10thDecember

10thDecember

10thDecember

 

November 29,2019

ตร.โคราชแจงยกคำร้องลิขสิทธิ์ ผบช.ภ.๔ แจ้งเพิ่มอีก ๒ ข้อหา

ผู้การโคราช แถลงความคืบหน้าเด็กอายุ ๑๕ ปี ถูกกลุ่มที่อ้างรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์จับกุมและเรียกค่าเสียหาย พร้อมแจงข้อสงสัยที่มหาสารคามออกหมายจับได้เร็ว ด้าน ผบช.ภ.๔ เผย “นัน กิ่งเพชร” ปฏิเสธ แต่หลักฐานแน่น แจ้งเพิ่มอีก ๒ ข้อหาเอาผิดชุดใหญ่

เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมือง นครราชสีมา พล.ต.ต.สุจินต์  นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แถลงความคืบหน้ากรณีน้องอ้อม อายุ ๑๕ ปี ถูกกลุ่มที่อ้างรับมอบอำนาจช่วงจากเจ้าของลิขสิทธิ์จับกุมและเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท มีการเจรจาเพื่อไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยต่อรองเหลือ ๕,๐๐๐ บาท

พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับดำเนินการรับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน รายละเอียดและข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่มาควบคุมการสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ นครราชสีมา ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.อัคราเดช  พิมลศรี รอง ผบช.ภาค ๓ เป็นผู้ควบคุม กรณีนี้ผู้บังคับบัญชาและสังคมให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด แต่สำนวนมีพยานหลักฐานจำนวนมาก ต้องสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายและแปลเอกสารจากต่างประเทศ จึงต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสทุกขั้นตอน

“ส่วนข้อสงสัยว่า เหตุใดที่ จ.มหาสารคาม สามารถออกหมายจับนายภูมิภากร หรือนัน  กิ่งเพชร ถินสุวรรณ์ อายุ ๔๒ ปี ได้เร็วกว่า จ.นครราชสีมา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า รายละเอียดของคดีมีความแตกต่างกันในพฤติกรรมการกระทำผิด ซึ่งที่ สภ.เมืองมหาสารคาม เป็นลักษณะหลอกลวงให้ผู้เสียหายประดิษฐ์และจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เดิมทีผู้เสียหายไม่ได้จำหน่ายในร้านตั้งแต่แรก ส่วนที่ สภ.เมืองนครราชสีมา น้องอ้อม อายุ ๑๕ ปี จำหน่ายกระทงละเมิดลิขสิทธิ์เป็นลักษณะเสนอขายผ่านทางเฟซบุ๊ก แล้วตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สั่งซื้อและจับกุม อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ตั้งประเด็นการตรวจสอบถูกต้องของหนังสือมอบอำนาจช่วงจากเจ้าของลิขสิทธิ์ พฤติการณ์การร้องทุกข์ วิธีการขั้นตอนจับกุม สอบสวน รวมทั้งตรวจยืนยันรูปลักษณ์ลวดลายของสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิด ต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ หากพบความผิดในประเด็นเหล่านี้ จะสามารถตั้งข้อหาในความผิดกรรโชกทรัพย์ได้ ซึ่งพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขออนุมัติหมายจับฐานกรรโชกทรัพย์ จำนวน ๒ ครั้ง ศาลได้ยกคำร้อง ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องกลับมารวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง” พล.ต.ต.สุจินต์ กล่าว

พล.ต.ต.สุจินต์ กล่าวอีกว่า คดีละเมิดลิขสิทธิ์ กฎหมายได้ให้อำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเจรจาเรียกค่าเสียหายได้ ตนได้มีคำสั่งชัดเจนห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในการเจรจา ให้เป็นเรื่องระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์กับผู้ถูกกล่าวหาว่าละเมิด หากประสงค์จะดำเนินคดี เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องมีการมอบอำนาจแก่ตัวแทนอย่างถูกต้อง ให้ร้องทุกข์ สอบปากคำก่อน จึงสามารถขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม สนับสนุนกำลังเข้าร่วมจับกุมได้ สำหรับนายภูมิภากร หรือนัน  กิ่งเพชร ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าในข้อหาคดีกรรโชกทรัพย์ จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอต่อศาลให้พิจารณา เราไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจศาลได้”

“สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีกรรโชกทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองนครราชสีมา มีจำนวน ๓ ราย มีผู้เสียหาย ๒ ราย แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายภูมิภากร หรือนัน  กิ่งเพชร ส่วนผู้เสียหายหลายสิบรายอยู่ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมสำนวน ต้องใช้เวลาพอสมควรในแต่ละคดีมีการใช้เอกสารมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ พฤติการณ์แต่ละคดีเป็นอย่างไร สินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ ข้อมูลล่าสุด ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน “โดราเอมอน” มีอำนาจคุ้มครองอีกเพียง ๑ เดือน จากนั้นก็จะพ้นการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ขอให้ประชาชน รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าทุกคนตระหนักถึงกฎหมายลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าที่นำมาจำหน่ายด้วย” พล.ต.ต.สุจินต์ กล่าว

ตร.ภ.๔ สอบปากคำ ‘นัน กิ่งเพชร’

ในวันเดียวกัน เวลา ๑๑.๐๐ น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๔ จังหวัดขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.๔ ทำการสอบปากคำนายภูมิภากร ถิ่นสุวรรณ หรือนัน กิ่งเพชร อายุ ๔๒ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคามที่ จ.๑๘๖/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ในข้อกล่าวหา “กรรโชกทรัพย์” ซึ่งขณะสอบปากคำนั้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่า ได้คุยกับผู้เสียหายบ้าง แต่การเรียกรับเงินหรือขั้นตอนการบริหารจัดการ การรับเงิน การลงบันทึกประจำวันนั้น นาย พิพล  โตตันติกุล เป็นผู้จัดการทั้งหมด เพราะนายพิพลเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เมื่อได้เงินมา นายพิพลจะเป็นผู้แบ่งเงินให้ ซึ่งไม่ได้เรียกร้องว่าจำนวนเท่าใด

