21stJuly

21stJuly

21stJuly

 

April 30,2019

พายุถล่มอาคารทต.หัวทะเล สร้าง ๕ ล้านใช้แค่ ๒ ปี ผู้รับเหมาเคยขายนม/ฟุตซอล

        พายุกระหน่ำหนัก ถล่มอาคารอเนกประสงค์ หัวทะเล พังทับร่างเด็กหนุ่ม ขณะเข็นรถจักรยานยนต์หนี บาดเจ็บสาหัส “เอกภพ โตมรศักดิ์” คาดเกิดจากกระแสลมพัดรุนแรง โครงสร้างอาคารทนรับแรงลมไม่ไหว เร่งตรวจสอบอาคาร ยืนยันก่อสร้างคุ้มค่างบ ๕ ล้าน ตรวจสอบพบผู้รับเหมาเคยทำสนามฟุตซอล-ขายส่งนม

        สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. พ.ต.อ คเชนท์ เสตะปุตะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุอาคารอเนกประสงค์สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ บึงหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.เมือง พังถล่มทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบ

        ที่เกิดเหตุเป็นอาคารอเนกประสงค์ชั้นเดียว ขนาดความยาว ๕๐ เมตร ความสูง ๑๐ เมตร ตั้งอยู่ข้างสำนักงานเทศบาลตำบลหัวทะเล ซึ่งเคยจัดเป็นสถานที่ต้อนรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเดินทางมาประชุม ครม.สัญจร เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ ด้านข้างมีลู่ปั่นรถจักรยานและสวนสุขภาพให้ประชาชนออกกำลังกาย ถูกพายุฤดูร้อนพัดพังยุบหลังคาทรุดลงกับพื้นด้านล่าง บริเวณด้านทิศเหนือ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ แดง เลขทะเบียน จทพ ๖๔๐ ชลบุรี และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูเปอร์คัพ สีแดง เลขทะเบียน กฃ ๖๒๘๓ ชลบุรี ถูกเสาคานทับซากรถและมีกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บ หน่วยกู้ชีพสว่างเมตตาโคราชได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะเคลื่อนย้ายนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทราบชื่อภายหลังคือเด็กชายศรชัย เลื่อนกระโทก อายุ ๑๔ ปี นักเรียนชั้น ม.๓ โรงเรียนปิยศึกษา (มัธยมวัดดอนขวาง) ต.หัวทะเล อ.เมือง ได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง เบื้องต้นคาดกระดูกหัก โดยปัจจุบันยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลฯ

        นายชัยณรงค์ เลื่อนกระโทก อายุ ๓๗ ปี บิดาเด็กชายศรชัย เลื่อนกระโทก ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า “จากการสอบถามเพื่อนลูกชายที่เดินทางมาด้วยกันระบุว่า ในขณะนั้นเวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. ลูกชายพร้อมเพื่อนกำลังขับรถจักรยานยนต์ มุ่งหน้ากลับบ้านพัก ซึ่งเหลือระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ได้เกิดฝนตก จึงอาศัยหลังคาอาคารอเนกประสงค์ เป็นที่หลบฝน ระหว่างนั้นเกิดพายุรุนแรง ลูกชายและเพื่อนเห็นท่าไม่ปลอดภัยพยายามเข็นรถหลบหนี ซึ่งกำลังจะพ้นรัศมีแต่เสาและคานรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้ตัวหลังคาพังลงมาทับขาลูกชาย โชคดีที่ไม่ถูกอวัยวะสำคัญจึงรอดชีวิตมาได้หวุดหวิด”

        ด้านนายขวัญชัย เชิงจอหอ อายุ ๓๓ ปี ชาว ต.โนนแดง อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เจ้าของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูเปอร์คัพ กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ขับขี่จักรยานยนต์มาเพื่อหลบพายุฝน กระทั่งพบว่าเสาของอาคารด้านทิศใต้ เกิดการยกตัวแล้วหักทีละต้น ตนจึงวิ่งหนีเอาชีวิตรอด โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ และถูกทับพังยับเยิน อย่างไรก็ตามสาเหตุเบื้องต้นอยู่ระหว่างรอผู้บริหาร เทศบาลตำบลหัวทะเล และผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง”

