11thDecember

11thDecember

11thDecember

 

February 25,2019

มทส.-ซินโครตรอน ใช้คอนเทนเนอร์เป็นโรงเรือนอัจฉริยะ

            พัฒนาระบบโรงเรือนอัจฉริยะภายในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อแก้ปัญหาความผันแปรของอากาศ ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพ และส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสู่ด้านเกษตรกรรมตามนโยบาย ๔.๐

            วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่สวนเกษตรอินทรีย์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และบริษัท อินโน ฟิด มาร์เก็ต ติ้ง แอนด์ ซัพพลาย จํากัด พัฒนาระบบโรงเรือนอัจฉริยะภายในตู้คอนเทนเนอร์แบบโรงเรือนระบบปิด ควบคุมตัวแปร ปริมาณธาตุอาหาร ความยาวคลื่นแสงและความเข้ม อุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ แก้ปัญหาความผันแปรของสภาพอากาศในแต่ละฤดู และเมื่อวิเคราะห์ผักที่ปลูกด้วยระบบดังกล่าวด้วย Synchrotron FTIR Microspectroscopy พบว่า มีคาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์สูงกว่าพืชที่ปลูกในระบบระบบไฮโดรโปนิกส์ปกติ และพืชที่ปลูกด้วยดิน ทีมวิจัยพร้อมเดินหน้าลุยวิจัยด้านการกระตุ้นพืชสร้างสารสำคัญทางชีวภาพ ทั้งฤทธิ์ทางยาของพืช สมุนไพร หรือพืชที่กลิ่นหอม หวังเพิ่มมูลค่าการปลูกพืชเศรษฐกิจ ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพ ส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสู่ด้านเกษตรกรรมตามนโยบาย Thailand 4.0” 

            นายธาวิน วิทยอุดม ผู้แทนบริษัท อินโน ฟัด มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ซัพพลาย จํากัด กล่าวว่า “ประเทศไทย เป็น ประเทศเกษตรกรรม ที่มีมูลค่าการส่งออกมหาศาลในแต่ละปี รวมถึงมีการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในประเทศ ทั้งผัก ผลไม้สด และผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นจํานวนมาก การนําวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการปลูกพืชพร้อมระบบ ควบคุมตัวแปรปัจจัยในการเจริญเติบโตของพืช จึงเป็นเรื่องสําคัญที่จะนําประเทศเข้าสู่การเกษตรยุคใหม่ ที่สามารถควบคุมคุณภาพและมีปริมาณผลผลิตทางการเกษตรให้คงที่ตลอดทั้งปี บริษัทผลิตผักไฮโดรโปนิกส์รายใหญ่ ในอําเภอหาดใหญ่ ประสบปัญหาสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนสูงในแต่ละวัน นอกจากนั้น ยังมีฤดูฝนที่ยาวนาน มีปริมาณ แสงแดดไม่เพียงพอต่อการเจริญและความสมบูรณ์ของผักสลัด ส่งผลให้การผลิตในแต่ละช่วงเวลาของปีไม่คงที่ จึงแสวงหาเทคโนโลยีการปลูกที่จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้”

            ดร.สมชาย ตันชรากรณ์ หัวหน้าโครงการระบบโรงเรือนอัจฉริยะ กล่าวว่า “สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และบริษัท อินโน ฟัด มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ซัพพลาย จํากัด ได้ร่วมกันพัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะภายในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นโรงเรือนระบบปิดแบบสมบูรณ์ ภายในโรงเรือนติดตั้งระบบควบคุมตัวแปรต่างๆ ที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ ปริมาณธาตุอาหาร ความยาวคลื่นแสงและความเข้ม อุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสม หรือมีความผันแปรของสภาพอากาศในแต่ละวัน และในแต่ละช่วงฤดูกาล นอกจากนั้นยังเป็นการป้องกันปัญหาโรคพืช แมลงศัตรูพืช และวัชพืช ได้อีกด้วย ผักที่ปลูกในระบบโรงเรือนอัจฉริยะนี้ มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดโรค ปลอดสารกําจัดแมลงและวัชพืช จึงเป็นผักที่สะอาด มีความปลอดภัยสูง และมีอายุการเก็บภายหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อจําหน่ายยาวนานขึ้น

