29thFebruary

29thFebruary

29thFebruary

 

December 04,2019

ไหม้แม่กิมเฮงไม่ถึง ๕๐ ล. เล็งปรับเป็นตลาดทันสมัย สยบข่าวลือหวังขายนายทุน

ไฟไหม้ตลาดแม่กิมเฮงกว่า ๑ ไร่ เร่งรื้อถอนซาก พร้อมตั้งจุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านผู้บริหารตลาดชี้มีผู้ประสบภัย ๗๒ ราย เตรียมพื้นที่โซน ๓ ช่วยพ่อค้าแม่ค้า เผยค่าเสียหายไม่ถึง ๕๐ ล้าน ยันไม่ใช่การเผาเอาเงินประกัน เผาไล่ที่ หรือเตรียมขายให้นายทุน พร้อมถือโอกาสสร้างตลาดใหม่ หวังเป็นตลาดเอกชนที่ดีที่สุดในอีสาน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลา ๒๐.๑๕ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุสุรนารีว่า มีเหตุเพลิงไหม้ที่ตลาดแม่กิมเฮง ซึ่งเป็นตลาดเอกชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองจังหวัดนครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนครราชสีมา ร่วมกันควบคุมเพลิงไหม้ โดยมีอาสาสมัครกู้ภัย และหน่วยกู้ชีพ ช่วยอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ เพื่อไปยังที่ปลอดภัยและให้การปฐมพยาบาล

จากนั้น เวลา ๒๑.๐๐ น. นายวิเชียร จันทร โณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมพล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเป็นตลาดเอกชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง โดยพบต้นเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงที่บริเวณร้านจำหน่ายดอกไม้ปลีกและส่งด้านถนนสุรนารี ฝั่งตรงข้ามวัดสะแก และพบรถดับเพลิงจำนวนนับสิบคันเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกลามเข้าไปในพื้นที่กลางตลาด ซึ่งเป็นร้านขายผ้า แผงขายอาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค เปลวเพลิงเผาทำลายโครงสร้างหลังคาถล่มลงมา พร้อมกับลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ด้านทิศตะวันออก และมีเสียงระเบิดที่เกิดจากก๊าซหุงต้มตลอดเวลา แต่ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ
ฝ่ายรถดับเพลิงประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กองทัพภาคที่ ๒ และกองบิน ๑ ที่รุดมาช่วยเหลือ จำนวนรวมกว่า ๓๐ คัน รวมทั้งกำลังอาสาสมัครกู้ภัยชุดผจญเพลิงมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานและกู้ภัยฮุก ๓๑ นครราชสีมา โดยให้เจ้าหน้าที่แต่ละภาคส่วนกระจายกำลังเข้าฉีดน้ำลักษณะตีวงล้อม เร่งควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว แต่การฉีดน้ำด้านในตลาดที่ยังมีเปลวไฟและควันไฟ จึงเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องสวมหน้ากากออกซิเจนเข้าไปผลัดเปลี่ยนกันฉีดน้ำใช้เวลากว่า ๑.๓๐ ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัด

เบื้องต้นพบความเสียหาย แยกเป็นอาคารพาณิชย์สูง ๓ ชั้น จำนวน ๒ คูหา ซึ่งเป็นส่วนของร้านขายดอกไม้ ใกล้กับแผงขายไข่ไก่ซึ่งไม่โดนไฟไหม้ ด้านข้างเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์และร้านขายตุ๊กตา ส่วนพื้นที่ตลาดเป็นร้านจำหน่ายดอกไม้รวม ๖ ร้าน แผงขายอาหารสด เนื้อสุกร ไก่ เนื้อวัว อาหารทะเล แผงขายข้าวเหนียวไก่ย่าง แผงจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค จำนวนนับร้อยแผงถูกเพลิงเผาวอด โดยไฟได้ลามมาถึงบริเวณร้านต้นตอไก่ย่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้สกัดไฟไว้ได้ จึงไม่ลามเข้าไปในส่วนของตลาดขายผ้า ประเมินมูลค่าความเสียหายในขณะนั้นได้กว่า ๕๐ ล้านบาท ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้

