2ndJuly

2ndJuly

2ndJuly

 

March 20,2022

สาธารณสุขปกป้องกลุ่ม ๖๐๘ เสี่ยงเสียชีวิตจากโควิด-๑๙ เร่งฉีดวัคซีนก่อนสงกรานต์

 

สสจ.โคราชเผยสถิติผู้เสียชีวิตจากโควิดร้อยละ ๙๗ เป็นกลุ่ม ๖๐๘ หรือผู้มีอายุมากกว่า ๖๐ ปี และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ยํ้าทุกคนคือกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการให้ตรวจ ATK ทันที ‘ผู้ว่าวิเชียร’ สั่งทุกอําเภอเร่งฉีดวัคซีนก่อนสงกรานต์ เพื่อรับมือและป้องกันเสียชีวิต

เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นพ.วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอเมืองนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานโรคติดต่อ สสจ.นครราชสีมา ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา

นพ.วิชาญ คิดเห็น กล่าวว่า “สถานการณ์การระบาดทั่วโลก ขณะนี้การระบาดในประเทศแทบทวีปยุโรปและอเมริกาเริ่มลดน้อยลง แต่กำลังระบาดรุนแรงในทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ เวียดนาม ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง และไทย ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย พบผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจมากขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน มีจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเฉลี่ยวันละ ๗๐ ราย และวันนี้ทั่วประเทศพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ๑๙,๗๔๒ ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันผลด้วย RT-PCR หากจะนับผู้ป่วยยืนยันผล ATK ด้วย อาจจะมากเกือบ ๑ แสนรายต่อวัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้ เมื่อดูตัวเลขผู้เสียชีวิตวันที่ ๑๔ มีนาคม ทั่วประเทศพบ ๖๙ ราย แบ่งเป็น ๒ กลุ่มได้แก่ กลุ่มผู้เสียชีวิตที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ๔๙ ราย และกลุ่มผู้เสียชีวิตที่มีอายุน้อยกว่า ๖๐ ปี แต่มีโรคเรื้องรัง ๑๘ ราย ดังนั้นผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่ม ๖๐๘ มากถึงร้อยละ ๙๗ มีเพียง ๒ รายที่อายุน้อยกว่า ๖๐ ปี และไม่มีโรคเรื้อรัง ถ้าถามว่าวันนี้ควรทำอะไร คำตอบ คือ ควรจะปกป้องคนกลุ่ม ๖๐๘ เป็นอันดับแรก ซึ่งขณะนี้ในโคราชเริ่มแล้ว ทุกอำเภอมีการนำคนกลุ่ม ๖๐๘ มารับวัคซีน Pfizer ให้ครบ ๒ เข็ม และผู้ที่ฉีดเข็ม ๒ มากกว่า ๓ เดือน ให้มารับเข็มที่ ๓ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็ง หากยังไม่ได้รับวัคซีนให้มารับโดยด่วน เพราะผู้เสียชีวิตหลายรายเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง”
    
“สำหรับสถานการณ์ระบาดในโคราช วันนี้พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด ๑,๔๘๓ ราย แบ่งเป็น RT-PCR ๓๖๙ ราย และ ATK ๑,๑๑๔ ราย ซึ่งแพทย์จะตรวจ RT-PCR เฉพาะผู้ป่วยที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ผู้ป่วยกลุ่ม ๖๐๘ หรือกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ที่จะต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล นอกจากนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง ๑,๔๘๓ ราย หากแบ่งกลุ่มความรุนแรง จะพบว่า มีเพียง ๒ กลุ่ม คือ ผู้ป่วยสีเขียว (อาการน้อย) ๑,๔๐๓ ราย และผู้ป่วยสีเหลือง (อาการปานกลาง) ๘๐ ราย ส่วนผู้ป่วยสีแดง (อาการรุนแรง) ยังไม่พบ เพราะผู้ป่วยเข้าถึงได้เร็ว เข้าถึงได้ทัน ก่อนที่เชื้อจะลงปอด ทำให้เกิดอาการรุนแรง ซึ่งผู้ป่วยสีแดงส่วนใหญ่จะมาจากผู้ป่วยสีเหลืองที่กำลังรักษาอยู่ ดังนั้น เราจะไม่ปล่อยให้คนโคราชต้องนอนแล้วมีอาการรุนแรงที่บ้าน แต่เมื่อเป็นลักษณะนี้แสดงว่า ระบบสาธารณสุขของโคราชยังดำเนินการได้”
    
