17thNovember

17thNovember

17thNovember

 

April 29,2019

ศาลอุทธรณ์เลื่อนฟังคำพิพากษา บริษัทฟ้องเรียกเงิน ๔๐ ล้าน ชาวบ้าน ๒๒๒ รายถูกหลอกซื้อปุ๋ย

         ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ เลื่อนนัดฟังคำพิพากษา คดีบริษัทผลิตปุ๋ยฟ้องเรียกค่าเสียหายเกษตรกร ๒๒๒ คน กว่า ๔๐ ล้านบาท ที่ถูกหลอกเซ็นสัญญาซื้อปุ๋ย ของ อบจ. ขณะตัวแทนเกษตรกรเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ และกระบวนการยุติธรรม หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง

 

         เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจาก ๕ อำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย อำเภอโนนสุวรรณ ปะคำ นางรอง หนองกี่ และหนองหงส์ จำนวน ๒๒๒ คน ที่ถูกบริษัทจำหน่ายปุ๋ย (ห้างหุ้นส่วนจำกัดดีสิงห์ทวีโชค) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องให้ชดใช้ค่าปุ๋ยที่มีการจัดซื้อในโครงการส่งเสริมอาชีพคนบุรีรัมย์ ปี ๒๕๕๘ รวมเป็นเงินกว่า ๔๐ ล้านบาท เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ที่ศาลจังหวัดนาง รอง อำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทั้งโจทย์และจำเลยก็ได้เดินทางมารอฟังคำพิพากษาตามนัด ซึ่งเมื่อถึงเวลาศาลจังหวัดนางรองก็ได้เป็นตัวแทนอ่านสรุปรายงานคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ให้ทั้งโจทย์และจำเลยรับฟังว่า มีเอกสารบางส่วนที่ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน เช่น เรื่องการแต่งตั้งทนายความที่ใบอนุญาตหมดอายุความ และยังไม่มีการต่อใบอนุญาต หรือกรณีจำเลยที่มีการส่งหมายเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่รายงานบ้านเลขที่ผิดพลาด ศาลอุทธรณ์จึงได้เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ ๒๖ กรกฎา คม ๒๕๖๒ เพื่อให้ทนายความและคู่ความที่เกี่ยวข้อง เข้ามาไต่สวนให้ถูกต้อง หลังจากนั้นก็จะสรุปรายงานส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งก็ต้องรอฟังคำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง

         ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๑ ศาลชั้นต้น ได้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง ๒๒๒ คน เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งหมดไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์โดยตรง เพราะที่ผ่านมาจำเลยไม่เคยมีการเจรจาซื้อขายปุ๋ยกับโจทก์ และไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทย์กับจำเลย  ส่วนที่มีลายมือชื่อของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นการเซ็นตามที่หน่วยงานราชการระบุให้เซ็น เพื่อแนบเรื่องเสนอขอรับเงินอุดหนุนในโครงการดังกล่าวเท่านั้น

         นายธนากร จีนกลาง ตัวแทนเกษตรกร เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมอาชีพคนบุรีรัมย์ดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่อง ๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๘ ได้รับแจกจ่ายปุ๋ยอินทรีย์ฟรี มาตลอดระยะเวลา ๓ ปีไม่เคยเกิดปัญหา แต่ปีสุดท้ายโครงการถูกสั่งระงับไม่มีการอนุมัติงบอุดหนุนจาก อบจ.เพื่อมาจ่ายเงินค่าปุ๋ยในโครงการ ทำให้ชาวบ้านและเกษตรกรที่ถูกหลอกเซ็นสัญญารับปุ๋ยไปใช้แล้ว ต้องตกเป็นแพะถูกบริษัทขายปุ๋ยฟ้องในข้อหา “ผิดสัญญาซื้อขาย” โดยคดีดังกล่าวได้มีการยื่นฟ้องมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ศาลจังหวัดนางรองมีการเรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกันหลายครั้งแต่ไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากทางบริษัทยังยืนยันจะเรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า ๔๐ ล้านบาท แต่ชาวบ้านไม่มีเงินที่จะจ่ายให้ ทั้งมองว่า ชาวบ้านตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว เพราะไว้เนื้อเชื่อใจหน่วยงานรัฐและเห็นว่าเป็นโครงการปุ๋ยฟรีจึงเซ็นรับปุ๋ย แต่พอเกิดปัญหากลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยปล่อยชาวบ้านลอยแพจนต้องเดินเรื่องต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมกันเอง และต่อมาได้ยื่นร้องให้กระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว กระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเกษตรกรทั้ง ๒๒๒ ราย ทำให้เชื่อมั่นว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง      

         ด้านนางอุมาพร แพรประเสริฐ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้อ่านคำพิพากษา เนื่องจากยังมีเอกสารบางอย่างที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ศาลจึงได้เลื่อนนัดให้ทนายความ และคู่ความที่เกี่ยวข้อง มาไต่สวนในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ อีกครั้ง   ซึ่งที่ผ่านมาในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ และสภาทนายความเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน เกษตรกร แนะนำให้ความรู้เรื่องการกฎหมาย สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ถือบทเรียนแก่ชาวบ้าน เกษตรกร ก็จะทำให้รอบคอบและระมัดระวังมากขึ้นในการที่จะทำสัญญา ในการลงรายมือชื่อ อันดับแรกคือต้องอ่านให้ละเอียดก่อนว่า เอกสารที่จะเซ็นนั้นเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในลักษณะ                     ดังกล่าวขึ้นอีก

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๘ วันศุกร์ที่ ๒๖ - วันอังคารที่ ๓๐ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

971 7780