ต่อมา วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๐๐ น. นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครราชสีมา และพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบ เข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งเทศบาลฯ ได้ตั้งจุดลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เพื่อรวบรวมจำนวนผู้เสียหายและจัดสรรพื้นที่แห่งใหม่ในการจำหน่ายสินค้า และเวลา ๐๙.๓๐ น. นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา พร้อมด้วยนายบุญเหลือ เจริญวัฒน์ รองนายกเทศมนตรีคนที่ ๑ นายทวีศักดิ์ พันธ์วิเศษศักดิ์ ปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดใหม่แม่กิมเฮง ที่บริเวณเกิดเหตุเพลิงไหม้

เร่งจัดสรรพื้นที่ขายของ

นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า “ความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในคืนที่ผ่านมานั้น ประมาณความเสียหายไว้กว่า ๕๐ ล้านบาท แต่หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วคาดว่า ความเสียหายน่าจะถึง ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งในวันนี้เทศบาลฯ ต้องทราบจุดที่จะช่วยพ่อค้าแม่ค้าได้จำหน่ายสินค้าเหมือนเดิมอีกครั้ง และจะเร่งตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เพื่อจะได้ประสานงานการรื้อถอนโดยด่วน และจะพูดคุยกับเจ้าของตลาดว่า จะมีการสร้างไหม้หรือปรับปรุงส่วนไหนบ้าง”

ต่อข้อถามว่า “สามารถยืนยันได้ไหมว่า สาเหตุเพลิงไหม้ไม่ได้เกิดจากการวางเพลิงเพื่อขอค่าประกันความเสียหาย” ซึ่งนายสุรวุฒิ เชิดชัย ตอบว่า “ขณะนี้ยังไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ หากมองดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องอื่น เพราะว่า เมื่อเกิดไฟไหม้ก็มีการโทรแจ้งทันที และล่าสุดเจ้าอาวาสวัดสะแกได้มอบพื้นที่วัดให้พ่อค้าแม่ค้าได้เข้ามาจำหน่ายสินค้า ซึ่งเทศบาลฯ ก็จะจัดสรรพื้นที่อย่างมีระเบียบต่อไป”

วินาทีหนีตาย

นางศิริวรรณ ไทยอินทรารักษ์ เจ้าของร้านจำหน่ายเส้นบะหมี่ ซึ่งเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า “เมื่อคืนวันที่ ๑ พฤศจิกายน เวลาประมาณ ๒ ทุ่ม ได้ยินเสียคนร้องและวิ่งมาบริเวณข้างหลังร้าน จึงมองดูว่าเขาเป็นอะไร ขณะนั้นได้หันไปเห็นไฟกำลังลุกในร้านขายดอกไม้แต่ยังไม่แรงมาก ตอนแรกก็ตั้งใจจะเอาน้ำราดเพื่อให้ไฟดับ แต่มีคนตะโกนบอกว่า ราดน้ำไม่ได้ไฟฟ้าลัดวงจร จากนั้นได้วิ่งออกมาบริเวณข้างนอกตลาด และตะโกนบอกคนที่ผ่านไปผ่านมาว่าไฟไหม้ เวลาผ่านไปประมาณ ๑๐ นาที ไฟเริ่มรุกลามอย่างรวดเร็ว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง กู้ภัย และตำรวจ ซึ่งกู้ภัยมาถึงเป็นหน่วยงานแรก แต่รถดับเพลิงมาถึงหลังจากนั้น เมื่อมาถึงไฟก็โหมรุนแรงแล้ว และเพลิงยังลามไปไหม้หม้อแปลงไฟฟ้าในตลาดด้วย ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง และสะเก็ดไฟก็กระเด็นไปตกทั่วบริเวณ ทำให้ไฟไหม้รุนแรงกว่าเดิม”

