11thDecember

11thDecember

11thDecember

 

December 12,2018

เตรียมงบ ๕๐ ล้าน พัฒนา ๑๗ คูเมืองโคราช ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

           เทศบาลนครฯ เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์คูเมืองโคราช ตั้งงบไว้แล้ว ๕๐ ล้านบาท ให้มทร.อีสานศึกษารายละเอียด ยึดต่างประเทศเป็นต้นแบบ แล้วเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ช่วงประตูไชยณรงค์อาจทำเป็นตลาดน้ำ เพื่อสร้างหน้าตาของคูเมืองให้สวยงาม และตกแต่งตามความต้องการของชาวโคราช

           เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่ห้องประชุมสำนักงานปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เป็นประธานจัดการประชุมโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คูเมือง โดยมีนายทวีศักดิ์ พันธ์วิเศษศักดิ์ ปลัดเทศบาลนครฯ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานเทศบาลนครฯ รับฟังการชี้แจงแนวทางการศึกษาจาก ผศ.ดร.นิคม บุญญานุสิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ซึ่งเป็นรูปแบบการฟื้นฟูธรรมชาติสองฝั่งคูเมืองที่เป็นคลองขุดลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบตัวเมืองเก่า พบปัญหาซ้ำซากทั้งการรุกล้ำที่สาธารณะ ขอบตลิ่งชำรุดทรุดโทรมและระบบนิเวศไม่เหมาะสม โดยใช้ตัวอย่างการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองสาธารณะ ในประเทศเกาหลีใต้ และในทวีปยุโรปมาเป็นต้นแบบการศึกษา เพื่อปรับภูมิทัศน์คูเมืองโคราชให้สวยงามและเหมาะสมกับการดำรงชีพของคนเมือง

           นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า “ชาวโคราชต้องการเห็นคูเมืองมีความสวยงาม และสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายกิจกรรมต่างๆ โดยผ่านขั้นตอนดำเนินการมีส่วนร่วมลงพื้นที่สอบถามปัญหาและความต้องการเพื่อรวบรวมข้อมูลนำมาออกแบบภูมิทัศน์คูเมืองรอบเมืองทั้ง ๔ ด้าน ให้เหมาะสมที่สุด โดยตั้งโจทย์คูเมืองด้านประตูชุมพลจัดลานกิจกรรมประเพณี คูเมืองหน้าโรงเรียนเมืองนครราชสีมา จัดลานศิลปะและกิจกรรม คูเมืองหน้าวัดศาลาลอย จัดลานกีฬาและวัฒนธรรม คูเมืองหลังตลาดประตูไชยณรงค์ จัดตลาดน้ำเพื่อสร้างหน้าตาของคูเมืองให้สวยงามและตกแต่งตามความต้องการของชาวโคราช โดยใช้งบประมาณดำเนินการ ๕๐ ล้านบาท”

           ต่อมาเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายธนาคม วิมลวัตรเวที ประธานสภาเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมทั้งคณบดี คณะสถาปัตยกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, คณบดีคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, อาจารย์คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน ลงพื้นที่สำรวจสวนอนุสรณ์สถาน เพื่อซ่อมแซมปรับปรุงทางเท้า ระบบไฟฟ้า ระบบทางระบายน้ำ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวสวนอนุสรณ์สถาน ในโครงการปรับปรุงสวนอนุสรณ์สถาน ณ สวนอนุสรณ์สถานท้าวสุรนารี

