเวอร์เทค จำกัด เรื่องคดีพิพาทกับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อ สร้างอาคาร (อ.๑) และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) จากนั้นผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ภายหลังตุลาการมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งทุเลาการบังคับคดีของศาลปกครองนครราชสีมา ให้ใบอนุญาตทั้ง ๒ ฉบับ สามารถใช้ได้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ปรากฏว่า บริษัท ยูนิพาวเวอร์เทค จำกัด ดำเนินก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล หลังหยุดดำเนินการตามคำสั่งศาลฯ เป็นเวลาประมาณ ๑ ปี จนแล้วเสร็จและทดลองเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า ได้ส่งผล กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาวะ อนามัยของชาวสีคิ้วที่มีที่ทำกินและบ้านพักอาศัยในละแวกที่ตั้งโรงไฟฟ้าฯ รัศมีประมาณ ๑-๒ กิโลเมตร โดยพ่นมลพิษส่งกลิ่นเหม็นควันคล้ายขยะจนแสบจมูก
 
            “โดยจริยธรรมและความชอบธรรม ควรรอให้มีคำพิพากษาถึงที่สุด เงื่อนไขการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าฯ ต้องทำประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice) ว่าด้วยมาตรการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตต่ำกว่า ๑๐ เมกะวัตต์ โดยจัดและเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ แต่โรงไฟฟ้ามิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดดังกล่าว เมื่อไม่ดำเนินการการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าฯ ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชาวสีคิ้วอยู่ระหว่างเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองนครราชสีมา พร้อมยื่นหนังสือให้ผู้มีอำนาจในบ้านนี้เมืองนี้ให้ความสำคัญในการดูแลปกป้องรักษาความสงบสุขของประชาชนในท้องถิ่นให้ได้รับความปลอดภัย ความร่มเย็นในทุกๆ ด้าน” ทนายอ๋อย กล่าว
 
            ทนายอ๋อย เปิดเผยอีกว่า ความเจริญใครก็อยากได้ แต่ถ้าสร้างแล้วเกิดความเดือดร้อนกับชุมชนก็ไม่มีใครอยากได้ ถ้าจะสร้างควรไปอยู่ที่ห่างไกลชาวบ้านประมาณ ๑๕-๒๐ กิโลเมตร แบบนั้นสร้างไปเลยไม่มีใครว่า และเชื่อว่าการสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลแห่งนี้มีกลุ่มบุคคลอยู่เบื้องหลังแน่นอน ซึ่งชาวบ้านรู้กันดีว่าเป็นใคร อยากฝากทาง กกพ.ผู้ออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าให้กับโรงงาน ช่วยเห็นใจชาวบ้านด้วย เพราะที่ผ่านมาเดินทางไปร้องเรียนยังสถานที่ราชการสำคัญมามากมาย แม้กระทั่งทำเนียบรัฐบาลก็เคยไปร้องเรียนมาแล้ว  
 
            ต่อจากนี้ นางสาวสุรีรัตน์ ด่านกุล (ทนายอ๋อย) ประธานกลุ่มชาวสีคิ้วคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล จะรวบรวมข้อมูลและรายชื่อผู้คัดค้าน เพื่อยื่นฟ้องคดีใหม่ที่ศาลปกครองนครราชสีมา ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ให้เพิกถอนใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ออกให้ทางโรงงานไฟฟ้าชีวมวล โดยยึดแนวทางตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่เคยมีคำพิพากษาไว้ ในกรณีของชาวบ้านจังหวัดเชียงรายได้ยื่นฟ้องคดีโรงงานไฟฟ้าชีวมวลที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองเชียงใหม่ และศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน และศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนใบอนุญาตของทางโรงงานด้วยเหตุผลสองประการนี้ 
 
            ๑.การติดประกาศก่อนทำประชาคมไม่ทั่วถึง ชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสีย ส่วนใหญ่ไม่มีใครได้รับทราบว่าจะมีการก่อสร้างโรงงาน ส่วนใหญ่จึงไม่มีใครได้เข้าร่วมการทำประชาคม (COP) 
 
            และ ๒.การออกใบอนุญาตก่อสร้างจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลไม่ได้ผ่านวาระการประชุมสภาขององค์การบริหารส่วนตำบล 
 
            สำหรับบริษัท ยูนิพาวเวอร์เทค จำกัด ได้ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลเมื่อปี ๒๕๕๙ บนที่ดินกรรมสิทธิ์ประมาณ ๒๐๐ ไร่ มีกำลังการผลิตขนาด ๙.๙ เมกะวัตต์ มูลค่า ๘๐๐ ล้านบาท ได้รับใบอนุญาต เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๑ โดยใช้ชิ้นไม่สับ เปลือกไม้ และชานอ้อย ในการผลิตไฟฟ้า ตั้งอยู่ที่บ้านถนนคต หมู่ที่ ๓ ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตลาดสดและแหล่งชุมชนประมาณ ๒ กิโลเมตร หรือบนที่ดิน น.ส.๓ ก เลขที่ ๔๒๘๘
 
 
 
ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๗ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

968 7750