2ndDecember

2ndDecember

2ndDecember

 

December 16,2021

มทส. ต่อยอดงานวิจัย เปิด “โรงสกัดกลั่นน้ำมันกัญชา” สกัดสารออกฤทธิ์สำคัญในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รองรับคลัสเตอร์กัญชาแบบครบวงจร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส. ) เปิด “โรงสกัดกลั่นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5” ภายใต้โครงการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรม เครื่องกลั่นประสิทธิภาพสูงด้วยระบบการปั่นผสมไอแบบต่อเนื่อง สามารถแยกสาร THC ออกจาก CBD  ได้ พร้อมสกัดกลั่นน้ำมันกัญชาได้วันละ 3 ลิตร และใช้ได้กับกัญชา-กัญชงทุกสายพันธุ์ พร้อมนำร่องร่วมถึงคิดค้นนวัตกรรมการใช้สารสำคัญในการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยทางการแพทย์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงกัญชาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างคลัสเตอร์กัญชาที่เข้มแข็งครบวงจร พร้อมเป็น Cannabis Hub ของประเทศ

วันนี้ (16 ธันวาคม 2564)  ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิด “โรงสกัดกลั่นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5” โครงการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มทส. โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี มทส. ศาสตราจารย์ ดร.หนึ่ง เตียอำรุง คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นันทกร บุญเกิด และ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ บุญทาวัน นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนคราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับ  พร้อมเข้าชมกระบวนการสกัดกลั่นโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแยกสารออกฤทธิ์สำคัญในกัญชา-กัญชง

รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี มทส. กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยได้เริ่มโครงการวิจัย “การผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์”เพื่อให้โครงการนี้ เป็นแหล่งองค์ความรู้เทคโนโลยีและคลัสเตอร์วิจัยด้านกัญชา-กัญชงที่สำคัญ ที่สามารถตอบโจทย์ของประเทศทั้งด้านงานวิจัย นวัตกรรม การพัฒนากัญชา-กัญชงระดับคุณภาพ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

จากผลการผลิตกัญชา มทส. ทั้ง 4 รุ่น ที่ผ่านมา ได้ผ่านการรับรองคุณภาพ และมาตรฐานจากหน่วยงานระดับประเทศว่า  มีคุณภาพเยี่ยม ปลอดภัยแก่ผู้บริโภคในระดับ Medical Grade ให้สารออกฤทธิ์สำคัญสูง  ไม่มีโลหะหนักตกค้างจึงสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญ ในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนไทย และแผนปัจจุบันหลายขนาน    จากการสั่งสมองค์ความรู้เทคโนโลยีและการวิจัยของทีมนักวิจัยสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกัญชาสายพันธุ์ไทย นับแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ เทคโนโลยีการเพาะปลูก ดูแล รักษา และการเก็บเกี่ยวผลผลิต การบริการวิชาการแก่สังคม ด้วยการจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่วิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร ควบคู่ไปกับการจัดคู่เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทั่วไป  เกิดคลัสเตอร์กัญชาที่ครบวงจรที่สุด และปัจจุบันถือได้ว่า  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คือ Cannabis Hub ใหญ่ที่สุดของประเทศขณะนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้ง “โรงสกัดกลั่นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5” จากสำนักงานกรรมการอาหารและยา ในครั้งนี้  จะเป็นการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้หลักการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการสกัดกลั่นสารสำคัญจากดอกกัญชา ในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยพัฒนาและต่อยอดจาก เครื่องกลั่นลำดับส่วนระดับโมเลกุล (Fractional molecular distillation) ของ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ บุญทาวัน สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรที่สามารถแยกสาร THC ออกจาก CBD ได้ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือพิเศษที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง มีขีดความสามารถและมีประสิทธิภาพในการสกัดกลั่นสูง ทั้งยังสามารถทำการกลั่นน้ำมันได้ทุกสายพันธุ์ ผลจากความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การวิจัยคุณสมบัติของสารสำคัญที่นำไปปรับใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์สาธารณสุข ด้านเวชสำอางค์ การบำบัดรักษา เป็นต้น ทั้งยังต่อยอดให้เกิด Start up เกี่ยวนวัตกรรมกัญชาของประเทศต่อไป”

