21stSeptember

21stSeptember

21stSeptember

 

July 06,2019

แยกชิง‘นายกอบจ.? ‘อนค.’ไม่ฮั้ว‘เพื่อไทย’ ยืนยัน‘ดร.โคราชแท้’

          ลือ ‘อนาคตใหม่-เพื่อไทย’ จะจับมือลงเล่นการเมืองท้องถิ่น เพื่อร่วมกันชิงตำแหน่งนายก อบจ. ด้าน ‘ดร.สาธิต’ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออนาคตใหม่ ลั่น พร้อมลงชิงนายกอบจ. เชื่อทั้งสองพรรคแม้จะเป็นฝ่ายค้านในสภาฯ แต่ไม่มีทางรวมตัวกันเล่นการเมืองท้องถิ่น เพราะผู้สมัครต้องเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น  แต่อีกด้าน ๗ พรรคแนวร่วมประชาธิปไตย ประกาศรวมพลังชิงสนามท้องถิ่น

          จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความผ่านทางสื่อโซเชียลของอดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยระบุว่า เรียนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา สืบเนื่องจากมีข่าวว่า พรรคอนาคตใหม่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยส่งนายก อบจ.นครราชสีมา ขอยืนยันไม่เป็นความจริงพรรคอนาคตใหม่ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์และไม่มีการฮั้วระหว่างพรรค การเมืองอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาจะเป็นคนกำหนดอนาคตในการเลือกตั้งอบจ.นครราช สีมา พรรคอนาคตใหม่ขอทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ งดการผูกขาดจากนายทุนเพราะทุกบาททุกสตางค์ คือเงินภาษีพี่น้องที่จะนำมาพัฒนาจังหวัดโปร่งใสตรวจสอบได้ นี่คือการดำเนินงานของพรรคอนาคตใหม่ ทีมงาน ดร.สาธิต ปิติวรา ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา

เปิดตัวท้าชิงนายกอบจ.

          โดยต่อมาในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ ดร.สาธิต ปิติวรา ก็โพสต์ข้อความว่า “#เราต้องเปลี่ยนแปลง..ผมพร้อมลงสมัครนายกอบจ.นครราชสีมา” ดังนั้น ‘โคราชคนอีสาน’ จึงโทรศัพท์สัมภาษณ์ ดร.สาธิต ปิติวรา ถึงการประกาศลงชิงตำแหน่งนายกอบจ.นครราชสีมา ซึ่งเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ถึงแม้จะมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการเมืองท้องถิ่น ตามนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ต้องส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งเองอยู่แล้ว ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งเช่นเดียวกัน ส่วนประเด็นที่ว่า พรรคอนาคตใหม่จะรวมกับพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นแค่แนวความคิดของคนในโคราช แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวคงจะไปเดินตามแนวทางแบบนั้นไม่ได้ แม้ทั้งสองพรรคจะอยู่ร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน แต่เราต่างจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนการลงชิงตำแหน่งนายกอบจ.โคราช ไม่มีการรวมทั้งสองพรรคแน่นอน เนื่องจากบริบทของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน

          “ขณะนี้ผมเริ่มลงพื้นที่ เพื่อที่จะจัดทำนโยบาย และเสนอตัวลงสมัครชิงตำแหน่งนายกอบจ.นครราชสีมา แต่อย่างไรนโยบายของพรรคเราชัดเจน ใครจะลงสมัครจะต้องเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และต้องรวมทีมเพื่อเสนอนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้น” ดร.สาธิต กล่าว

เสนอนโยบายเพื่อท้องถิ่น

          ดร.สาธิต ปิติวรา เปิดเผยอีกว่า สำหรับนโยบายที่เราจะเสนอมีทั้งหมด ๕ ด้าน ๑.การจัดการขนส่งมวลชนสาธารณะในท้องถิ่น ๒.การมีส่วนร่วมในการทำงบประมาณประจำปี ๓.ทำงานโปร่งใส ประชาชนมีส่วนรวม ๔.การศึกษา คนในท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และ ๕.การจัดการขยะ ซึ่งทั้งหมดนี้ผมกำลังลงพื้นที่จัดทำเป็นนโยบายออกมา แต่ก็ยังมีนโยบายส่วนอื่นที่จะช่วยพี่น้องประชาชน ทั้งในด้านเกษตรกร เศรษฐกิจ และท่องเที่ยว พร้อมกับรวบรวมทีมงานเพื่อเสนอให้พรรคเป็นผู้พิจารณา ส่วนพรรคจะพิจารณาหรือไม่นั้นค่อยมาว่ากันอีกที

