14thNovember

14thNovember

14thNovember

 

October 16,2019

‘สุวัจน์’ลั่นทำการใหญ่ให้สำเร็จ คว้าชัยชนะเลือกตั้งครั้งหน้า มองหาคนใหม่-เก่าเสริม ชพน.

“ชาติพัฒนา” จัดสัมมนาใหญ่ ‘สุวัจน์’ ลั่นจะทำการใหญ่ให้สำเร็จ เพื่อชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า “หมอวรรณรัตน์” มองหาคนรุ่นใหม่และเก่า เสริมชาติพัฒนาให้เข้มแข็ง  กกต.โคราชเผย เลือกตั้งครั้งหน้าไม่ง่าย ต้องจัดตั้งสาขาพรรคทุกเขต

 

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโครงการอบรมสัมมนาของพรรคชาติพัฒนา หัวข้อ การพัฒนาประชาธิปไตยกับการพัฒนาประเทศในทศวรรษหน้า โดยมีนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคชาติพัฒนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วม รวมทั้ง นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวรายงานว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นหลักการสำคัญของประเทศ ฉะนั้นการมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งในเชิงโครงสร้างและเนื้อหา รวมทั้งการมีวัฒนธรรม หรือพฤติกรรมประชาธิปไตยในวิถีชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ตลอดทั้งการตระหนักถึงการ ทำหน้าที่ของพลเมืองดีและการใช้สิทธิเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคมของประชาชนในทุกระดับชั้นของสังคม ตั้งแต่ระดับชุมชนฐานรากขึ้นมาถึงระดับบน ย่อมเป็นปัจจัยพื้นฐานอันสำคัญที่เกื้อหนุนต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาประเทศชาติในทุกมิติ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมายและทิศทางที่เป็นระบบและมีคุณภาพ ที่สามารถพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและด้านอื่นๆ ของโลกในยุคดิจิทัลในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพื่อความผาสุกของทุกคนในชาติ พรรคชาติพัฒนาจึงจัดให้มีแผนงานโครงการ อบรมสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “การพัฒนาประชาธิปไตยกับการพัฒนาประเทศในทศวรรษหน้า” ขึ้น

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของการสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้เข้ารับการอบรมสัมมนา เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมมีเจตคติและจิตสํานึกที่ดีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และตระหนักถึงหน้าที่ของการเป็น พลเมืองดี รวมทั้งการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างให้ผู้เข้ารับอบรมสัมมนามีพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมประชาธิปไตยในวิถีชีวิตประจําวันอย่างเป็นรูปธรรม และสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมสัมมนามีบทบาทและส่วนร่วมพัฒนาประชาธิปไตย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

ห่างการเมือง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังประกาศและคำสั่งของ คสช.ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมใดๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ทำให้ตนขาดโอกาสในการเข้ามาทำงานทางการเมืองร่วมกับพวกท่านนานถึง ๑๐ ปีเศษ กระทั่งต้นปีที่ผ่านมานี้ ผมถึงได้มีโอกาสหวนกลับมาเข้าสู่วงการเมืองได้อีกครั้ง จนทำให้หลายคนรู้สึกประหนึ่งว่า ผมห่างเหินกับคนโคราชไปนานมาก และบางคนถึงกลับคิดว่าผมทิ้งเมืองโคราชไปแล้ว แต่โดยแท้จริงแล้วผมยังคงมีความรัก ความห่วงใย และความผูกพันอยู่กับคนโคราชเหมือนเดิม ไม่มีวันเสื่อมคลาย รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโคราชของเราให้เจริญเติบโตก้าวหน้า เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของชาวโคราชดีขึ้น ยังอยู่ในความคิดคำนึงของผมอยู่ตลอดเวลา คำที่ผมได้เคยพูดกับทุกท่านไว้ว่า “ผมจะยึดโคราชไว้เป็นเรือนตาย” ยังก้องอยู่ในหูอยู่เสมอ

ความพ่ายแพ้คือบทเรียน

“ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะประสบกับความพ่ายแพ้ในหลายสนาม ในเขตเลือกตั้งที่ ๑ และเขตเลือกตั้งที่ ๓ ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะการต่อสู้ใดๆ ก็ย่อมมีทั้งชนะและแพ้ แต่อย่างไรก็ตามความพ่ายแพ้ของเราในครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา นับตั้งแต่พวกเราได้ร่วมกันก่อตั้งพรรคชาติพัฒนาขึ้นมา ภายใต้การนำของ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ความพ่ายแพ้ของเราครั้งนี้ ต้องถือเป็นบทเรียนที่สำคัญให้เราต้องหันกลับมาสำรวจ ทบทวนบทบาทและแนวทางการทำงานของเราใหม่ว่า ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะร่วมมือกันแก้ไขฟื้นฟูให้พรรคกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้อย่างไร ถือเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่พวกเราต้องร่วมกันแก้ให้ได้ หากมิฉะนั้นแล้วพรรคชาติพัฒนาคงสูญหายไปจากเวทีการเมืองไทยอย่างแน่นอน