จ๊อดดอกไม้’ยันไม่ใช่ต้นไฟ

นางนันทนา ปรุตรรจิต เจ้าของจ๊อดดอกไม้งาม กล่าวว่า “ร้านจ๊อดดอกไม้เปิดมากว่า ๓๐ ปีแล้ว ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เพราะร้านมีระบบกันไฟฟ้าลัดวงจรอย่างดี และทุกครั้งที่ปิดร้านก็จะปิดสวิทซ์ไฟเสมอ โดยเมื่อคืนนี้ก่อนจะปิดร้านกลับบ้านประมาณ ๒ ทุ่ม ได้สังเกตเห็นแมวเหมือนวิ่งหนีอะไรมาสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีไฟไหม้เกิดขึ้น และในร้านก็มีระบบกันไฟฟ้าลัดวงจรอยู่แล้ว จึงไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายอย่างนี้ ซึ่งยืนยันว่า ไม่มีทางที่ต้นตอของเพลิงไหม้จะเกิดขึ้นจากร้านจ๊อดได้ อาจจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ยืนยันต้นตอและสาเหตุที่แท้จริง ต้องการให้ทุกคนฟังเรื่องราวให้ครบด้าน เพราะคนที่พบเห็นเหตุการณ์คนแรกๆ เขาก็ค้าขายสินค้าคล้ายๆ เรา ถ้าพูดตรงๆ คือเขาไม่ชอบเรา ดังนั้นต้องรอให้ทุกอย่างชัดเจน ส่วนการค้าขาย ก็จะย้ายไปฝั่งตรงข้าม เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ามาก จึงต้องสู้ทำมาหากินต่อไป”

จากนั้น เวลา ๑๔.๓๐ น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ได้เรียกผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อสรุปหาสาเหตุและข้อสรุปแนวทางเยียวยาให้ความช่วยเหลือ แต่ความเสียหายไม่เข้าหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุกรณีใช้งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากไม่ใช่บ้านพักอาศัย แต่เป็นสถานที่ประกอบการค้า จึงสำรองเงินช่วยเหลือกรณีเครื่องมือเครื่องใช้และทุนประกอบการอาชีพรายละไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ บาท 

นายปฏิญญา พัฒนภูทอง (เฮียน้อย) ผู้อำนวยการตลาดใหม่แม่กิมเฮง ซึ่งเข้าประชุมด้วย กล่าวว่า “ตลาดเอกชนแห่งนี้ได้เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๒ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น ๘ ไร่ โซน ๑ เนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่ ซึ่งเป็นสถานที่ขายของใช้เบ็ดเตล็ดและสินค้าอุปโภค บริโภคได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ โดยมีผู้ประกอบการทั้งสิ้น ๗๒ รายได้รับผล กระทบ ซึ่งตลาดไมได้นิ่งนอนใจ หากหน่วยงานราชการได้คืนพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ แต่บางส่วนมีปัญหาเรื่องโครงสร้างที่อาจไม่ปลอดภัย จะเร่งปรับปรุงโครงสร้างเพื่อจัดแบ่งพื้นที่ขายที่โซน ๓ ด้านหลังแผงขายอาหารสำเร็จรูป ซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งหมด”

“อย่างไรก็ตาม เมื่อปี ๒๕๓๗ ตลาดแห่งนี้เคยประสบเหตุเพลิงไหม้โซน ๒ ซึ่งเป็นตลาดผ้าแต่ความเสียหายไม่รุนแรงเท่ากับครั้งนี้ ซึ่งประเมินกว่า ๕๐ ล้านบาท ส่วนเสียงครหาต่างๆ จากผู้ไม่หวังดี ทั้งเผาเอาประกัน เผาไล่ที่ เตรียมขายให้นายทุนหรือกงสีมีปัญหาขัดแย้ง ขอยืนยันไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุ เราขอยืนยันจะใช้วิกฤตเป็นโอกาส สร้างตลาดใหม่ให้ทันสมัยและถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อให้เป็นตลาดเอกชนที่ดีที่สุดของภาคอีสาน” นายปฏิญญา กล่าว

