9thMarch

9thMarch

9thMarch

 

January 08,2021

ดันโครงการคนละครึ่ง เข้าระบบบริการเดลิเวอรี่

            คนขอนแก่นหนุนโครงการคนละครึ่งเข้าระบบร้านค้าในการให้บริการแบบเดลิเวอรี่ หลังสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ทำให้บรรยากาศการซื้อสินค้าเงียบเหงา พร้อมแนะขยายเวลาการใช้งานถึงสิ้นปีในวงเงินเท่าเดิมเพื่อให้ร้านค้าและผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายได้ครบเต็มจำนวนวงเงิน 

            วันที่ 8 ม.ค. 2564 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่พบว่าเริ่มเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากส่วนใหญ่ทำงานอยู่บ้าน และไม่เดินทางออกไปข้างนอกหากไม่จำเป็น เพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้การใช้บริการผ่านระบบเดลิเวอรี่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ผ่านระบบเพลตฟอร์มการให้บริการ 3 ยักษ์ใหญ่ คือฟู้ดแพนด้า, แกรปฟู้ด และ ไลน์แมน นอกจากนี้การสั่งสินค้าผ่านระบบ เดลิเวอรี่ท้องถิ่น คือไดโนเดลิเวอรี่ก็ได้รับความสนใจในการใช้บริการของชาวขอนแก่นในระยะนี้อย่างมากเช่นกัน  

                นายธงไชย มนตรี อายุ 32 ปี ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ขณะนี้มีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อภาพรวมทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขอนแก่น มีผู้ป่วยติดเชื้อ 5 ราย โดยรักษาหายขาดและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว แต่มาตรการป้องกันและควบคุมต่างๆ นั้นยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมอย่างมาก ขณะเดียวกันครอบครัวซึ่งมีผู้สูงอายุพักอาศัยอยู่ด้วย จึงพยายามที่จะป้องกันตนเองในทุกๆด้าน ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การเว้นระยะห่าง การล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก และหากไม่จำเป็นจะหยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติและทำงานที่บ้านตามที่บริษัทฯ กำหนด ขณะที่การจับจ่ายเลือกซื้อสินค้ายอมรับว่า หากไม่จำเป็นครอบครัวก็จะไม่กล้าเดินตลาด หรือออกไปซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า และหันมาใช้บริการแบบเดลิเวอรี่ของร้านค้า และแพลตฟอร์มการให้บริการที่เปิดให้บริการในเขต จ.ขอนแก่น มากขึ้น เพื่อเลี่ยงการสัมผัสให้มากที่สุด 

                "ผมและครอบครัว ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการที่ดีมากที่รัฐบาลได้มอบให้ แต่บรรยากาศในระยะนี้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าออกมาใช้จ่าย และพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสให้ได้มากที่สุด และแม้ว่าทุกร้านจะมีมาตรการคุมเข้มแต่ทุกคนก็กังวลและไม่กล้าที่จะออกไปเลือกซิ้อสินค้า ดังนั้นการใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งที่มีระยะเวลาการงานถึงเดือนมีนาคม ในวงเงินวันละ 150 บาท ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ระยะนี้อาจจะเงียบเหงาและมีการพูดคุยถึงการที่โครงการนี้จะไปใช้ร่วมกับการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่ให้บริการแบบเดลิเวอรี่กันมากขึ้น" 

                นายธงไชย กล่าวต่ออีกว่า “เป็นเรื่องที่ดีหากมีการแก้ไขระบบระหว่างร้านค้า, ผู้ได้สิทธิ์ และแพลตฟอร์มที่ให้บริการเดลิเวอรี่ในทุกค่าย ที่ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์นั้นสามารถใช้วงเงินจากโครงการคนละครึ่งในการเลือกซิ้อสินค้าได้ ซึ่งคงต้องให้รัฐบาลและกระทรวงการคลัง รวมทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างๆ นั้น ได้หารือกันและทำงานร่วมกันเพราะทุกคนล้วนต้องการใช้สิทธิ์ ร้านค้าก็อยากที่จะค้าขายแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกอย่างเงียบเหงาลง จึงอยากให้มีการกำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบและสร้างบรรยากาศของการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าให้คึกคักและปลอดภัย แต่ต้องไม่เพิ่มต้นทุนหรือภาระให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มากเกินไป ขณะเดียวกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่ทุกฝ่ายจะต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน และหลายจังหวัดล็อกดาวน์ หลายจังหวัดเป็นจังหวัดกลุ่มเสี่ยงตามที่ ศบค.ประกาศ ดังนั้นโครงการคนละครึ่งก็ควรที่จะขยายระยะเวลาออกไปในวงเงินที่ได้รับสิทธิ์เท่าเดิม คือคนละ 3,500 บาท โดยขยายระยะเวลาจากเดิมสิ้นสุด 31 มีนาคม ให้ไปสิ้นสุดในวันที่ 31  ธันวาคม 2564 เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างครอบคลุมและมีเม็ดเงินใช้จ่ายตลอดทั้งปีตามที่รัฐบาลกำหนดอีกด้วย”

 


22 8212