ให้ประชาชนช่วยออกแบบ

           นายธนาคม วิมลวัตรเวที ประธานสภาเทศบาลนครนครราชสีมา และประธานกรรมา ธิการสถาปนิกอีสาน เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า “โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบคูเมืองนั้น มีการตั้งงบประมาณปรับปรุงไว้ทุกปีอยู่แล้ว แต่เนื่องจากที่ผ่านมาหลายๆ สิ่งยังไม่เอื้ออำนวยในการปรับปรุงคูเมืองทั้งหมด โดยในแต่ละปีเราจะตั้งงบประมาณไว้ ๑๕-๒๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงลานย่าโม และคูเมืองโดยรอบ โดยจะแบ่งการปรับปรุงไปเป็นช่วงๆ แต่เนื่องจากท่านนายกเทศมนตรี เคยพูดไว้ว่า โครงการนี้เป็นเรื่องของเมือง ถ้าจะทำทั้งทีจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมรับรู้ รวมทั้งให้หน่วยงานราชการ นักวิชาการ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เราไม่สามารถให้เทศบาล นครฯ หน่วยงานเดียวมาตัดสินใจทำเองได้ทั้งหมด ด้านท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ก็อยากให้รีบปรับปรุง แต่ก็ต้องรอการดำเนินการต่างๆ ก่อน ซึ่งท่านนายกเทศมนตรี ได้ทำ MOU กับคณะสถาปัตยกรรมและผังเมือง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มหาวิทยาลัยฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการหาข้อมูลและออกแบบ ซึ่งในขณะนี้รูปแบบที่จะทำยังไม่ออกมา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการพูดคุยหารือกันว่าจะทำไปในทางไหน ทั้งนี้เราก็อยากทำให้ออกมาดี เพื่อประชาชนจะไม่มาตำหนิในภายหลังได้ว่า เทศบาลนครฯ ทำอะไรแล้วไม่ปรึกษาประชาชน โดยหลังจากเราทำรูปแบบออกมาแล้ว จะมีการจัดทำประชาคม เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม และเสนอความคิดเห็นว่าตรงไหนเหมาะสมไม่เหมาะสม โดยในขณะนี้ ทางมทร.อีสาน ได้เสนอรูปแบบมาว่า คูเมืองด้านวัดพายัพ ควรปรับปรุงพื้นที่คูเมืองบริเวณนั้นเป็นลานกิจกรรมสำหรับเด็กและศิลปะ เพราะว่า บริเวณนั้นจะมีทั้งอาร์ตแกลอรี่ และ TK สแควร์ เมื่อก่อนพื้นที่บริเวณนี้เคยมีกลุ่มต่างๆ มาจัดงานเชิงศิลปะอย่างสม่ำเสมอ  นอกจากนี้ ทางวัดพายัพยังมอบอาคาร ๘ เหลี่ยมให้ด้วย โดยเราได้คุยกันไว้ว่าจะนำมาทำเป็นหอศิลป์ ส่วนคูเมืองบริเวณถนนพลล้าน จะปรับให้เป็นรูปแบบลานกีฬาของคนโคราช ปัจจุบันก็มีลานตะกร้อ และคูเมืองฝั่งประตูผี (ประตูไชยณรงค์) คาดว่าน่าจะทำเป็นตลาดน้ำ ซึ่งส่วนนี้ยังพูดคุยกันอยู่ เพื่อจะแบ่งภาคส่วนของคูเมืองทั้งสี่ด้านให้มีอิริยาบถที่ไม่เหมือนกัน โดยโครงการ (phase) แรกบริเวณลานย่าโมและสวนสุรนารี (สวนรักษ์) คาดว่าสามารถเริ่มออกแบบและลงมือทำได้เลย โดยเราได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ประมาณ ๑๐ ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการนี้เป็นงานใหญ่ ทางเทศบาลฯ จึงอยากจะขอแรงจากทุกส่วนมาช่วยกันเพื่อโคราชของเรา”