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายนที่ผ่านมา น.ส.ชญานิศ นามไพร อายุ ๒๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓ ม.๙ ต.แคนใหญ่ อ.เมืองร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคามว่า เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ได้ขายสินค้าทางเฟซบุ๊กชื่อ “นิดหน่อย เด็กดี” โดยขายสินค้าประเภทชั้นวางของที่ทำจากไม้ ซึ่งรับมาจากคนอื่นแล้วนำมาขายต่อชิ้นละ ๒๙๐ บาท และในเดือนเดียวกัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “วนิสา ถินสุวรรณ์” ส่งข้อความส่วนตัวมาว่าต้องการซื้อชั้นวางของที่มีลวดลายตัวการ์ตูนโดเรม่อน ผู้เสียหายเลยตอบไปว่าไม่มีลวดลายโดเรม่อน ส่วนตัวอย่างสินค้าที่นำมาลงเฟซบุ๊กผู้เสียหายได้นำมาจากภาพสินค้าของบุคคลอื่นไม่ได้เป็นผู้ผลิต แต่ทางผู้ติดต่อต้องการสินค้าลายโดเรม่อน จำนวน ๒ ชิ้น ผู้เสียหายจึงได้ไปซื้อกระดาษห่อของขวัญที่มีลายโดเรม่อนมาติดชั้นวางของตามที่ลูกค้าสั่ง โดยผู้สั่งซื้อได้ให้ทำลวดลายคิตตี้อีก ๑ ชิ้น โดยลูกค้าได้โอนเงินค่ามัดจำเข้าบัญชีของผู้เสียหาย จำนวน ๑๐๐ บาท หลังจากนั้นลูกค้าได้นัดวันส่งสินค้าโดยกำหนดสถานที่ห้างเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จังหวัดมหาสารคาม

ขณะส่งสินค้านั้นนายนันท์ ได้ขอดูสินค้าเสร็จพร้อมยื่นธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ให้กับผู้เสียหาย และนายภูมิภากรยังอ้างว่า ตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยังบอกอีกว่า มีผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งความอยู่ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม และบอกกับผู้เสียหายว่าจะต้องถูกจับและต้องถูกนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่  สภ.เมืองมหาสารคาม จากนั้นจึงนำตัวผู้เสียหายไปที่ สภ.เมืองมหาสารคาม เมื่อไปถึง สภ.เมืองมหาสารคาม ก็พบกับนายพิพล โตตันติกุล ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทลิขสิทธิ์ และนายพิพลก็ข่มขู่ผู้เสียหาย หากไม่ยอมเสียค่าปรับจะถูกจำคุก และมีประวัติติดตัวไม่สามารถที่จะทำงานเป็นข้าราชการได้ หากไม่อยากถูกดำเนินคดีจะต้องจ่ายเงินคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในระหว่างนั้นผู้เสียหายบอกว่าตัวเองเป็นนักศึกษายังไม่มีรายได้ และผู้เสียหายได้โทรหาผู้ปกครอง และพูดคุยกันจนยอมลดค่าปรับเหลือคนละ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยผู้ปกครองได้เดินทางนำเงินมาจ่ายค่าปรับพร้อมลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองมหาสารคามไว้เป็นหลักฐาน

ผบช.ภ.๔ กล่าวอีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความจากผู้เสียหายจึงมีการตรวจสอบรายละเอียดจนทราบว่านายภูมิภากร   ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ใช่พนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ในส่วนของนายพิพลนั้นเป็นพนักงานที่รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จริง แต่พฤติกรรมที่ทำนั้นไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่เป็นการกรรโชกทรัพย์จากประชาชน จึงมีการรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับนายพิพล และนายนันท์ กิ่งเพชร ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดมหาสารคาม หมายจับที่ จ.๑๘๖/๒๕๖๒ และ จ.๑๘๗/๒๕๖๒ ลง ๑๒ พ.ย. ๒๕๖๒

“จากนี้ไปตำรวจจะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม ในส่วนที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธนั้น เป็นเรื่องปกติ ซึ่งในจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะมีพยาน หลักฐานที่ชัดเจน สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ และสามารถนำตัวส่งฟ้องศาลได้เช่นกัน ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ได้คัดค้านการประกันตัว ส่วนในชั้นศาล ผู้ต้องหาสามารถยื่นประกันตัวได้ตามสิทธิที่พึงกระทำได้” ผบช.ภ.๔ กล่าว

ผบช.ภ.๔ กล่าวท้ายสุดว่า พฤติกรรมของนายภูมิภากร  มีความผิดที่ชัดเจนและตำรวจมีหลักฐานที่จะเอาผิดได้ตามกฎหมายคือ คดีกรรโชกทรัพย์ และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มอีก ๒ ข้อหา คือ แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เพราะผู้ต้องหาไม่ได้เป็นตำรวจ และไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ในขณะที่นายพิพล ผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกออกหมายจับ แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้ก็อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อขอคำตอบที่เป็นเอกสารยืนยันว่า เป็นพนักงานผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท หน้าที่ที่รับผิดชอบ กับการกระทำที่ทำกับผู้เสียหายนั้นถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นการกระทำที่เกินหน้าที่ ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ และข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจอีกด้วย

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๐๔ วันพุธที่ ๒๗ พฤศจิกายน - วันอังคารที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

 


520 7711