3rdJune

3rdJune

3rdJune

 

December 19,2019

เชิญ‘อ.หงอก’ฟื้นรร.กีฬา ตั้งเป้าเหรียญทองโอลิมปิก เสนอเปิดวิทยาลัยกีฬาท้องถิ่น

‘อ.หงอก’ พาลูกชาย ‘ศิวรักษ์’ กัปตันทีมชาติเข้าพบนายกเทศมนตรีฯ เผยถูกทาบทามเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครราชสีมา หวังช่วยกอบกู้ และพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาแก่เยาวชน ตั้งเป้าได้เหรียญทองโอลิมปิกภายใน ๔ ปี พร้อมเสนอเปิดวิทยาลัยการกีฬาของท้องถิ่นแห่งแรกในประเทศ

เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๕.๐๐ น. ที่ห้องประชุมเทศบาลนครนครราชสีมา นายประสิทธิ์ เทศสูงเนิน หรืออาจารย์หงอก ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนพันธมิตรนครราชสีมา และอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล) พร้อมด้วยลูกชายนายศิวรักษ์ (แชมป์) เทศสูงเนิน กัปตันทีมชาติไทย เข้าพบนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เพื่ออวยพรปีใหม่ พร้อมทั้งพูดคุยในวาระที่แต่งตั้งนายประสิทธิ์เป็นผู้เชี่ยวชาญที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา

โดยนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวกับนายประสิทธิ์ ว่า อยากจะฝากเรื่องกีฬาให้กับดูแล เพราะคนเรามีความเก่งไม่เหมือนกัน อย่างในเรื่องกีฬา เมื่อเรามีความเก่งด้านนี้ก็สามารถพัฒนาฝีมือ และสามารถสร้างชื่อเสียงให้จังหวัด และประเทศในอนาคตได้ ตนอาจจะไม่เก่งเรื่องของกีฬา แต่ก็มีความรู้ว่า คนเราถ้าชอบ ฝึกซ้อมทุกวัน ก็สามารถทำได้ดี และอยากให้เด็กๆ ที่ชื่นชอบ สามารถเติบโตกับสิ่งที่ตัวเองชอบ และนำมา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และสร้างอนาคตให้แก่ตนเอง และครอบครัวได้

นายทวีศักดิ์ พันธ์วิเศษศักดิ์ ปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวว่า การทาบทามนายประสิทธิ์ครั้งนี้ เนื่องจากนายประสิทธิ์เป็น ผอ.เดิม และเป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนกีฬา จึงต้องการให้มาช่วยดูแล และเป็นที่ปรึกษาให้ โรงเรียนกีฬาฯ สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ให้สมกับเป็นโรงเรียนกีฬาแห่งแรกๆ ในประเทศไทย ด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็ฝากดำเนินการเพิ่มเติม และในส่วนของโค้ช ก็ฝากถึงเรื่องการวางแผนการฝึกซ้อม หรือโปรแกรมการแข่งขัน ซึ่งการดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ เป้าหมายสูงสุด ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเด็ก ทั้งเรื่องมีชื่อเสียง และสามารถติดทีมชาติ มีอาชีพเพื่อต่อยอดได้ในอนาคต

นายประสิทธิ์ เทศสูงเนิน เปิดเผยกับ ‘โคราชคนอีสาน’ ว่า นายกเทศมนตรีฯ และปลัดเทศบาลฯ ได้ทาบทามตนให้กลับมาวางแผน ดูแลเรื่องกิจกรรมของโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา ให้กลับมาพัฒนาดีขึ้นเหมือนเดิม เนื่องจากทางครอบครัวตนก็สนับสนุน เพราะอยากเห็นโคราชพัฒนาในด้านกีฬา และพัฒนาให้ประชาชนในชุมชนมีสุขภาพดี รู้จักการออกกำลังกาย ขณะนี้เทศบาลมอบหมายให้ตนวางแผนว่า จุดไหนบ้างที่จะรับใช้ประชาชนเรื่องของการพัฒนาด้านการออกกำลังกาย เมื่อออกกำลังกาย ประชาชนก็จะมีสุขภาพแข็งแรง เมื่อสุขภาพแข็งแรงก็จะทำให้การทำงาน การพัฒนาจังหวัด หรือประเทศดีขึ้นตามไปด้วย