ประชาชนขาดการรับรู้

           ด้าน ผศ.ดร.นิคม บุญญานุสิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม มทร.อีสาน เปิดเผยว่า เนื่องจากเป็นโครงการที่เทศบาลนครนครราชสีมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในการสร้างแนวคิดและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบคูเมืองเก่า โดยมีที่มาที่ไปจากการที่โคราชถูกประกาศให้เป็นเขตเมืองเก่าตั้งแต่พ.ศ.๒๕๕๘ ซึ่งเมืองเก่าคือ เมืองที่มีคนอยู่อาศัยมาตลอด แล้วในปัจจุบันก็ยังอาศัยอยู่เช่นเดิม เช่นจังหวัดนครราชสีมา และจะมีอีกแบบคือ เมืองโบราณ เป็นเมืองที่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในอดีต แต่ปัจจุบันได้หายไปหมดแล้ว เช่นเมืองสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา เมื่อรัฐบาลประกาศรับรองให้โคราชเป็นเขตเมืองเก่า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้เขตเมืองเก่ามีศักยภาพในการพัฒนา ในด้านการท่องเที่ยวและด้านคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเก่า ซึ่งคูเมืองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่า เพราะว่าคูเมืองยังอยู่ในขอบเขตของเมืองเก่าด้วย เทศบาลนครฯ จึงมองว่า คูเมืองถือเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด จึงอยากจะทำให้ดูดีขึ้น แต่เนื่องจากเคยมีการปรับและดำเนินการเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง เหมือนผู้บริหารเทศบาลนครฯ ต้องการจะเห็นอะไรก็สั่งให้ทำอย่างนั้น แต่ก็มาพบในภายหลังว่าการทำแบบนั้นส่งผลให้ขาดความยั่งยืน ดังนั้น ผู้บริหารเทศบาลนครฯ ชุดปัจจุบันจึงให้โจทย์กับมหาวิทยาลัยฯ ว่า ต้องสร้างกรอบแนวคิดในการพัฒนาคูเมืองทั้งหมด โดยได้รับความเห็นชอบจากประชาชนที่เกี่ยวข้อง และต้องใช้ประโยชน์จากของเดิมที่มีอยู่ด้วย ไม่ใช่การรื้อแล้วสร้างใหม่ สิ่งไหนที่มีคุณค่าก็ต้องอนุรักษ์ไว้ ส่วนสิ่งไหนที่เป็นปัญหาก็ต้องเข้าไปแก้ไข 

           “ส่วนรูปแบบที่จะทำนั้น ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการหารือและพูดคุยกันเท่านั้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ตรงนั้นจะมีต้นไม้กี่ต้น ตรงนั้นจะสร้างเสาไฟกี่ต้น ซึ่งขณะนี้เราเริ่มวางแผนว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยจะเริ่มกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อน ซึ่งการมีส่วนร่วมตรงนี้ไม่ใช่แค่ไปถามประชาชนว่า อยากได้อะไร แต่เราจะนำข้อมูลของคูเมืองว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร หรือการใช้ประโยชน์จากคูเมืองทำได้อย่างไร ไปเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่า คูเมืองนั้นจะออกแบบมาในรูปแบบใด โดยใช้ตัวอย่างจากต่างประเทศเป็นต้นแบบ เมื่อทุกความคิดตกผลึกแล้วถึงจะเป็นขั้นตอนของการออกแบบรายละเอียดต่อไป นอกจากนี้ ผมอยากให้ทุกฝ่ายหรือทุกส่วนได้เข้ามาร่วมกันออกความคิดเห็น เนื่องจากที่ผ่านมา เวลาทำอะไรออกมาแล้ว ต้องมาแก้แล้วแก้อีก เปลืองงบประมาณ ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนก็ไม่มีส่วนร่วมและขาดการรับรู้ว่า สิ่งที่ดีจริงๆ หน้าตาเป็นอย่างไร ในโอกาสนี้จึงอยากทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม และมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาต่างๆ ในเมือง และจะได้มีความรู้ในเรื่องการติดตามผลอีกด้วย” ผศ.ดร.นิคม กล่าว

