11thDecember

11thDecember

11thDecember

 

August 02,2019

ยืดเยื้อ‘ฌาปนกิจลูกเสือชาวบ้าน’ เสียหายกว่า ๖๐ ล.ไร้เยียวยา เตรียมร้อง‘รมว.พัฒนาสังคม’

             สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา เตรียมยื่นเรื่องขอเข้าพบ ‘จุติ ไกรฤกษ์’ รมว.พม.ให้เร่งรัดช่วยเหลือทายาทและสมาชิก หลังไม่ได้รับการเยียวยาค่าทำศพนานหลายปี ความเสียหายกว่า ๖๐ ล้านบาท ช้ำตึกสมาคม ๑๕ ล้านยังไร้การประมูล ส่วนเรื่องคดีเตรียมเรียกสอบพยานปากเอก ถ้าไม่มาพร้อมออกหมายจับทันที

             จากกรณีที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา ประกาศยกเลิกกิจการ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ สื่บเนื่องจากไม่สามารถบริหารกิจการสมาคมฯ เพราะไม่มีการชำระเงินค่าทำศพและไม่สามารถสรุปรายงานบัญชีประจำปีต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ทำให้นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อมในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นได้แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นมา ๘ คน เพื่อทำการสำรวจจำนวนสมาชิกที่เสียหายและรวมรวบทรัพย์สินของสมาคมทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือทายาทและสมาชิกที่ได้รับความเสียหาย

             ปัญหาสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา เกิดจากสมัยนายชูชาติ ช้อนสวัสดิ์ นายกสมาคมและคณะกรรมการที่เข้ามาบริหารสมาคมเมื่อปี ๒๕๔๙ และเริ่มมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินให้กับทายาทผู้เสียชีวิตล่าช้าและไม่เต็มจำนวน จนเกิดวิกฤตหนักในช่วงปี ๒๕๕๔-๒๕๕๘ ไม่มีเงินจ่ายค่าทำศพ มียอดเงินค่าชำระกว่า ๔๐ ล้านบาท สุดท้ายผู้บริหารชุดดังกล่าวถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ จากนั้นมีการตั้งคณะกรรมการชั่วคราวขึ้นมาทำหน้าที่แทน เพื่อมาตรวจสอบการบริหารงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าวร่วมกับภาครัฐ ปัจจุบันหลักฐานการทุจริตยังมีไม่เพียงพอทำให้ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา ถึงวันยกเลิกกิจการสมาคมมีสมาชิกมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน กระจายอยู่ใน ๓๒ อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา

             ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา โดยมี นายอภิชาติ วาที พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ พิลาศเอมอร ปลัดเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม นางสาวจุฑามาศ  ชาติเกษม นักพัฒนาสังคมฯ ชำนาญการสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา นายมานพ สธนเสาวภาคย์ ผู้ชำระบัญชี พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้เสียหายที่เป็นอดีตสมาชิก “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา” กว่า ๕๐ คน มารับฟังความคืบหน้า การร้องเรียนกรณีการดำเนินการไม่โปร่งใสของผู้บริหารสมาคมฯ

             นายมานพ สธนเสาวภาคย์ ผู้ชำระบัญชี เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” หลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้มีความชัดเจนขึ้นเรื่องการติดตาม นางไก่ชื่อจริงบุณยานุช อดีตพนักงานบัญชีการเงินในยุคการบริหารสมาคมฯ ที่มีปัญหา เพื่อมาเป็นพยานให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวได้ ด้านพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียก ถ้ายังไม่มาก็จะมีการออกหมายจับต่อไป ส่วนกรณีการประกาศขายอาคารพาณิชย์ ๓ ชั้นครึ่ง ๒ คูหา เนื้อที่ ๗๔ ตารางวา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ทายาทและสมาชิกได้หรือไม่ ซึ่งกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวไม่ส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงไม่มีคำสั่งลงมาว่าสามารถแบ่งเงินให้กับทายาทและสมาชิก เรื่องนี้ทางเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมต้องเป็นคนรับผิดชอบถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ซึ่งทางกลุ่มสมาชิกเตรียมที่จะทำเรื่องขอเข้าพบนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนำข้อมูลเสนอให้ท่านช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมามีความล่าช้าและติดคัดข้อกฎหมาย และประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม
“ส่วนการตรวจสอบสรุปรายงานค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ ปีพ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๗ ที่ทางเทศบาลตําบลหนองไผ่ล้อมทําการตรวจสอบ แล้วพบรายชื่อยังไม่เสียชีวิต ท่านผู้ว่าฯ จะเร่งให้ทางทะเบียนราษฎร์เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมตรวจสอบ” 