ศาสตราจารย์ ดร.หนึ่ง เตียอำรุง คณบดีสำนักวิชาเทคโลยีการเกษตร กล่าวว่า มทส. ได้รับอนุญาตผลิตกัญชา เลขที่ใบอนุญาตที่ 13/2563  และเริ่มปลูกรุ่นแรกเมื่อเดือนเมษายน 2563 โดยผลผลิตช่อดอกได้นำส่งให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ศูนย์วิจัยหลอดเลือดสมอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งในปัจจุบันได้ดำเนินการมาถึงรอบผลิตที่ 4  เพื่อเป็นการต่อยอดการวิจัยในระดับกลางน้ำ มหาวิทยาลัยได้ขอรับอนุญาตผลิต(สกัด) โดยได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตเลขที่ 13/2564 และได้ดำเนินการต่อไปอนุญาตในปี 2565 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ในปัจจุบันได้มีงานวิจัยที่นำสารสกัดจากกัญชามาใช้ในการรักษาโรคแผนปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ข้ออักเสบ และโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ เป็นต้น น้ำมันกัญชาเป็นหนึ่งในสารตามธรรมชาติที่พบได้ในพืชกลุ่มกัญชาและกัญชา โดยทั่วไปแล้วจะมีองค์ประกอบทางเคมีอยู่ 3 กลุ่ม คือเทอร์ปีน (terpene) ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) และ แคนนา         บินอยด์ (Cannabinoids) โดยยังมีสารประกอบของแคนนาบินอยด์ที่สำคัญอีก 2 ชนิดคือ เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol; THC) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทที่ถือเป็นสารเสพติด และแคนนาบิไดออล (Cannabidiol; CBD) ที่มีคุณค่าทางยามากเช่นกัน แต่ไม่ถือเป็นสารเสพติด โดยสัดส่วนของ THC:CBD จะมีค่าแตกต่างกันแล้วแต่ชนิดของพันธุ์กัญชาที่จะนำมาใช้ เช่น สายพันธุ์หางกระรอก จะมีปริมาณของ THC ที่สูงมาก ทำให้ไม่สามารถใช้กับผู้ป่วยในปริมาณที่สูงได้ 

นอกจากนี้ การกำจัดสาร THC ออกจากน้ำมันกัญชา จะต้องใช้เครื่องมือชนิดพิเศษด้วยระบบโครมาโตรกร๊าฟฟี่ (preparative chromatography) ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง โดย มทส. ได้พัฒนาเครื่องกลั่นลำดับส่วนระดับโมเลกุล (Fractional molecular distillation) ที่สามารถแยกสาร THC ออกจาก CBD ได้ ทั้งนี้เนื่องจาก THC และ CBD มีจุดเดือดแตกต่างกันที่ 157 และ 180  องศาเซลเซียสตามลำดับ หากทำการป้อนน้ำมันกัญชาดิบเข้าไป 1 ส่วน สามารถกลั่นลำดับส่วนแบบสุญญากาศได้แล้วจะได้ส่วนต่าง ๆ  ออกมา 4 ส่วนคือ Terpene, THC, CBD, และส่วนที่กลั่นไม่ได้ (stillage) ตามลำดับ โดยเครื่องดังกล่าวเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากเรื่อง “เครื่องกลั่นประสิทธิภาพสูงด้วยระบบการปั่นผสมไอแบบต่อเนื่อง” เลขที่คำขอ 1001000226 ทะเบียนข้อมูลเลขที่ 67240 วันที่ออกหนังสือรับรอง 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งเครื่องดังกล่าวมีขีดความสามารถในการกลั่นน้ำมันกัญชาได้วันละ 3 ลิตร และสามารถทำการกลั่นน้ำมันได้ทุกสายพันธุ์


1091 1395