คูเมืองโคราช

           ทั้งนี้ คูเมืองโคราชถูกออกแบบให้เป็นแนวป้องกันเมือง ตามรูปแบบของเมืองขอมในสมัยโบราณ คูเมืองแต่ละแห่งจะกว้างประมาณ ๑๐ วา ในสมัยก่อนจะมีน้ำจากลำปรุ ซึ่งแยกเอาน้ำจากลำตะคองที่บ้านมะขามเฒ่าไหลเข้าสู่ตัวเมือง และไหลลงคูเมืองตรงหน้าวัดสุทธจินดา คูเมืองเป็นแหล่งน้ำใช้สอยของชาวเมืองโคราชในสมัยก่อนด้วย เดิมทีกำแพงและคูเมืองโคราช สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๒๐๐ ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙ - พ.ศ.๒๒๓๑) มีพระราชดำริว่า ดินแดนภาคอีสานเป็นฉนวนป้องกันการรุกรานของขแมร์ (เขมร) ลาว ญวน และเป็นหัวเมืองใหญ่ควบคุมเขมรป่าดงที่ขึ้นแก่ไทย ขณะนั้นมีเมืองเสมา เมืองโคราช และเมืองพิมาย เป็นชุมชนใหญ่ ควรจะตั้งเป็นหน้าด่านได้ จึงโปรดให้สร้างเมืองที่มีป้อมปราการแบบฝรั่ง ในฐานะเมืองสำคัญชายพระราชอาณาเขต โดยเกณฑ์ช่างจากกรุงศรีอยุธยา เกณฑ์แรงงานจากเมืองโคราชและเมืองเสมา ช่วยกันสร้างเมืองใหม่ ห่างจากเมืองโคราชเก่าในท้องที่ อำเภอสูงเนินไปทางทิศตะวันออก ๘๐๐ เส้น (๓๒ กิโลเมตร) ซึ่งก็คือ พื้นที่ตัวเมืองเก่าบริเวณเขตกำแพงเมืองและคูเมืองในปัจจุบัน จึงโปรดให้รวมเมืองโบราณ ๒ เมืองคือ เมืองโคราชหรือโคราฆะปุระ กับเมืองเสมาแล้วสร้างเมืองเอก ณ ชายแดน คือที่ตั้งเมืองโคราชในปัจจุบัน พระราชทานนามว่า “เมืองนครราช สีมา” โปรดให้ช่างชาวฝรั่งเศสมาสร้างกำแพงเมืองโดยรอบ มี เดอ ลามาร์ นายช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ ขนาดกว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ความยาว ๑,๗๐๐ เมตร กำแพงก่อด้วยอิฐมีใบเสมาเรียงรายตลอด มีป้อมตามกำแพงเมือง ๑๕ ป้อม ประตูเมือง ๔ ประตูเมือง มีชื่อว่าประตูชุมพล (หลังย่าโม) ประตูไชยณรงค์ (ประตูผี) ประตูพลแสน (ประตูน้ำ) ประตูพลล้าน (ประตูทุ่งสว่าง) สร้างด้วยศิลาแลง วางผังค่ายคูประตูหอรบ มีเนินดิน กำแพงเมือง และคูเมืองทั้ง ๔ ด้าน มีสระและบึงใหญ่น้อย อาศัยใช้น้ำเพื่อระงับอัคคีภัยตลอดทั้งปี 

           อนึ่ง คูเมืองโคราชมีทั้งหมด ๑๗ คูและให้ประชาชนร่วมส่งชื่อเข้าประกวด โดยคณะเทศมนตรีชุดบริหาร พ.ศ.๒๕๒๖ ร่วมกับอาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำชื่อที่เข้าอันดับมาไล่เรียงให้คล้องจองกัน โดยยึดถือความสอดคล้องทางประวัติศาสตร์โคราชและเกี่ยวกับท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) ซึ่งแต่ละคูมีชื่อที่คล้องจองกันดังนี้ ๑.นารายณ์รังสฤษดิ์ ๒.มหิศราธิบดี ๓.เศวตหัตถีคู่แดน ๔.พลแสนฮึกหาญ ๕.อีสานชาญชัย ๖.ชูไทเทิดหล้าน ๗.พลล้านต้านปัญจา ๘.บูรพารวมพล ๙.พหลไกรเกริกหาญ ๑๐.ชลธารเทพสถิต ๑๑.นิรมิตชลเขต ๑๒.สาครเรศบุรารักษ์ ๑๓.พิทักษ์สีมารัฐ ๑๔.ยกกระบัตรลือเลื่อง ๑๕.ปลัดเมืองเกรียงไกร ๑๖.พิชัยชุมพล และ ๑๗.สัมฤทธิ์รณอริพ่าย

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๒ วันอังคารที่ ๑๑ - วันเสาร์ที่ ๑๕  เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑


505 7694