             นายมานพ เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันมีผู้เสียหายที่เป็นอดีตสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านนครราชสีมา ที่ไม่ได้รับค่าเยียวยากว่า ๖๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้มีรายชื่อทายาท และสมาชิกที่มายื่นเอกสารถึงผู้ชำระบัญชี รวม ๑,๓๓๐ คน หากขายอาคารสมาคมจะขอแบ่งเงินเยียวยาให้กับสมาชิกเหล่านี้ก่อน แต่ก็ยังติดขัดเรื่องของกฎหมาย ขณะนี้อาคารของสมาคมประกาศขาย ๑๕ ล้านบาทก็ยังไม่มีความคืบหน้า ท่านผู้ว่าฯ พร้อมจะช่วยเจรจากับสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา ให้การช่วยเหลือ และในเดือนสิงหาคมนี้จะมีหน่วยงานตรวจสอบทุจริตภานในองค์กรเข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

             ต่อข้อสักถามว่า เหตุใดประชาชนถึงสนใจมาเข้าร่วมกับสมาคมฯ มากในช่วงยุคนั้น “ตายแล้วได้เงินจริง บางคนมาสมัคร ๒-๓ เดือน พอมีคนเสียชีวิตทายาทได้รับเงินหลักแสน ประชาชนรู้ข่าวจึงเริ่มมา สมัครกันเยอะขึ้น พอสมัครเยอะขึ้นเงินก็มากขึ้นการบริหารก็เริ่มมีการทุจริต คนตายแล้วเริ่มไม่ได้เงินสมาชิกรู้ข่าวก็เลิกส่งทำให้การบริหารสมาคมฯ ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้” นายมานพ กล่าว

             นายสำรอง ตึกตะคุ อายุ ๕๘ ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไทร อำเภอด่านขุนทด เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า ให้พ่อกับแม่สมัครเป็นสมาชิกสมาคมตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ และส่งเงินเข้าสมาคมมาโดยตลอด แม้แต่ช่วงที่เริ่มมีปัญหาก็ยังส่ง เพราะกลัวว่าเราจะเสียสิทธิ์ ปัจจุบันพ่อเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับค่าเยียวยาแต่อย่างใด จริงก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากขอแค่ให้ได้เงินที่เคยส่งไปก็พอซึ่งก็เป็นจำนวนหลักหมื่น ส่วนการขายตึกสมาคมจะสามารถแบ่งเงินให้กับสมาชิกได้หรือไม่คงต้องไปดูข้อกฎหมาย แต่ส่วนตัวมองว่า เมื่อเป็นสมบัติของสมาคมสมาชิกควรที่จะได้รับค่าเยียวยาตรงนี้ เพราะเงินที่ซื้อตึกก็มาจากเงินของสมาชิกในสมาคม ส่วนการทุจริตในสมาคมตนเชื่อว่ามีแน่นอน เพราะเคยมีคนที่ยังไม่เสียชีวิตแต่ทายาทก็มารับเงินไปก่อน  

             อนึ่ง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดนครราชสีมา จดทะเบียนเลขที่ ๒๑๒๓๔๘ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๙ วัตถุประสงค์เพื่อทําการ สงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ และสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกที่ถึงแก่กรรมด้วยเงินสงเคราะห์ โดยไม่ประสงค์จะหากําไรมาแบ่งปันกัน โดยเรียกเก็บเงินสงเคราะห์จาก สมาชิกที่มีชีวิตอยู่ในอัตราศพละ ๑๐ บาท และหักค่าใช้จ่ายตามระเบียบจํานวน ๖% เงินสงเคราะห์จะได้รับมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจํานวนสมาชิกที่มีอยู่ในขณะนั้น ปัจจุบันประกาศยกเลิกกิจการสมาคมไปแล้ว

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๕๘๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑ - วันจันทร์ที่ ๕ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

 


523 7702