3rdOctober

3rdOctober

3rdOctober

 

April 25,2022

ยังไม่เลิก‘ลอยอังคาร’ ยื่นหนังสือจี้ ‘วิเชียร’ ซ้ำ

หลังพบผู้ประกอบการยังรับลอยอังคารลงลำน้ำมูลแถวท่าช้าง ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทำได้แค่ตักเตือน ทั้งที่อำเภอออกประกาศห้าม ล่าสุดจำต้องร่อนหนังสือถึงผู้ว่าฯ อีกครั้งหลังเคยร้องเรียนกว่า ๓๐ ครั้งไม่เป็นผล ให้จัดการเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบกั้นแนวเขตรุกลำน้ำหรือไม่

ตามที่ “โคราชคนอีสาน” นำเสนอข่าวประชาชนในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ร้องเรียนกรณีที่มีผู้ประกอบการทำธุรกิจรับลอยอังคาร รวมทั้งกระดูกคนตาย ทิ้งลงในแม่น้ำมูล และมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ กว่า ๓๐ ครั้งนั้น แต่ยังมีการดำเนินการอยู่

ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือในการแก้ไขปัญหาและป้องกันการนำกระดูกจากการเผาศพมาทิ้งลงในลำน้ำมูล ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดย ในการประชุมมีข้อสรุป ดังนี้ ๑.ให้เทศบาลตำบลท่าช้าง ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเถ้ากระดูกผู้ตายมาทิ้งในลำน้ำมูล ตามมาตรา ๒๗ (เหตุรำคาญเกิดขึ้นในที่หรือทางสาธารณะ) มาตรา ๒๘ (เหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน) อันมีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๒.ให้เทศบาลตำบลท่าช้าง จัดทำป้ายประชาสัมพันพันธ์ ห้ามนำเถ้ากระดูกผู้ตายมาทิ้งในลำน้ำมูล โดยสื่อให้เห็นถึงความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ ๓.ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือถึงผู้ประกอบกิจการฯ ให้ทราบถึงมูลเหตุแห่งการกระทำความผิดตามกฎหมาย และ ๔.ให้อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จัดชุดเฝ้าระวังการนำเถ้ากระดูกผู้ตายมาทิ้งในลำน้ำมูล ๕.นำกรณีดังกล่าวแจ้งในที่ประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมา และ ๖.ให้ทุกอำเภอแจ้งกรณีดังกล่าวในการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

จากนั้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๕ “โคราชคนอีสาน” ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าไปที่สถานที่รับจ้างทำพิธีลอยอังคาร บริเวณริมลำน้ำมูล ซึ่งพบว่าฃยังมีการดำเนินการอยู่ ทั้งที่มีประกาศห้ามลอยอังคารแล้ว จึงนับเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศของอำเภอ แต่ทราบในเวลาต่อมาว่า เจ้าหน้าที่เพียงเข้าไปพูดคุยและตักเตือนเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๕ นายสุรเดช โอทองหลาง ประธานองค์กรผู้ใช้น้ำกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายยางบ้านส้ม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดนครราชสีมา เรื่องติดตามข้อร้องทุกข์ขอร้องทุกข์เพิ่มเติมกรณี ขอให้แก้ไขปัญหาการนํากระดูกจากการเผาศพมาทิ้งลําน้ำมูล และรุกล้ำปักป้ายเป็นที่ส่วนบุคคลในกลางลุ่มน้ำมูล บริเวณไทรงามเฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา โดยมีเอกสารแนบเป็นภาพถ่ายการลงพื้นที่ ฝ่ายปกครองอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และตำรวจ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๕ และภาพการโพสต์เฟซบุ๊กของผู้ประกอบการแสดงหลักฐานว่ามีการลอยอังคารอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเนื้อหาในหนังสือระบุว่า “องค์กรผู้ใช้น้ำกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายยางบ้านส้ม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา หนังสือสําคัญการจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำทะเบียนเลขที่ ๐๕๓๐-๒๕๖๔-๐๐๑๔๐ ขอร้องทุกข์ต่อศูนย์ดํารงธรรมจังหวัดนครราชสีมาว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการนําเถ้ากระดูกคนตายที่ฌาปนกิจแล้ว ลงลําน้ำมูล โดยมีผู้ได้รับผลกระทบตลอดลําน้ำมูล ๗ หมู่บ้าน ซึ่งกระทบต่อสภาพจิตใจของประชาชนในพื้นที่ เสียภาพลักษณ์อําเภอเฉลิมพระเกียรติ กระทบสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ลําน้ำมูลสกปรก ซึ่งต้องใช้น้ำอุปโภค และวิถีชุมชนซึ่งเคยจับปลาเป็นอาหาร อาจเป็นมูลเหตุให้เกิดโรคระบาดทางน้ำได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศกําลังประสบปัญหาภัยจากโรคระบาดโควิด-๑๙ และได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์อย่างต่อเนื่อง และต่อมาได้รับการแก้ไขปัญหาจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมนําเสนอข่าวการห้ามลอยอังคาร จะดําเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีการฝ่าฝืน แต่ปัจจุบันปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายปกครองอําเภอเฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ลงพื้นที่ ตามที่รับแจ้งเหตุ และพบเห็นเหตุการณ์กระทําความผิด ได้ตักเตือน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ผู้ประกอบการยังคงเปิดให้บริการเป็นปกติ รายละเอียดตาม (เอกสารแนบ ๑) ซึ่งกรณีไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เกรงว่าจะก่อให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำของประชาชนในพื้นที่ ตลอดถึงคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ทําประปาส่วนภูมิภาคได้”

หนังสือระบุอีกว่า “ดังนั้น จึงขอความอนุเคราะห์ประธานอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดนครราชสีมา ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการทิ้งเถ้ากระดูกลอยอังคารลงลุ่มน้ำมูล กับผู้ประกอบการ และเข้าตรวจสอบการกั้นแนวเขตแนวเขต เป็นบริเวณกว้างพร้อมปักป้ายเป็น “พื้นที่ส่วนบุคคล สวนแสงเพชร” ว่า เป็นการรุกที่ลุ่มน้ำสาธารณประโยชน์หรือไม่ เนื่องจากผู้ประกอบการใช้อ้างเป็นพื้นที่ตนเองและใช้เป็นแหล่งกระทําความผิด กรณีพบว่าเป็นการรุกล้ำลุ่มน้ำมูลสาธารณประโยชน์ ขอให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดแก้ไขต่อไป”    


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๒๓ วันพุธที่ ๒๐  - วันอังคารที่  ๒๖  เดือนเมษายน  พุทธศักราช  ๒๕๖๕


217 1104