          ต่อข้อซักถามว่า ขณะนี้ภายในพรรคอนาคตใหม่มีประมาณกี่ทีมที่จะเสนอชื่อลงชิงนายกอบจ.นครราชสีมา ดร.สาธิต ตอบว่า ขณะนี้มีเพียงกลุ่มผมเพียงกลุ่มเดียวที่แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน แต่ทีมอื่นก็พยายามเข้ามาเสนอชื่อลงในนามพรรคอนาคตใหม่ ส่วนตัวผมไม่ได้ติดขัดอะไร ถ้าท่านมาตามกฎระเบียบของพรรค คือต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคและรวบรวมทีมงานให้ครบคือ นายกอบจ. รองนายกฯ ๔ คน ที่ปรึกษา ๔ คน เลขาธิการ และส.อบจ. ๔๘ คน ทั้งหมดเป็นใคร นี่เป็นกฎเกณฑ์คร่าวๆ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เปิดกว้างและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกคน

ปล่อยโคราชว่างไม่ได้

          “โคราชเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทุกพรรคให้ความสำคัญ พรรคอนาคตใหม่คงจะปล่อยว่างไม่ได้ โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่น ทั้งอบจ.และเทศบาลฯ พรรคต้องลงมาชิงพื้นที่แน่นอน เพื่อเป็นการปูฐานการเมืองท้องถิ่นสู่ระดับชาติ ซึ่งถึงเวลานั้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารพรรคต้องลงพื้นที่มาช่วยทีมงานอย่างแน่นอน”

          ดร.สาธิต ปิติวรา เปิดเผยอีกว่า ผมเป็นผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ลำดับที่ ๕๗ ซึ่งจากการคำนวณคะแนนครั้งแรก พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ๕๘ คน แต่เมื่อ กกต.มาประกาศการนับคะแนนใหม่ทำให้พรรคได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ๕๐ คน ส่วนตัวแม้จะผิดหวังแต่เมื่อเราเป็นคนโคราช ก็อยากจะช่วยพัฒนาบ้านเมืองจึงลงมาสมัครชิงตำแหน่งนายกอบจ.ครั้งนี้ ส่วนการทำงานที่ผ่านของอบจ.นครราชสีมา แต่ละยุคแต่ละสมัยไม่เหมือนกัน แต่ถ้าพรรคอนาคตใหม่ได้เข้าไปทำงาน เราจะทำนโยบายแบบใหม่ออกมาเสนอพี่น้องประชาชน ซึ่งผมจะเสนอรายชื่อทีมงานทั้งหมดพร้อมกับนโยบายให้กับพรรคพิจารณาภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

          ดร.สาธิต ปิติวรา อายุ ๕๕ ปี เป็นชาวอำเภอปากช่อง ประวัติการศึกษา พ.ศ.๒๕๒๕ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ.๕) โรงเรียนปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา, พ.ศ.๒๕๓๐ ปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ บัณฑิตวิทยาลัยคณาสวัสดิ์ จังหวัดมหาสารคาม, พ.ศ.๒๕๓๗ ปริญญาตรี สาขา ส่งเสริมการเกษตร และสหกรณ์ บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี, พ.ศ.๒๕๔๐ สถาบันบัณฑิต พัฒน บริหารศาสตร์ NIDA–CP:MINI EXECUTIVE MBA, พ.ศ.๒๕๔๙ ระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, พ.ศ.๒๕๕๕ ปริญญาเอก  สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

          ประวัติการทำงาน พ.ศ.๒๕๓๒–๒๕๔๖ ผู้จัดการเขต บริษัทกรุงเทพฯอาหารสัตว์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP),  ผู้จัดการภาค, รองผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท บี.พี. อาหารสัตว์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPF), พ.ศ.๒๕๔๖  ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ที.ดี.แดรี่ฟู้ดส์ จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพัฒนานมสด จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัทพัฒนานิคมนมสด จำกัด, ผู้จัดการ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒนาโคนมไทย จำกัด, ประธานกรรมการ  สหกรณ์ออมทรัพย์เจ้าหน้าที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด และอดีตนายกสมาคมผู้ผลิตนม UHT 