            “งานวิจัยหลักของโครงการนี้ คณะผู้วิจัยได้พัฒนาและทดสอบแหล่งกําเนิดแสงโดยใช้เทคโนโลยีแอลอีดี ที่สามารถเลือกแสงเฉพาะในย่านความยาวคลื่นที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสงเท่านั้น จากการวิจัยพบว่า ความยาวคลื่นแสงในสีแดงและสีน้ำเงินในอัตราส่วนที่เหมาะสมและมีเข้มที่พอเพียง จะสามารถกระตุ้นให้ผักสลัด ชนิดกรีนโอค เรดโอค มีน้ำหนักต่อต้นสูงกว่าการปลูกในโรงเรือนไฮโดรโปรนิกส์ มทส. ส่วนกรีนคอสมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ผักสลัดด้วย Synchrotron FTIR Microspectroscopy พบว่า การปลูกภายใต้โรงเรือนอัจฉริยะนี้ พืชสะสมคาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์สูงกว่าพืชที่ปลูกในโรงเรือนไฮโดรโปนิกส์ มทส. และพืชที่ปลูกด้วยดิน นอกจากนั้น ยังพบปริมาณคลอโรฟิลล์ในปริมาณที่สูงกว่าทั้งสองระบบดังกล่าว” ดร.สมชาย กล่าว

            ศ.เกียรติคุณ ดร. นันทกร บุญเกิด ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “ระบบโรงเรือนอัจฉริยะนี้ เป็นงานวิจัยขั้นแรกที่จะนําไปสู่การวิจัยด้านการกระตุ้นพืชด้วยความยาวคลื่นแสงช่วงต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต หรือการกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารสําคัญทางชีวภาพมากขึ้น เช่น สารที่มีฤทธิ์ทางยาของพืช สมุนไพร พืชผักหรือผลไม้หลากสี และพืชที่กลิ่นหอม เพื่อเพิ่มมูลค่าการปลูกพืชเศรษฐกิจ หรือพืชมูลค่าสูงได้ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการปลูก การเก็บเกี่ยว เพื่อให้มียอดการผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี และสามารถปลูกพืชนอกฤดูกาลได้ จึงเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ถือเป็นการส่งเสริมการนําวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสู่ด้านเกษตรกรรมตามนโยบาย Thailand 4.0”

            “โรงเรือนอัจฉริยะสามารถควบคุมอุณหภูมิต่างๆ ที่เหมาะสมกับการปลูกพืช เช่น แสงแดดจะขึ้นลงไม่เท่ากัน แต่ในโรงเรือนปรับแสงให้พอกับพืชตลอด สามารถควบคุมการออกดอกของพืช และควบคุมให้พืชสังเคราะห์สารที่เป็นประโยชน์ ส่วนระยะเวลาในการปลูกขึ้นอยู่กับพันธุ์พืชต่างๆ ถ้าพืชชนิดเดียวกันปลูกที่โรงเรืองอัจฉริยะ จะโตได้เร็วกว่าที่อื่น เพราะสามารถควบคุมการเจริญเติมโตได้”  ศ.เกียรติคุณ ดร.นันทกร กล่าว

            ศ.เกียรติคุณ ดร.นันทกร บุญเกิด ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิจัยโครงการโรงเรือนอัจฉริยะภายในตู้คอนเทนเนอร์ใช้ระยะเวลา ๑ ปี ตู้เสร็จตั้งแต่ ๗-๘ เดือน เริ่มปลูกผักสลัดเพื่อทำการทดสอบ ใช้เวลาประมาณ ๓ เดือน ชั้นปลูกผักมี ๓ ชั้น ชั้นหนึ่งมี ๓ แถว ปลูกได้ประมาณ ๑๐๐ กว่าต้น แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงการทดลอง 

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ - วันจันทร์ที่  ๒๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

500 7687