11thDecember

11thDecember

11thDecember

 

February 18,2019

ตัดสิทธิ์ ๓๖ ผู้สมัครส.ส. ชพน.ย้ำ‘โคราชบ้านเรา’ ธนาธร’บุกตะลุยเมืองย่า

          กกต.ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ๓๖ คน พบไม่ตั้งสาขาพรรคฯ “สุวัจน์” นำพาชาติพัฒนาตอกย้ำโคราชบ้านเรา ด้าน ‘ธนาธร’ เปิดตัวผู้สมัคร ๑๔ เขต ฟุ้งโคราชเหมาะตั้งอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้า 

          เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่โคราชฮอลล์ ๑ ชั้น ๔ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน เปิดโครงการสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการเลือกตั้ง กิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.๒๕๖๒ เขตเลือกตั้งที่ ๑-๑๔ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้สมัคร ส.ส. ผู้ติดตาม ผู้สนับสนุน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการเลือกตั้ง สื่อมวลชน นักศึกษา และประชาชน เข้ารับฟังการบรรยายจำนวนกว่า ๗๐๐ คน

          โดยผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่เดินทางมาร่วมรับฟังการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ จากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา อาทิ ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา พรรคเพื่อไทย เขต ๑, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ พรรคชาติพัฒนา เขต ๒ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย เขต ๓ เป็นต้น

          นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศกำหนดให้มีการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๔-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา สำหรับการสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑-๑๔ มีผู้สมัครรวม ๕๑๑ คน จากทั้งหมด ๕๔ พรรคการเมือง สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดนครราชสีมา จัดทําโครงการสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการเลือกตั้ง กิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒ 

          นายศิริชัย วิริยพงศ์ กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติในการเลือกตั้งแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้กระทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงและใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน รวมถึงสร้างการยอมรับในเรื่องรู้แพ้ รู้อภัย และรู้รักสามัคคี ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เราเพียงต้องการบอกว่า สิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ แต่ไม่สามารถสมานฉันท์กับสิ่งที่ผิดกฎหมายได้ ชี้แจงให้เข้าใจ และวันนี้ได้รับความร่วมมือกับผู้สมัครทั้ง ๑๔ เขต ถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างดี ทุกคนตั้งใจฟัง หลายคนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ป้ายแดง เรามีความเป็นห่วงว่า ยังไม่เคยผ่านเวทีการหาเสียงมา อาจจะยังไม่เข้าใจขั้นตอนกฎหมาย ไม่เข้าใจข้อห้าม รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครทุกคนต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในการเลือกตั้ง และมีระยะเวลายื่น ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ยื่นจะมีโทษทางอาญา หรือยื่นข้อความเท็จ จะมีโทษทางอาญาเหมือนกัน  

          “วันนี้เน้นย้ำในเรื่องกฎหมาย กฎบัญญัติถ้าทำผิด การซื้อเสียง เอาความเท็จไปแจ้งกับ กกต. หรือการเบิกความในชั้นศาล เคยมีคำพิพากษาจำคุก โดยไม่รอลงอาญาในจังหวัดนครราชสีมา มาแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๐ คดี จากทั้งหมด ๘๙ คดี มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ๓๑ คดี รอการลงโทษ ๒๑ คดี ถือว่าเป็นพฤติกรรมร้ายแรง อาจเป็นการทำร้ายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน แต่คาดว่าก่อนการเลือกตั้งน่าจะมี กกต.ทำในเรื่องของการตรวจสอบ การฝ่าฝืน โดยมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ๘ คน ลงพื้นที่ และกกต.มีแอปพลิเคชัน เรื่อง สมาร์ทโหวต สามารถดาวโหลดได้ทุกเครือข่ายจะมีข้อมูลของผู้สมัครทั้งหมด ข้อมูลของพรรคการเมือง สาระน่ารู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง แจ้งชี้เบาะแส ขณะนี้ข้อมูลยังไม่ได้ลงเต็มที่ เนื่องจากว่าข้อมูลผู้สมัครอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่หลังจากนี้แอพพลิเคชันสมาร์ทโหวต จะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชน สามารถเข้าไปหาข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมอยากจะฝากเตือนการวางตัวของข้าราชการและองค์กรปกครองท้องถิ่นให้พึงระมัดระวังเรื่องการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองให้มาก” นายศิริชัย กล่าว

