18thMay

18thMay

18thMay

 

January 30,2022

หลอกลวงจองเปิดร้านสะดวกซื้อ ประธานโครงการทำสูญหลายร้อยล้าน

ตัวแทนบริษัทที่ถูกแอบอ้างชื่อไปหลอกลวงแห่แจ้งความให้ดำเนินคดีกับประธาน โครงการฯ ที่หลอกให้จ่ายเงินจองเปิดร้านสะดวกซื้อออนไลน์ แฉมีหมายจับอื้อแต่ยังลอยนวลไปตั้งบริษัทสร้างนอมินีไม่หยุด

เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ น.ส.ผกาเกศ หล้าคำ ตัวแทนบริษัทบายสมาร์ทพลัส ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกแอบอ้างชื่อบริษัทไปหลอกลวงประชาชน รวมถึงผู้เสียหายจากหลายจังหวัดทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานเกือบ ๓๐ คน ที่ถูกหลอกให้ร่วมจองเปิดช็อปหรือร้านสะดวกซื้อออนไลน์ สูญเงินไปรายละหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสิทธวีย์ หรือบอส (ขอสงวนนามสกุล) ประธานโครงการร้านสะดวกซื้อออนไลน์ โดยกล่าวหาว่านายสิทธวีย์ มีพฤติกรรมแอบอ้างใช้ชื่อบริษัท ไปหลอกลวงชักชวนให้เพื่อน คนรู้จัก และประชาชนทั่วไป  เข้าร่วมโครงการร้านสะดวกซื้อออนไลน์ ซึ่งหากใครสนใจจะต้องจ่ายเงินจองล่วงหน้าตามขนาดไซส์ช็อปที่จะเปิด ก็มีคนหลงเชื่อจ่ายเงินจองรายละตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐–๑๒๐,๐๐๐ บาท คาดว่าทั้งประเทศมีประชาชนตกเป็นเหยื่อจ่ายเงินจองเปิดช็อปให้กับนายสิทธวีย์ มากกว่า ๑,๐๐๐ คน คาดว่ามูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท   

น.ส.ผกาเกศ ตัวแทนบริษัท กล่าวว่า ที่ตัวแทนบริษัท และผู้เสียหาย พากันเดินมาที่ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ในวันนี้เนื่องจากทราบว่านายสิทธวีย์ ได้ถูกจับกุมตามหมายจับ คดีขับรถขณะมึนเมา และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหายตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในท้องที่จ.ขอนแก่น แล้วถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ สภ.นางรอง ท้องที่เกิดเหตุ จึงได้เดินทางมาเพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายสิทธวีย์ ฐานแอบอ้างชื่อให้บริษัททำให้เสียหาย และฉ้อโกงประชาชน ทั้งอยากให้นายสิทธวีย์ ชดใช้เงินคืน ทั้งขอให้พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบว่านายสิทธวีย์ มีหมายจับคดีฉ้อโกงหรือไม่ หากมีก็ขอให้มีการอายัดตัวไว้เพราะเกรงว่าจะหลบหนี เพราะจากที่ให้ทนายความตรวจสอบทราบว่านายสิทธวีย์ มีหมายจับหลายคดี แต่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี กลับเปลี่ยนชื่อเปิดบริษัทใหม่แล้วไปหลอกลวงประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนายสิทธวีย์ ตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อจะได้ไม่ไปหลอกลวงสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่นอีก

นายเอกวิศิษฏิ์ จันทะมานน ชาว จ.ปทุมธานี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ที่ผู้เสียหายส่วนใหญ่หลงเชื่อนายสิทธวีย์ เพราะใช้ชื่อบริษัทแอบอ้าง ทั้งมีการโฆษณาชวนเชื่อหลายอย่าง ทั้งข้อเสนอและผลตอบแทนที่จูงใจ อีกทั้งหลายคนก็อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือร้านสะดวกซื้อเป็นของตนเอง จึงหลงเชื่อจ่ายเงินจองเปิดช็อปล่วงหน้าไป เฉพาะตนเอง ภรรยา และลูกสาว ก็จองไป ๓ ช็อปๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้หากใครไปชักชวนญาติพี่น้องหรือคนรู้จัก มาร่วมเป็นสมาชิกได้อีก ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มอีก ตนจึงไปชักชวนคนที่รู้จักทั้ง จ.เพชรบูรณ์ นนทบุรี ระยอง ยโสธร และอีกหลายจังหวัด มาร่วมเป็นสมาชิกมากกว่า ๒๐ คน หลังจากจ่ายเงินไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครได้เปิดร้านสะดวกซื้อ  หรือได้ค่าคอมมิชชั่นตามที่นายสิทธวีย์ กล่าวอ้างแม้แต่คนเดียว จึงเชื่อว่าเป็นการหลอกลวงแน่นอน จึงได้พากันมาแจ้งความให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนนายสิทธวีย์ ขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.นางรอง เพื่อรอพนักงานสอบสวนส่งฟ้องที่ศาลนางรองในคดีขับรถขณะมึนเมา และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย” ในวันพรุ่งนี้ ส่วนหมายจับคดีฉ้อโกงหรือคดีอื่นนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ   

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๑๒ ประจำวันที่ ๒๖ เดือนมกราคม - วันอังคารที่ ๑ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๕


823 1441