ทั้งนี้ นายปฏิญญา พัฒนภูทอง เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า “เราขอชี้แจงทั้งหมดว่า ๑.เรายืนยันว่าเราจะก่อสร้างใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทางราชการให้เวลามา เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าขายได้ตามปกติ ๒.ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยเร่งรัดให้จ่ายไฟฟ้าเข้าไปในตลาดแม่กิมเฮงได้ เราก็จะเปิดในโซนที่ไม่ได้ถูกไฟไหม้ และจัดให้ทั้ง ๗๒ รายนี้ไปขายก่อน ส่วนผัง ๑ ที่ไฟไหม้เราจะทำสังกะสีล้อม และส่วนที่เป็นทางเดินเท้ามีแม่ค้า ๕-๖ ราย ก็จะให้เข้ามาข้างใน ความจริงแล้วไม่เกี่ยวกับตลาด เป็นเรื่องของเทศบาลที่ดูแล ก็จะให้เข้ามาอยู่ข้างในทั้งหมด ทางผู้ว่าฯ สั่งการในที่ประชุมว่า ให้วิศวกรรีบเข้าไปตรวจสอบและอนุญาตให้สามารถจ่ายไฟได้ภายใน ๒-๓ วันนี้ 

นายปฏิญญา กล่าวอีกว่า “ส่วนสาเหตุนั้น ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบ ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเหตุเกิดตอนกลางคืน เขาก็กลับบ้านกันหมด ส่วนผมก็อยู่กับภรรยาที่ขอนแก่น เพิ่งเดินทางมาถึงช่วงเช้า พ่อค้าแม่ค้าพูดกันว่าต้นเพลิงอยู่ในตลาด แต่ไม่รู้ว่าร้านไหน แต่รู้ว่าอยู่ในตลาด ไม่ได้เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้า และไม่ใช่ทางร้านศิริชัย คนสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา แต่เรายังตอบไม่ได้เนื่องจากไม่มีใครอยู่ ซึ่งเหตุไฟไหม้เคยเกิดขึ้นที่ตลาดผ้าช่วงปี พ.ศ.๒๕๓๗ ส่วนอาคารที่เห็นในปัจจุบันนั้น เป็นการปรับปรุงใหม่หมด ความเสียหายครั้งนี้มีการคาดกันไว้ว่า ประมาณ ๕๐ ล้านบาท ซึ่งแท้จริงอาจจะไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะสมัยก่อนสร้างตลาดทั้งหมดแค่ ๔๐ ล้านบาท แต่ครั้งนี้ไฟไหม้เพียงโซนเดียว เป็นโครงหลังคาเหล็กเท่านั้น ซึ่งความเสียหายจะถึง ๕๐ ล้าน ได้อย่างไร เราประเมินไม่ได้เท่านั้นเอง ทั้งค่ารื้อถอน หรือค่าอะไรอื่นๆ ต้องรอจนกว่าทางราชการอนุญาตให้เข้าไปดำเนินการได้ เราถึงจะคิดได้ว่าความเสียหายมากน้อยเพียงใด” 

“นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ วิเชียรยืนยันในที่ประชุมว่า หากตลาดยืนยันจะทำต่อ ก็อยากให้ทำเป็นตลาดทันสมัย ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะปรับวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นในจำนวน ๑ ไร่ ดูแล้วไม่มีอะไรซับซ้อนหรือน่าสงสัย แต่เหตุเกิดที่ระเบิดไม่ใช่แก๊ส ถ้าใช่ก็คงกระจายไปทั่วแล้ว ที่ระเบิดเป็นพวกตู้แช่ ส่วนตลาดผ้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสกัดเพลิงไว้ได้ ข้างล่างไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนที่เสียหายก็เป็นแผงปูนธรรมดา ไม่ได้มีราคาสูงมาก จะไปคาดการณ์ค่าเสียหายว่า ๕๐ ล้าน คงไม่ถึง และทรัพย์สินส่วนที่เสียหายมีการทำประกันอยู่แล้ว ขณะนี้ต้องรอประกันเข้ามาตรวจสอบ” 