          ประสบการณ์การทำงาน ดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕, ดำรงตำแหน่ง คณะอนุกรรมการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จังหวัดสระแก้ว พ.ศ.๒๕๕๐–ปัจจุบัน, ดำรงตำแหน่ง คณะอนุกรรมการบริหารจัดการ (นม)โรงเรียน พ.ศ.๒๕๕๐–๒๕๕๒, ดำรงตำแหน่ง คณะอนุกรรมการบริหารจัดการ (นม)โรงเรียน พ.ศ.๒๕๕๓–ปัจจุบัน, ประธานกรรมการศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำคณะวิทยาศาสตร์และสังคม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยบูรพา, อนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสระแก้ว, อาจารย์พิเศษ (บางส่วนเวลา) วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมและผู้แทนผู้ประกอบการ       

๗ พรรครวมพลังชิงสนามท้องถิ่น

          ทั้งนี้ อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ห้องประชุมศูนย์ประสานงานพรรคประชาชาติ สาขาจังหวัดนครราชสีมา นายอุบล เอื้อศรี อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครราช สีมา นายอัครชา พรหมสูตร อดีตผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา เขต ๑ พรรคประชาชาติ นาย       กิติพงศ์ พงษ์สุรเวท ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (อดีตประธานสภาอบจ.นคร ราชสีมา) ในฐานะผู้ประสานงานพรรคเพื่อไทย นครราชสีมา และผู้แทนพรรคการเมืองแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตย รวมทั้งสิ้น ๗ พรรคการเมือง ได้นัดประชุมหารือ เพื่อกำหนดบทบาทและขอมติการขับเคลื่อนการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะมีการจัดการเลือกตั้งแทนตำแหน่งเดิมที่หมดวาระ โดยมีผู้สมัครสอบตกทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น อดีตข้าราชการบำนาญ นักวิชาการและผู้นำชุมชนจำนวน ๔๕ คน ร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์และปัญหาท้องถิ่นที่ไม่ได้รับการแก้ไข รวมทั้งให้เสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้สมัครนายกอบจ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แห่งแรกที่จะจัดการเลือกตั้งในช่วงปลายปีนี้ จึงต้องดำเนินการเตรียมผู้สมัครให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว วาระสำคัญเป็นการพูดคุยหารือการขับเคลื่อนการเมืองท้องถิ่นแบบคู่ขนาน จึงไม่มีความจำเป็นที่ทั้ง ๗ พรรค การเมือง จะส่งผู้สมัครแข่งกันเอง ซึ่งเป็นการตัดคะแนนกันเอง

โคราชต้องเปลี่ยนแปลง

          นายอุบล เอื้อศรี เปิดเผยว่า บริบทของ อบจ.นครราชสีมา ถือเป็น อปท.ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนสมาชิกสภาฯ ๔๖ เขต (๓๒ อำเภอ) และมีงบบริหารจัดการเฉลี่ยปีละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีงบมากที่สุดในประเทศไทย ที่ผ่านมาได้ถูกผูกขาดด้วยกลุ่มการเมืองเดิมๆ เมืองโคราชจึงไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควรและมีปัญหาหลากหลายมิติ วันนี้จึงเป็นการรวมของผู้ที่รักประชาธิปไตย ซึ่งไม่จำเป็นต้องสังกัดอยู่ ๗ พรรคการเมือง หากมีความสนใจสนามการเมืองท้องถิ่นทั้งสนาม อบจ. เทศบาล  อบต. และรักบ้านเมืองมีความต้องการพัฒนาโคราชให้เป็นมหานครสุรนารี ที่สำคัญยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีโอกาสสูงที่ทั้ง ๗ พรรคจับมือร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ “โคราชต้องเปลี่ยนแปลง ”   

          นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท กล่าวว่า นับเป็นบรรยากาศที่ดี ที่ขบวนการคนรักประชาธิป ไตยได้มีโอกาสพูดคุย จับมือร่วมกัน เพื่อ มุ่งมั่นพัฒนาเมืองโคราชไปในทิศทางเดียวกัน พรรคเพื่อไทยซึ่งถือเป็นพี่ใหญ่ของพรรคการ เมืองอื่น ที่มีคะแนนรวมจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ร่วม ๓.๒ แสนคะแนน ยินดีที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง

 

 

 ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๕๘๒ วันเสาร์ที่ ๖ - วันพุธที่ ๑๐ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

738 8057