20thOctober

20thOctober

20thOctober

 

November 11,2020

กำแพงเมืองนครราชสีมา

เมืองนครราชสีมา เป็นปราการที่หนาแน่นเมืองหนึ่ง มีการวางผังเมืองไว้อย่างรอบคอบ นับตั้งแต่ คู ค่าย ประตู หอรบ

ผังเมืองนครราชสีมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถนนภายในตัวเมืองตัดกันเป็นรูปตารางหมากรุก (Grid pattern system) คล้ายกับผังเมืองราชธานีของอยุธยา

 

• ลักษณะกำแพงเมือง  

สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นแนวคันดินลักษณะกำแพง สร้างในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ.๒๐๙๙-พ.ศ.๒๑๑๑) ส่วนกำแพงที่เป็นอิฐสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๑๒-๒๑๑๓)  ความยาวจากด้านทิศตะวันออก-ทิศตะวันตกประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร ความกว้างจากด้านทิศเหนือ-ทิศใต้ประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร สันกำแพงมีความหนาประมาณ ๒-๓ เมตร ส่วนบนกำแพงสูงสุดก่อเป็นรูปใบบัง มีลักษณะเหมือนใบเสมา ใต้ใบเสมาตลอดแนวเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมกากบาทสำหรับส่องมองเหตุการณ์ ส่วนแนวกำแพงด้านในก่อเป็นเชิงพลหรือเชิงเทินต่ำกว่าระดับกำแพงส่วนนอก ใช้เป็นที่สำหรับทหารประจำการในยามศึกสงคราม 

 

บางท่านเห็นว่ากำแพงเมืองเป็นรูปกลองไชยเภรี (กลองชนะศึก) วัดโดยรอบยาวประมาณ ๕,๒๑๘ เมตร มีเนื้อที่ภายในกำแพง ๑๐๐ ไร่ มีใบเสมารอบกำแพงเมือง ๔,๓๐๒ ใบ มีป้อมรายรอบ ๑๕ ป้อม แต่ละป้อมจะมีปืนใหญ่ประจำ มีประตูเมือง ๔ ประตูประจำแต่ละทิศ ทุกประตูจะมีหอรบอยู่เหนือประตู การที่ผังเมืองนครราชสีมามีคันคูล้อมรอบและสร้างกำแพงเมืองเป็นเครื่องกั้นศัตรูที่จะมารุกรานนี้ สันนิษฐานว่า นายช่างชาวฝรั่งเศสร่วมในการวางผังเมือง 

เคยมีผู้ขุดพบคลังอาวุธ ฉางข้าว ฉางเกลือ ที่บริเวณทิศเหนือวัดกลางนคร (บริเวณ ร.ร.ศิริวิทยากรเดิม ปัจจุบันเป็นโรงเรียนรวมมิตรวิทยา) โดยเฉพาะฉางข้าว ฉางเกลือ ประมาณกันว่า ถ้าข้าศึกล้อมเมืองก็สามารถเลี้ยงทหารและพลเมืองได้ถึง ๒-๓ ปี ซึ่งสอดคล้องกับเมื่อครั้งพระเพทราชาส่งกองทัพมาปราบพระยายมราช (สังข์) เจ้าเมืองนครราชสีมา โดยล้อมเมืองนครราชสีมาอยู่ถึง ๒ ปีเศษจึงตีได้สำเร็จ เพราะในเมืองขาดแคลนอาหาร

 

• อายุของกำแพงเมือง 

จากหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีที่บริเวณวัดพายัพ พบเศษภาชนะเครื่องถ้วยสุโขทัยแบบเคลือบสีเขียว สันนิษฐานว่า อยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ซึ่งเป็นร่องรอยว่ามีชุมชนมาก่อนมีการสร้างกำแพงเมือง นักโบราณคดีจึงกำหนดอายุของกำแพงเมืองนครราชสีมาว่าสร้างขึ้นในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ ๒๑ 

ในปี พ.ศ.๒๓๖๙ สมัยรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ก่อการกบฏยกทัพมากวาดต้อนครอบครัวชาวเมืองนครราชสีมาไปเวียงจันทน์และจุดไฟเผาบ้านเรือน รื้อทำลายป้อมและกำแพงเมือง 

แม้จะปรากฏว่า ในสมัยรัชกาลที่ ๔ จะทรงโปรดให้มีการซ่อมแซมป้อมและกำแพงเมือง และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็กระทำได้เป็นบางส่วน แต่ต้องหยุดชะงักลงเพราะไทยมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงกับฝรั่งเศส บางหลักฐานกล่าวว่ากำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกตั้งแต่ วัดพายัพมาจนจรดริมถนนมหาดไทย เป็นกำแพงเมืองบริเวณสุดท้ายที่ถูกรื้อถอนเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๗ เหลือเพียงประตูชุมพลและแนวกำแพงสั้นๆ เท่านั้น (ใบเสมาฝั่งละ ๕ ใบ) ให้เห็นเป็นร่องรอยของการเป็นเมืองเก่า 

กำแพงเมืองและซุ้มประตูชุมพล ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา ดังเพลงมาร์ชราชสีมาตอนหนึ่งที่ว่า

“ราชสีมาเหมือนดังศิลาที่ก่อกำแพง

สยามจะเรืองกระเดื่องเดชแรง

ด้วยมีกำแพงคือราชสีมา”

 

• ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๕๓ วันพุธที่ ๑๑ - วันอังคารที่ ๑๗ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๓


989 3,286