นายปฏิญญา กล่าวย้ำว่า “ในฐานะผู้บริหารตลาด เราขอยืนยันกับพ่อค้าแม่ค้าว่า จะเร่งให้เร็วที่สุดตามคำสั่งผู้ว่าฯ ภายใน ๒ วันให้สามารถเปิดขายได้ เพราะพ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน กลุ่มที่ขายรายวันได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างมาก ผู้ว่าฯ เร่งทุกฝ่ายให้ดำเนินการโดยด่วน แต่เรายังไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากทางราชการเขายังไม่อนุมัติให้เข้าพื้นที่ เบื้องต้นได้ขอทางที่ประชุมว่า ขอให้มีไฟฟ้าก่อน โดยการไฟฟ้าฯ ยื่นข้อเสนอมาแล้วว่า ต้องสร้างหม้อแปลงใหม่ อาจะใช้เวลาประมาณ ๓-๔ วัน แต่ผู้ว่าฯ ต้องการให้ได้ภายใน ๒ วัน และตลาดกำลังวางผังใหม่ เพื่อจะให้ทุกคนมาขายของได้ เมื่อไฟฟ้ามาก็สามารถเปิดให้บริการได้เลย”

“ตลาดแม่กิมเฮง” เป็นธุรกิจของนายยุคลธร โลวเจริญกุล หรือ “เสี่ยก๊ก” คหบดีชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับมรดกจากมารดาคือนางกิมเฮง โลวเจริญกุล นอกจากนี้ “เสี่ยก๊ก” ยังเป็นเจ้าของโรงแรมเจ้าพระยาอินน์ แต่เมื่อนายยุคลธรเสียชีวิตในต้นปีพ.ศ.๒๕๔๘ ทายาทได้ขายกิจการโรงแรมให้กับนายบุญแสง ปึงพิพัฒน์ตระกูล เจ้าของโรงแรมเมย์ ฟลาวเวอร์ ในหลายจังหวัด ในราคา ๒๓๕ ล้านบาท และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมเมย์ ฟลาวเวอร์ โคราช แต่ตลาดแม่กิมเฮงซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และมีทางเข้าตลาด ๓ ด้าน ทั้งถนนโพธิ์กลาง ถนนสุรนารี และถนนบัวรอง ไม่ได้ขาย

เดิมบริเวณ “ตลาดแม่กิมเฮง” เป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์เจ้าพระยาและโคราชโบล์ สถานเล่นโบลิ่ง จากนั้นปี ๒๕๓๐ มีการรื้อและเริ่มสร้างเป็นตลาดแม่กิมเฮงในปี ๒๕๓๑ หลังจากที่เทศบาลเมืองฯ มีนโยบายรื้อตลาดเทศบาล ๑ ตลาดใหญ่ที่สุด แต่เริ่มไม่เหมาะสมในเรื่องสถานที่ตั้ง หลังใช้เวลาก่อสร้างตลาดแม่กิมเฮงประมาณ ๑ ปีมูลค่าก่อสร้าง ๔๐ ล้าน จึงเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๒ ปัจจุบันภายหลังจากที่ “เสี่ยก๊ก” เสียชีวิต ตลาดแม่กิมเฮงสืบทอดโดยลูกสาวคือนางสาวชรินทร์ธร โลวเจริญกุล (ไก่) และภริยาของเสี่ยก๊กคือนางสาวอรพิน ศรีบุญเรือง (นิด) ซึ่งดูแลโรงเรียนทางภาคเหนือ โดยมอบหมายให้นายปฏิญญา พัฒนภูทอง เป็นผู้บริหารในฐานะผู้อำนวยการ

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๐๕ วันพุธที่ ๔ - วันอังคารที่ ๑๐ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 


823 7807