“สถานการณ์ผู้เสียชีวิตในโคราชจากโควิด ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ สะสม ๕๔ ราย หากคิดจากอัตราผู้ติดเชื้อ จะพบว่า มีผู้เสียชีวิตเพียงร้อยละ ๐.๑๗ จากผู้ติดเชื้อสะสม ๓๔,๐๖๖ ราย ซึ่งขณะนี้ยังมีผู้ป่วยรักษาอยู่ ๑๑,๔๙๘ ราย แบ่งการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล ๑,๘๘๔ ราย โรงพยาบาลสนาม ๑๖๑ ราย อยู่ในชุมชนหรือ CI ๑,๖๔๙ ราย อยู่ที่บ้านหรือ HI ๖,๙๓๐ ราย และเป็นผู้ป่วยรักษาแบบแจกแจกจบ Self Isolation ๘๗๔ ราย และปัจจัยหลักที่จะทำโควิด-๑๙ กลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ คือ การฉีดวัคซีนให้คลอบคลุม โดยในโคราชมีผู้รับวัคซีนเข็มที่ ๑ จำนวน ๑,๘๗๖,๕๕๓ คน หรือร้อยละ ๗๑ เหลือเพียงร้อยละ ๒๙ คนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหนจะต้องติดตามให้มารับวัคซีนให้ได้ ส่วนเข็มที่ ๒ จำนวน ๑,๖๘๐,๔๓๙ คน หรือร้อยละ ๖๓ และเข็มที่ ๓ จำนวน ๖๒๒,๙๓๐ คน หรือร้อยละ ๒๓”
    
“ปัจจุบันหากมีคนถามว่า ใครคือกลุ่มเสี่ยง ผมขอตอบว่า ทุกคน ดังนั้นทุกคนควรจะตรวจ ATK ทุกครั้งที่มีความเสี่ยง แต่ถ้าพบว่า ผลเป็นบวก ขอให้ตั้งสติเป็นอันดับแรก ยังไม่ต้องขับรถไปโรงพยาบาล และให้แยกตัวออกจากครอบครัว จะนอนห้องไหน หรือกินข้าวอย่างไร ต้องเตรียมความพร้อมไว้ จากนั้น ให้วางแผนเดินทางไปตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล แล้วจะได้รับยากลับมารักษาที่บ้าน ซึ่งขณะนี้หลายชุมชนทำได้ดี ไม่ใช่ตรวจพบเชื้อตอน ๐๑.๐๐ น. แล้วจะต้องโทรหารถพยาบาลให้วุ่นวาย ขณะนี้ไม่จำเป็นแล้ว จากตัวเลขผู้ป่วยมีร้อยละ ๙๕ เป็นสีเขียว และร้อยละ ๕ เป็นสีเหลือง ดังนั้น ผู้ป่วยสามารถรอถึงเช้าได้ แต่ถ้ามีอาการฉุกเฉิน เช่น หอบเหนื่อย ขอให้โทร ๑๖๖๙ แล้วจะมีคนไปรับถึงหน้าบ้าน”
    
นายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวว่า “เมื่อช่วงเช้ามีการประชุมนายอำเภอทุกแห่ง ผมได้เน้นย้ำเรื่องการฉีดวัคซีนเข็มที่ ๑ จึงขอแจ้งให้อำเภอที่ยังมีผลการฉีดต่ำกว่าภาพรวม ๖๘.๕๔% ได้แก่ อำเภอเมืองยาง ๔๓.๐๘% แก้งสนามนาง ๕๓.๒๔% ลำทะเมนชัย ๔๗.๖๐% บัวลาย ๕๔.๗๘% ชุมพวง ๕๕.๐๐% บ้านเหลื่อม ๕๖.๐๐% และเทพารักษ์ ๕๗.๐๐% อำเภอเหล่านี้ขอให้เร่งการทำงาน จะต้องมีผลการฉีดวัคซีนเข็มที่ ๑ มากขึ้นก่อนสิ้นเดือนนี้ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงสงกรานต์ ซึ่งหลังสงกรานต์สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นด้วย คล้ายกับช่วงหลังปีใหม่มาถึงวันนี้ การระบาดยังไม่หยุด ดังนั้น ทุกคนจะต้องช่วยกัน”