“หลังจากเข้ามาผมก็ต้องปรับการบริหารดูแลโรงเรียนกีฬาฯ ใหม่ให้มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องการประเมินเด็ก ผลงานครู เร่งรัดเรื่องคุณภาพ ไม่เน้นเรื่องปริมาณ จะได้ประหยัดด้านงบประมาณ และส่งเสริมเด็กให้เก่งได้อย่างรวดเร็ว ถ้าดูแลทั่วถึงก็จะเก่งไว ขณะนี้คงไม่มีการส่งเสริมอะไรเพิ่มเติม หากจะเพิ่มคงเป็นเรื่องของการเพิ่มคุณภาพ เช่น มวย ฟุตบอล เราก็จะเพิ่มศักยภาพที่มีอยู่แล้วให้เก่ง และทันสมัยขึ้น การเพิ่มทีละมากๆ ก็ไม่ได้เป็นผลดีเสมอ ทำเล็กๆ แต่แจ๋ว และจริงจังก็จะได้ผลดีมากกว่า” นายประสิทธิ์ กล่าว 

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายของตนคือ เหรียญทองโอลิมปิก เพราะเราเคยได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกมาแล้ว โรงเรียนกีฬาฯ ไม่ใช่ว่าผลิตขึ้นมาเพื่อไปแข่งกับโรงเรียนทั่วๆ ไป ภายใน ๔ ปีหากไม่ถึงเป้าหมาย ก็ให้ออกได้เลย เพราะของเดิมดีอยู่แล้ว และก็ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นอีก เมื่อได้เหรียญทองแดง ต่อไปก็ต้องเป็นเหรียญเงิน และเหรียญทอง อีกเป้าหมายหนึ่งคือ ต้องการที่จะเสนอนายกเทศมนตรีพิจารณาเรื่องความก้าวหน้าด้านการศึกษา โดยเปิดเป็นวิทยาลัยการกีฬาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งบริหารโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

“เนื่องจากปัจจุบันเรามีการสอนปริญญาตรีอยู่แล้ว แต่เป็นของสถาบันอื่น ตนจึงคิดว่า น่าจะมาทำเป็นชื่อของเรา ให้เด็กทีมชาติเรียน เด็กก็จะไม่ออกจากโคราช เพราะเราผลิตเด็กชั้น ม.๑-๖ แล้ว เมื่อจบก็มีคนมาดึงตัวไปเล่นให้จังหวัดอื่นๆ ฉะนั้นเราลงทุน คนโคราชลงทุน เด็กก็จะต่อยอดถึงปริญญาตรี เด็กทีมชาติก็จะอยู่กับเรา เพราะเราสอนเขามาตั้งแต่เด็ก และได้ใจเขา” นายประสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายศิวรักษ์ (แชมป์) เทศสูงเนิน กัปตันฟุตบอลทีมชาติไทย เปิดเผยกับ ‘โคราชคนอีสาน’ ถึงการทำหน้าที่กัปตันและนักเตะทีมชาติไทยว่า ขณะนี้ถือว่ามีการประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่เป้าหมายหลักๆ ต้องการจะพาทีมชาติไทยให้อยู่ในท็อป ๑๐๐ หรือเลขสองหลักของโลก ในนัดคัดฟุตบอลโลกที่เหลือก็ต้องการให้ทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปให้ได้ ช่วงนี้อาจจะยังไม่ได้เตรียมตัว อยู่ในช่วงพักผ่อน และเต็มที่กับทางสโมสรก่อน
“ในส่วนของแชมป์อะคาเดมี่ ช่วงที่มีเวลาว่างก็เข้าไปสอนบ้าง ซึ่งพยายามที่จะเข้าไปสอน ให้ความรู้กับน้องๆ ก็อยากฝากเยาวชนโคราช ให้มีความขยันอดทน มีความกตัญญู เชื่อฟังพ่อแม่ ส่วนน้องๆ ที่ชอบในเรื่องของกีฬา ก็อยากจะให้ขยันฝึกซ้อม พัฒนาฝีมือ” นายศิวรักษ์ กล่าว

อนึ่ง สนามฟุตบอลศรีณรงค์ หรือแชมป์     อะคาเดมี่ ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่าข้างวัดปรางค์เมืองเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่กว่า ๕๐ ไร่ โดยจะสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะหลักสูตรผู้รักษาประตู

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๐๗ วันพุธที่ ๑๘ - วันอังคารที่ ๒๔ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

 


588 7857