ไปงานบุญได้แต่ห้ามช่วยเงิน

          ผู้อำนวยการ กกต.ฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการเดินทางไปร่วมกิจกรรมทั้งงานประเพณี งานบุญ งานศพ สามารถกระทำได้ตามความเหมาะสม แต่ห้ามมีพฤติการณ์แอบแฝงให้เงิน สิ่งของโดยเด็ดขาด ส่วนใหญ่สอบถามวิธีการโฆษณาหาเสียง ทั้งทางโซเชียลและสถานที่ติดตั้งป้าย ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมาห้ามติดป้ายผู้สมัครหาเสียงบริเวณเสาไฟฟ้าเด็ดขาด ฝากถึงผู้สมัครให้ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง หากท่านฝ่าฝืนมีมูลปรากฏ กกต.จะดำเนินการทันทีโดยไม่มีการละเว้น” นายศิริชัย กล่าว 

          ทั้งนี้ ตามระเบียบ กกต. กำหนดว่าผู้สมัคร ส.ส. เขตใช้งบหาเสียงได้ไม่เกิน ๑.๕ ล้านบาท/คน ส่วนพรรคการเมืองใช้งบหาเสียงได้ไม่เกิน ๓๕ ล้านบาท/พรรค โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒    

ชพน.ปล่อยคาราวานรถหาเสียง

          สำหรับการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองในจังหวัดนครราชสีมา เริ่มมีความคึกคักมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) นำโดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคฯ นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคฯ คณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค คณะผู้สมัครรับเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมาทั้ง ๑๔ เขต สมาชิกพรรค และประชาชนกว่า ๑๐๐ คน ร่วมพิธีปล่อยขบวนคาราวานรถแห่นำเสนอนโยบายโคราช (Korat Kick Off) พร้อมกับกล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม บรรยากาศเต็มไปด้วยความความรัก เนื่องจากวันนี้ ๑๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันแห่งความรัก นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้เขียนข้อความ “โคราชบ้านเราครับ” บนหัวใจขนาดใหญ่ พร้อมให้ผู้สมัครทั้ง ๑๔ ติดสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ “No Problem” นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ยังโบกสะบัดธงที่มีสัญลักษณ์พรรคชาติพัฒนา เพื่อปล่อยขบวนคาราวานรถแห่นำเสนอนโยบายโคราช โดยมีสมาชิกพรรคกว่า ๔๐ คน ส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้องว่า “โคราช No Problem” และ “ธงชัย...ต้องเบอร์ ๖” 

          ทั้งนี้ คาราวานรถแห่นำเสนอนโยบายโคราชมีทั้งหมด ๓ ขบวน ขบวนละ ๙ คัน (๑ คัน ๑ นโยบาย) โดยทั้ง ๙ นโยบาย ได้แก่ ๑. นโยบายโคราชเมืองเกษตรก้าวไกล ๒.นโยบายโคราชเมืองอุตสาหกรรมยั่งยืน ๓.นโยบายโคราชเมืองคมนาคมทั่วถึง ๔.นโยบายโคราชเมืองท่องเที่ยวทุกถิ่น ๕.นโยบายโคราชเมืองกีฬาสามัคคี ๖.นโยบายโคราชเมืองจราจรคล่องตัว ๗.นโยบายโคราชเมืองน้ำไม่ท่วม ๘.นโยบายโคราชเมืองอัจฉริยะทันสมัย และ ๙.นโยบายโคราชเมืองครัวโลก 

จะสร้างความเจริญเหมือนสมัยน้าชาติ

          นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนามีความภูมิใจ ที่จะเสนอนโยบายทั้ง ๙ นโยบาย เพื่อตอกย้ำสิ่งที่พลเอกชาติชาย ได้ตอกเสาเข็มเอาไว้ ในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ขณะนี้จังหวัดนครราชสีมากำลังเข้าสู่อีกยุคหนึ่งของความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ เพราะเรามี    โครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ ที่ได้มีการลงทุนในจังหวัดนครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง ฉะนั้นนโยบายทั้ง ๙ นโยบายนี้เป็นการต่อยอด และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับจังหวัดนครราชสีมาอีกครั้งหนึ่ง โดยวันนี้ขอให้ผู้สมัครทั้ง ๑๔ ท่าน ได้ร่วมกันในการที่จะนำนโยบายทั้ง ๓ ขบวน เพื่อนำไปสู่ทุกพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา จึงขอฝากผู้สมัครทั้ง ๑๔ เขต ให้ประชาชนนครราชสีมาได้โปรดรับไว้พิจารณา เราพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน สร้างความเจริญเหมือนครั้งที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ สร้างความเจริญไว้