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า “ผมมีความเชื่อมั่นว่า หากเรารวมพลังกันอย่างเข้มแข็งจริงจัง ในการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ที่เป็นจุดอ่อน และเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้กลับฟื้นคืนมาอีกแล้ว ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ผมพร้อมที่จะทุ่มเทและเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน สนับสนุนท่าน และอยู่เคียงข้างกับท่าน ไม่ทอดทิ้งท่าน เพื่อร่วมมือกับท่านทำการใหญ่ให้สำเร็จ ให้พรรคชาติพัฒนาของเราก้าวสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้จงได้” นายสุวัจน์ กล่าว

มั่นใจรัฐบาล

“อยากเห็นบรรยากาศการเมืองมีความต่อเนื่องในการทำงาน ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกัน จึงมีความมั่นใจในความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาล แม้นเสียงอาจน้อยไป สำหรับตนไม่มีส่วนร่วมในการโหวตออกเสียง ทำได้เพียงเอาใจช่วยอยู่ข้างนอก กิจกรรมวันนี้ชาติพัฒนาได้รับงบจาก กกต. ให้จัดการสัมมนาหัวข้อ “การพัฒนาประชาธิปไตย บรรยากาศของประเทศในทศวรรษหน้า” ขณะนี้เชื่อทุกฝ่ายทราบดีปัญหาของประเทศมีมากมาย เนื่องจากทุกประเทศทั่วโลกถูกผูกไว้ด้วยกันหมด ทั้งในด้านภูมิศาสตร์ สถานการณ์เศรษฐกิจและความเชื่อมโยงของเทคโนโลยี ฉะนั้นประเทศไทยควรเตรียมความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดเป็นปัญหา วัคซีนที่ดีที่สุดในการเยียวยาคือ “ความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย” เมื่อประชาธิปไตยเกิดความมั่นคงแล้วจะได้คนดี รัฐบาลที่ดี เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมเป็นภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ”

ย้ายเมืองหลวง

“สำหรับมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เป็นเรื่องที่ดี น่าสนับสนุน เนื่องจากสามารถช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินอยู่ตลอดและกระจายไปหลายจุด มิใช่หมุนเวียนเพียงจุดเดียวมีการเปลี่ยนมือ เปลี่ยนกิจกรรม เปลี่ยนเป้าหมาย เม็ดเงินกระจายสู่มือประชาชนอย่างหลากหลายอาชีพทั่วพื้นที่ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักขึ้นมาได้ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นจุดแข็งจุดเด่นของประเทศ แต่การดำเนินการย่อมเกิดปัญหาอุปสรรค เชื่อรัฐบาลจะสามารถปรับปรุงแก้ไข พัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกรณีการย้ายเมืองหลวงมาสู่ จ.นครราชสีมา ยังไม่ทราบว่าจะตัดสินใจเรื่องนี้กันอย่างไร โคราชเป็นเมืองสำคัญ ถือเป็นประตูสู่อีสาน มีความพร้อมหลายด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ สถานที่ตั้ง เป็นที่ราบสูง มีความปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ สภาพอากาศมีความเหมาะสม แต่การพัฒนาต่อไปจะเป็นไปในรูปแบบใดต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาต่อไป” นายสุวัจน์ กล่าว

สคบ.คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า

จากนั้น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บรรยายหัวข้อ “การคุ้มครองผู้บริโภค ผลประโยชน์ของประชาชน” ว่า ทุกวันนี้ประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้ของทุกวัน ดังนั้นก็มีส่วนสัมพันธ์ในเรื่องของการบริโภค ฉะนั้นการซื้อสินค้าต่างๆ กับจ่ายซื้อของต้องเป็นเรื่องของ สคบ.ว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับของที่ดีที่สุด และได้รับความยุติธรรม ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ได้รับความสบายใจ ซึ่งจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ ให้ประชาชนทราบ เช่น จะซื้อของอย่างไรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ด้านผู้ผลิตก็ต้องให้ความสำคัญว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความถูกต้องที่สุด แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการหลายรายที่ยังเอาเปรียบประชาชน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องแนะนำในส่วนข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการมาในหลายโครงการแล้ว

นายเทวัญ กล่าวอีกว่า กรณีสินค้าอันตรายที่มีการจับกุมไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งตนอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีผลวิจัยออกมาแล้วว่า มีโทษมากกว่าบุหรี่ปกติถึง ๓๐-๔๐ เท่า โดยในต่างประเทศนั้นมีผู้เสียชีวิตค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากประเทศไทยเราเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ดังนั้นทาง สคบ.จึงดำเนินการจับกุมแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีการประกาศเป็นสินค้าอันตรายของ สคบ. โดยเฉพาะช่วงหลังที่มีน้ำยาซึ่งมีส่วนผสมมาจากกัญชา อาจทำให้อันตรายต่อสุขภาพหากใช้ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ฉะนั้นอย่ามีไว้ครอบครอง หากพบว่าที่ใดมีจำหน่ายสามารถแจ้งมาได้ที่ สคบ. ๑๑๖๖

เลือกตั้งครั้งหน้าไม่ง่าย

ด้าน นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวบรรยายในหัวข้อ “สมาชิกพรรคการเมืองกับการพัฒนาประชาธิปไตย” ว่า “ในวันนี้ กกต.เริ่มมีการปรับตัว รับบทบาทของตนเองอยู่ตลอด ซึ่งในส่วนของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรรมการบริหารพรรค สาขา และสมาชิกพรรคในแต่ละพื้นที่ ตามกฎหมายฉบับปี ๒๕๖๐ ระบุไว้ว่า ต้องการให้สมาชิกพรรคการเมืองได้มีบทบาทหน้าที่ และมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองนั้นๆ มากขึ้น เช่น เมื่อมีการคัดเลือกตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สมาชิกพรรคก็จะมีส่วนในการออกเสียงโหวตเพื่อเลือกผู้สมัคร ฉะนั้นการส่งผู้สมัคร ส.ส.จะต้องมีสมาชิกพรรคเข้ามาเป็นองค์ประกอบ หากสมาชิกพรรคมีจำนวนไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด พรรคการเมืองนั้นก็จะไม่ถูกรับพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ปัญหาก็คือว่า ปัจจุบันประเทศไทย ไม่ได้มีพรรคการเมืองอย่างเช่นในอดีต ที่มีเพียง ๔-๕ พรรค ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมืองถึง ๑๐๘ พรรค แต่ส่งผู้สมัครเพียง ๘๐ กว่าพรรคเท่านั้น ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีผู้สมัคร ส.ส.บางรายถูกตัดสิทธิ์ในการรับเลือกตั้ง ปัญหาก็คือ ผู้นั้นมีการเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อน ซึ่งโคราชมีผู้ลงสมัครกว่า ๕๐๐ คน ถูกตัดสิทธิ์ไป ๔๔ คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากปัญหาการเป็นสมาชิกทั้งนั้น ดังนั้นนายทะเบียนของพรรคการเมืองจะต้องตรวจสอบสมาชิกพรรคอย่างละเอียด บางคนอาจจะยื่นลาออกจากพรรคเก่าไปแล้ว แต่พรรคยังดำเนินการไม่เรียบร้อยก็มี ซึ่งการจัดกรรมกิจอย่างนี้ ของพรรคชาติพัฒนาถือเป็นสิ่งที่ดี เพื่อสมาชิกพรรคจะได้ความรู้และมีความเข้าใจกฎหมายและบทบาทการเมืองมากขึ้น”