        ล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๒ “โคราชคนอีสาน” ได้ติดต่อสอบถาม นายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล ถึงกรณีที่อาคารอเนกประสงค์ถล่มในครั้งนี้ ซึ่งเปิดเผยว่า “หลังจากก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์เสร็จ นอกจากจะเคยใช้เป็นอาคารสำหรับต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเดินทางมาประชุม ครม.สัญจร ปี ๒๕๖๐ ก็ได้ใช้จัดกิจกรรมของทางเทศบาลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานสงกรานต์ หรืองานต่างๆ ของภาครัฐ และมีประชาชนมาขอใช้พื้นที่เป็นประจำ และยังใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของชาวตำบลหัวทะเลอย่างต่อเนื่องด้วย และได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับการก่อสร้าง เป็นคณะกรรมการของทางเทศบาลเอง ซึ่งในขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หาสาเหตุของอาคารพังถล่ม โดยมีทีมวิศวกร คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคารและกระแสลม ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารเทียบกับขนาดของแรงลมที่พัดกระหน่ำรุนแรง รวมถึงมีทีมวิศวกรจากสภาวิศวกร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมตรวจสอบคู่กัน คาดว่าใช้เวลาประมาณ ๑ สัปดาห์จะทราบผล หลังจากรับฟังปากคำของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ หลายๆ คน เล่าว่าเป็นลมหวนที่พัดอย่างรุนแรง ซึ่งในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง ก็ได้รับผลกระทบจากวาตภัยครั้งนี้ไปประมาณ ๓-๔ จุด ทำให้เกิดความเสียหายเช่นกัน”

        “สำหรับในอนาคตต้องดูงบประมาณที่ตั้งขึ้นมาเพื่อก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ และศึกษารายละเอียดเรื่องการออกแบบให้มากกว่านี้ เพราะบริเวณที่ตั้งของอาคารอยู่ในพื้นที่โล่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถที่จะลดแรงปะทะได้ โดยเหตุเกิดในครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งทางเทศบาลฯ มีการเยียวยาผู้เสียหาย โดยการช่วยเหลือเบื้องต้น และไปเยี่ยมผู้เสียหายที่โรงพยาบาล ในขณะนี้มีอาการปลอดภัยแล้ว และได้ย้ายจากโรงพยาบาลมหาราชมาที่โรงพยาบาลหัวทะเล จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จะเห็นว่า ในปัจจุบันความรุนแรงของลมได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน การหมุนของลมเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลกระทบต่อตัวอาคาร ทางเทศบาลฯ จะตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงว่า เกิดขึ้นจากสาเหตุใด แต่ในเรื่องของการก่อสร้างก็เป็นไปตามแบบที่ตั้งไว้ ยืนยันอาคารก่อสร้างถูกต้องตามแบบแปลนทุกขั้นตอน และคุ้มค่าสมเหตุสมผลกับงบประมาณค่าก่อสร้าง ๕ ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่า กระแสลมพัดรุนแรงมาก และเป็นลมหมุนตีกลับ ส่งผลให้โครงสร้างอาคารทนรับแรงลมไม่ไหว” นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล กล่าว

        ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดการก่อสร้าง นายเอกภพ โตมรศักดิ์ ระบุว่า จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องติดต่อเพื่อชี้แจงรายละเอียด โดยต่อมามีผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ติดต่อกลับมายัง “โคราชคนอีสาน” โดยชี้แจงว่า “สำหรับเอกสารของโครงการก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์นั้น ไม่สามารถนำมาแสดงได้ แต่อาคารอเนกประสงค์ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ บึงหัวทะเล เป็นอาคารทรงเรือสำเภา โครงหลังคาเหล็ก หลังคาปูกระเบื้อง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๙ โดยบริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด เป็นผู้ประมูลโครงการได้ในราคา ๔.๙ ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้างกว่า ๕ เดือน (พฤศจิกายน ๒๕๕๘-พฤษภาคม ๒๕๕๙) และเปิดให้ใช้งานมาแล้ว ๒ ปี”

        จากการตรวจสอบของ “โคราชคนอีสาน” พบว่า บริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๔ ด้วยทุน ๑ ล้านบาท ในช่วงแรกแจ้งวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัท เพื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์อาหารนม ที่ตั้งเลขที่ ๘๘/๑๔๓-๑๔๔ หมู่ที่ ๓ ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แต่เปลี่ยนเป็นหมวดธุรกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย มีวัตถุประสงค์เพื่อรับเหมาก่อสร้าง มีนางสาวฐิตารีย์ ศิริคะเณรัตน์ เป็นกรรมการบริษัท และพบว่าถือหุ้นใหญ่ ๘๐% ส่วนนายกฤติเดช ก้องมีศักดิ์ และนางสาว อินท์สุดา ชูลิขิด มีหุ้นคนละ ๑๐% 

        บริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด มีความเกี่ยวพันกับโครงการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งบริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสนามสตรีทซอคเกอร์ โรงเรียน ๒ แห่ง ใน จ.อุบลราชธานี คือ โรงเรียนบ้านปากห้วยวังนอง อำเภอเมืองอุบลราชธานี และโรงเรียนประชาสามัคคี อำเภอเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๙ วันพุธที่ ๑ - วันอาทิตย์ที่ ๕ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 


398 8540