อนาคตใหม่’ลุยโคราช

          วันเดียวกัน เวลา ๑๗.๐๐ น. ในงานเทศกาลขนมจีนประโดก ตำบลประโดก-โคกไผ่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาอำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อช่วยผู้สมัครส.ส.ทั้ง ๑๔ เขตหาเสียง จากนั้นเวลา ๑๙.๐๐ น. เดินทางไปที่โรงแรมวีวันโคราช เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ ในงานประชุมของสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญนครราชสีมา โดยมีนายสายัณห์ โกลาตี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการให้การต้อนรับ และได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมรับฟังประมาณ ๑๐๐ คน ก่อนที่จะเดินทางไปยังตลาดเซฟวัน 

          ต่อมาวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๐๗.๐๐ น. ที่บริเวณสี่แยกเต็กฮะ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นางสาวพรรณิการ์ (ช่อ) วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เดินเท้าหาเสียง โดยมุ่งหน้าไปที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อกราบไหว้สักการะคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเปิดตัวผู้สมัครส.ส. ทั้ง ๑๔ เขต ได้แก่ เขต ๑ นายวรพงศ์ โสมัจฉา หมายเลข ๙, เขต ๒ นายพัลลภ เสนา หมายเลข ๓, เขต ๓ นางสุดาวดี พูลวรสกุล หมายเลข ๓, เขต ๔ นายปรัชญา เพชรวิสิทธิ์ หมายเลข ๑๗, เขต ๕ นายฉัตร เหล่ากำพี้ หมายเลข ๑๗, เขต ๖ นายประธาน คงเรืองราช หมายเลข ๘, เขต ๗ นายทิพงษ์ รักษ์ศรี หมายเลข ๒, เขต ๘ นายหนูแดง  คุ้มกัน หมายเลข ๑๕, เขต ๙ นายอนันต์ สินมานนท์ หมายเลข ๑๔, เขต ๑๐ นางพลินภัสส์ พิทักษ์ภูพันธ์ หมายเลข ๑๑, เขต ๑๑ นายภูดิส ทามนตรี หมายเลข ๑๖, เขต ๑๒ นายประสงค์ จงกลนี หมายเลข ๑๐, เขต ๑๓ นายวรพจน์ บุ่นจันทึก หมายเลข ๑๓ และเขต ๑๔ นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง หมายเลข ๘ 

          จากนั้น ได้เดินเท้าหาเสียงบริเวณใกล้กับอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี มุ่งหน้าไปที่ตลาดแม่กิมเฮง ต่อด้วยการขึ้นรถแห่หาเสียง ไปที่ตลาดหน้าราชภัฎ และปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่หาเสียงที่มทร.อีสาน เพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร เขต ๑, ๒, ๓ และ ๔ พร้อมเสนอนโยบายเพื่อชาวโคราช บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ส่งเสียงว่า “ฟ้ารักพ่อ” เป็นระยะ

มั่นใจปักธง ๑ เขตแน่นอน

          นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวอีสานที่เป็นกำลังใจให้เรา ศรัทธาในพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ต้องบอกว่ามาอีสานครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ ที่โคราชเป็นจังหวัดแรก จังหวัดต่อไปคือจังหวัดชัยภูมิ เสียงตอบรับในจังหวัดโคราชได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก เป็นกำลังใจให้เรามีแรงสู้ในการทำงานที่ดีมาก โคราชมี ๑๔ เขต พรรคอนาคตใหม่ส่ง ส.ส. ลงสมัครทั้ง ๑๔ เขต เราเชื่อว่าทั้ง ๑๔ เขตนี้จะปักธงที่โคราชได้อย่างน้อย ๑ เขต พรรคเราเป็นพรรคที่ไม่มีหัวคะแนน ไม่ได้มีเครือข่ายดั้งเดิมอยู่ ใช้เวลา ๘ เดือน สร้างเครือข่ายใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าให้พูดเฉพาะเจาะจงเป็นจำนวนเขตที่คาดว่าจะได้ คงจะยาก แต่ก็มีเป้าหมายอยู่ พรรคอนาคตใหม่ต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องมาตลอดให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงควรลาออกจากทั้ง ๒ ตำแหน่งทันที