สำหรับความคืบหน้าของคลัสเตอร์ในจังหวัดนครราชสีมา นางสาวทิพวรรณ ศรีทรมาศ นักระบาดวิทยา สสจ.นครราชสีมา รายงานว่า วันนี้มี ๑๔ คลัสเตอร์ ประกอบด้วย ๑.พนักงานโรงงานแคนนอน อ.สูงเนิน มีผู้ติดเชื้อ ๑๒๒ ราย ๒.กรณีพนักงาน บริษัท โตคูมิ อิเล็คทรอนิคส์ ไทย จำกัด อ.สีคิ้ว มีผู้ติดเชื้อ ๑๐๐ ราย ๓.พนักงานบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม มีผู้ติดเชื้อ ๑๒๖ ราย ๔.สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา มีผู้ติดเชื้อ ๙๖ ราย ๕.หมู่ที่ ๑๒ บ้านหนองแวง ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว มีผู้ติดเชื้อ ๕๐ ราย ๖.หมู่ที่ ๑๐ บ้านหนองเม็กน้อย ต.แก้งสนามนาง มีผู้ติดเชื้อ ๒๔ ราย ๗.ต.ไพล อ.ลำทะเมนชัย มีผู้ติดเชื้อ ๒๑ ราย ๘.บ้านปอแดง หมู่ที่ ๔ ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย มีผู้ติดเชื้อ ๓๖ ราย ๙.โรงเรียนมัธยมบัวลาย ต.บัวลาย อ.บัวลาย มีผู้ติดเชื้อ ๑๙ ราย ๑๐.บุญฉลองอัฐิ ต.กระทุ่มราย อ.ประทาย มีผู้ติดเชื้อ ๑๑๘ ราย ๑๑.งานศพ หมู่ที่ ๘ ต.หันห้วยทราย อ.ประทาย มีผู้ติดเชื้อ ๒๕ ราย ๑๒.งานศพ หมู่ที่ ๑๒ ต.ตลาดไทร อ.ประทาย มีผู้ติดเชื้อ ๑๗ ราย ๑๓.ต.นางรำ อ.ประทาย มีผู้ติดเชื้อ ๑๕ ราย และ ๑๔.โรงเรียนคมเพ็ด ต.หันห้วยทราย อ.ประทาย มีผู้ติดเชื้อ ๑๔ ราย

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมือง กล่าวว่า “สถานการณ์ในพื้นที่อำเภอเมืองวันนี้ พบผู้ติดเชื้อยืนยันผล RT-PCR ๗๙ ราย และ ATK ๒๗๗ ราย โดยผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่กักตัวอยู่ และส่วนใหญ่จะมาจากการคัดกรองของโรงงาน สถานประกอบการ หรือกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอน ซึ่งจะให้ตรวจ ATK ก่อนทำกิจกรรม คนก็เลยเดินทางมาตรวจตามหน่วยบริการต่างๆ แล้วพบผลบวก ก็นำไปสู่การติดเชื้อในครอบครัว บางคนตรวจ ATK แต่ไม่มีอาการ มาตรวจเพื่อขอใบรับรอง เพื่อจะนำไปทำงานหรือเข้าร่วมกิจกรรม ทำให้การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดในครอบครัว และมีบางส่วนที่เป็นการจัดกิจกรรมในกลุ่มเครือญาติในต่างอำเภอหรือต่างจังหวัด เช่น กิจกรรมลอยอังคาร หรือไปท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม เมื่อกลับเข้าพื้นที่ก็พบว่า ติดเชื้อ”

นายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวสรุปว่า “จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีมากขึ้นทุกวัน เพราะสามารถพบเจอผู้ติดเชื้อทั่วไป ไม่ใช่เป็นคลัสเตอร์ แต่พบอยู่ทุกที่ ดังนั้น ประชาชนจะต้องระมัดระวังกัน ต้องมีการส่งเสริมให้ระวังมากขึ้น และทุกอำเภอขอให้ช่วยกันรณรงค์แดวัคซีนให้มากขึ้นด้วย เพราะวันนี้การระบาดมีทุกที่ ยากต่อการควบคุม จำเป็นที่ประชาชนจะต้องป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดและเข้มแข็ง”

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๑๙ วันพุธที่ ๑๖ - วันอังคารที่  ๒๒  เดือนมีนาคม  พุทธศักราช  ๒๕๖๕


168 1122