“ตามปกติแล้ว การที่พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ จะต้องมีสาขาพรรคการเมืองอยู่ในเขตพื้นที่นั้น หรือจะต้องมีตัวแทนพรรคการเมือง ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พรรคชาติพัฒนาจะส่งผู้สมัครทั้ง ๑๔ เขต ก็จะต้องมีครบทั้ง ๑๔ เขต หรือมีสาขาพรรค ๑๓ เขต และมีตัวแทนพรรคการเมืองอีก ๑ เขต ซึ่งในครั้งที่แล้ว การเลือกตั้งกำหนดเป็น ๑ พรรคต่อ ๑ จังหวัด แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นแบบ ‘เขตใครเขตมัน’ และการเลือกตั้งก็จะยังเป็นแบบกาใบเดียว ซึ่งปัญหาก็มีว่า จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองลงสมัครกว่า ๑๐๐ พรรคการเมือง แม้จะรู้ว่าอย่างไรก็ไม่ชนะแต่ก็ลงสมัคร เพราะทุกคะแนนมีความหมาย หากรวมทั้งประเทศก็จะมีผู้สมัครกว่า ๑๐,๐๐๐ คน โดยแต่ละเขต กกต.จะต้องพิมพ์บัตรลงคะแนนกว่า ๔๐ หมายเลข และในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คาดว่าจะมีผู้ลงสมัครมากกว่าเดิม แต่พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้หรือไม่ อยู่ที่กฎหมายตัวนี้ เพราะจะส่งผู้สมัครได้ พรรคการเมืองจะต้องมีสาขาพรรคทุกเขต หากไม่มีสาขาพรรคก็จะต้องมีผู้แทนหรือตัวแทนพรรคในเขตนั้นๆ โดยสาขาพรรคในและเขตจะตั้งขึ้นได้ จะต้องมีสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คน ในเวลาเลือกตัวแทนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็จะต้องมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑๐๑ คนขึ้นไป ซึ่งคาดว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็จะไม่ตั้งสาขาพรรค เพราะอาจจะยุ่งยาก และยังต้องหาผู้บริหารสาขาพรรคด้วย จึงทำให้มีตัวเลือกว่า พรรคการเมืองที่ไม่จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองในแต่ละเขต สามารถจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองแทนได้ โดยตัวแทนพรรคการเมืองจะต้องมีสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน และจะต้องมีสมาชิกมาประชุมในการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๕๐ คนด้วย ทั้งนี้ กฎหมายนี้เป็นบททั่วไป ซึ่งจะบังคับใช้ในครั้งต่อไป โดยการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมาเป็นการใช้กฎหมายเฉพาะกาลเท่านั้น ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า การจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งรับรองว่าไม่ง่ายแน่นอน” ผอ.กกต.จว.นครราชสีมา กล่าว

สร้างพรรคชาติพัฒนาให้เข้มแข็ง

ปิดท้ายการสัมมนาครั้งนี้ด้วยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรค และที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ที่บรรยายในหัวข้อ “แนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้แก่พรรคชาติพัฒนา” ว่า “ในการจัดกิจกรรมวันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพื่อสมาชิกพรรคชาติพัฒนาจะได้รับรู้ถึงกฎหมายการเลือกตั้ง ประเทศไทยในวันนี้ มีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตามสังคมโลกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พรรคการเมืองถือเป็นองค์กรที่สำคัญและมีบทบาทมากองค์กรหนึ่ง โดยมีประชาชนเป็นส่วนประกอบในพรรคการเมือง เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศว่าจะเดินไปทางไหน จะมีเศรษฐกิจแบบใด หรือจะพัฒนาไปทางไหน ไม่ใช่ผมที่เป็นคนตัดสินใจเพียงคนเดียว แต่เป็นประชาชนทุกคน เคยมีคนสหรัฐอเมริกากล่าวไว้ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือการปกครองของประชาชน หมายความว่า ประชาชนคือผู้ที่ขับเคลื่อนประเทศ โดยมีผู้แทนหรือตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จากนั้นก็มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง ครม.” 

“ซึ่งวันนี้พรรคชาติพัฒนาก็ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน ทั้งท่านเทวัญ ที่รับหน้าที่ดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคุมครองผู้บริโภค และยังเป็นผู้ที่คอยต่อสู้กับข่าวปลอม และอีกคนหนึ่งพี่โต วัชรพล โตมรศักดิ์ ที่ได้เข้าไปเป็น ส.ส.ตัวแทนคนโคราชเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งในอดีตพรรคชาติพัฒนาเคยชนะการเลือกตั้งในโคราชหลายเขต แต่ครั้งนี้เราชนะเพียงเขตเดียว แม้แต่เขตหนึ่งที่ชนะมาตลอดก็ต้องเสียให้พรรคอื่นไป ดังนั้นอยากให้พี่น้องสมาชิกพรรคได้ช่วยกัน มองหาคนรุ่นใหม่และเก่า ร่วมเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค สร้างพรรคชาติพัฒนาให้เข้มแข็ง และเพื่อให้พรรคการเมืองอยู่รอดได้ ตามแนวทางกฎหมายการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จำเป็นจะต้องมีสมาชิกพรรคเพิ่มกว่าที่เคยเป็น” นพ.วรรณรัตน์ กล่าว

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๕๙๘ วันพุธที่ ๑๖ - วันอังคารที่ ๒๒ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

133 7726