โวโคราชเหมาะตั้งอุตฯรถเมล์ไฟฟ้า

          “สำหรับโคราชนั้น มีพื้นฐานทางอุตสาหกรรมอยู่แล้ว พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า สามารถสร้างอุตสาหกรรมที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งสิ่งแวดล้อม โจทย์การไม่มีงานที่มีคุณภาพ ไม่มีการจ้างงานในภาคอีสาน โจทย์ของเรื่องการสร้างอุตสาหกรรมที่มีการในปัจจุบันในประเทศไทย รวมถึงโจทย์เรื่องภาวะการลดการนำเข้าพลังงาน คืออุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้า เฉพาะกรุงเทพฯ อย่างเดียว มีรถเมล์ ๑๐,๐๐๐ คัน รถเมล์ไฟฟ้าคันละกว่า ๑ ล้านบาท เรากำลังพูดถึงเม็ดเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แทนที่จะนำเงินตรงนี้ไปซื้อรถเมล์จากจีน จ้างคนจีนทำงานประกอบรถเมล์ให้เรา เราเอารถเมล์ไฟฟ้ามาสร้างที่เมืองไทยได้ และที่ที่เหมาะสมที่จะเกิดอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศไทย คือจังหวัดนครราชสีมา” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าว 

กกต.ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ๓๖ คน

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ กกต.ประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครส.ส.ทั่วประเทศ และไม่ประกาศรับรอง โดยในจังหวัดนครราชสีมา มีผู้สมัครทั้ง ๑๔ เขตเลือกตั้ง จำนวน ๕๑๑ คน โดยในเขต ๑ ไม่รับรอง ๖ คน ได้แก่ หมายเลข ๑๖ น.ส.ปิยทิพย์ หมั่นมา พรรคเพื่อนไทย เนื่องจากไม่มีสาขาพรรคในจังหวัดนครราชสีมา, หมายเลข ๒๐ นายสมนึก งามสะอาด พรรคเพื่อแผ่นดิน ไม่มีสาขาพรรคในจังหวัดนครราชสีมา, หมายเลข ๒๒ นายคณพศ ตระกูลภัทรเวช พรรคประชาธิปไตยใหม่ มีชื่อสังกัด ๒ พรรคการเมือง, หมายเลข ๓๑ พลโทยศวัฒน์ อนันต์ดิลกฤทธิ์ พรรคภราดรภาพ ไม่มีสาขาพรรคในจังหวัดนครราชสีมา, หมายเลข ๓๔ นายสุวัฒน์ชัย สวัสดี พรรคความหวังใหม่ เนื่องจากมีกิจการสิ่งพิมพ์ (เป็นเจ้าชองนสพ.โคราชการเมือง แต่ปัจจุบันไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว) และหมายเลข ๓๙ นายเลี้ยง ลับไธสง พรรคมหาชน ไม่มีสาขาพรรคในจังหวัดนครราชสีมา คงเหลือผู้สมัครส.ส.เขต ๑ จำนวน ๓๕ คน

          ส่วนเขต ๒ ไม่ประกาศรับรองจำนวน ๖ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๑ คน, เขต ๓ ไม่ประกาศรับรอง ๓ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๑ คน, เขต ๔ ไม่ประกาศรับรอง ๒ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๕ คน, เขต ๕ ไม่ประกาศรับรอง ๒ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๖ คน, เขต ๖ ไม่ประกาศรับรอง ๑ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๓ คน, เขต ๗ ไม่ประกาศรับรอง ๒ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๐ คน, เขต ๘ ไม่ประกาศรับรอง ๑ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๗ คน, เขต ๙ ไม่ประกาศรับรอง ๑ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๙ คน, เขต ๑๐ ไม่ประกาศรับรอง ๒ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๗ คน, เขต ๑๑ ไม่ประกาศรับรอง ๔ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๒ คน, เขต ๑๒ ไม่ประกาศรับรอง ๒ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๔ คน, เขต ๑๓ ไม่ประกาศรับรอง ๓ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๒ คน และเขต ๑๔ ไม่ประกาศรับรอง ๑ คน คงเหลือผู้สมัคร ๓๓ คน รวมจำนวนผู้สมัครที่กกต.ประกาศรับรองจำนวน ๔๗๕ คน

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๕ วันเสาร์ที่ ๑๖ - วันพุธที่ ๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

502 7686