2ndDecember

2ndDecember

2ndDecember

 

April 30,2022

ชู‘กำปั่น บ้านแท่น’ศิลปินแห่งชาติ’๖๔ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงโคราช)

‘กำปั่น บ้านแท่น’ ได้รับยกย่องจากกระทรวงวัฒนธรรมเป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๔ สาขาศิลปะการแสดงเพลงโคราช เจ้าตัวเผยปีนี้เจ็บป่วยที่สุด ถึงขั้นปางตาย แต่ก็เป็นปีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพหมอเพลงโคราช แนะศิลปินอย่าใจร้อน จงทำงานตามหน้าที่ต่อไป แล้วรางวัลจะมาถึง

 

เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๒.๓๐ น. ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก “กรมส่งเสริมวัฒนธรรม” มีการถ่ายทอดสดการประกาศผลพิจารณาคัดเลือกยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้แถลง

นายอิทธิพล คุณปลื้ม จากการดำเนินงานของอนุกรรมการคัดเลือก ๓ คณะ ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ และศิลปการแสดง ซึ่งดำเนินการพิจารณาคัดเลือกศิลปินแห่งชาติมาตั้งแต่ช่วงปลายปี ๒๕๖๔ โดยปีนี้มีองค์กรต่างๆ ส่งประวัติผู้เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเป็นจำนวนมาก คณะอนุกรรมการฯ จึงประชุมและคัดเลือกโดยละเอียด กระทั่งผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ จำนวน ๑๒ คน ได้แก่ ๑.สาขาทัศนศิลป์ ประกอบด้วย นางวรรณี ชัชวาลทิพากร (ภาพถ่าย) ศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ (ภาพพิมพ์) ศาสตราจารย์เกียรติคุณอรศิริ ปาณินท์ (สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น) และนายมีชัย แต้สุจริยา (ทอผ้า) ๒.สาขาวรรณศิลป์ ประกอบด้วย นางนันทพร ศานติเกษม (นามปากกา ปิยะพร ศักดิ์เกษม) และนายวิชชา ลุนาชัย (นามปากกา ประชาคม ลุนาชัย) ๓.สาขาศิลปะการแสดง ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ (โนรา) นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ (เพลงโคราช) นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง (นาฏศิลป์ไทย-โขนละคร) ศาสตราจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร (ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงคลาสสิก) นายสลา คุณวุฒิ (ดนตรีไทยสากล-ประพันธ์เพลงไทยลูกทุ่ง) และนายนพพล โกมารชุน (ภาพยนตร์และละคร)”

กว่าจะเป็น‘กำปั่น บ้านแท่น’

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวว่า “นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ (กำปั่น บ้านแท่น) เกิดเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๔ ณ บ้านแท่น ตำบลโพนทอง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันอายุ ๗๐ ปี สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนปลาย จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๑ และได้รับปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ เนื่องจากนายกำปั่น เป็นชาวโคราช ทำให้มีความใกล้ชิดกับเพลงโคราชตั้งแต่เด็ก ได้ยินพี่ชายและพี่สาวที่เป็นหมอเพลงโคราช ท่องกลอนทุกเช้า จึงหลงรักมนต์เสน่ห์ของเพลงโคราช เป็นแรงบันดาลใจและตั้งปณิธานว่า จะฝึกร้องเพลงโคราชและแสดงให้ได้ เมื่อปี ๒๕๑๙ เริ่มศึกษาเพลงโคราชจากครูดัด บ้านแท่น ต่อมาได้ฝึกฝนและเรียนรู้กับครูเพลงโคราชอีกหลายคน เช่น ครูลพ บ้านแท่น ครูยอดชาย หนองน้ำขุ่น และครูลอยชาย แพรกระโทก ต่อมาปี ๒๕๒๒ นายกำปั่นเริ่มประกอบอาชีพหมอเพลงโคราช อยู่ในคณะของครูยอดชาย หนองน้ำขุ่น ปี ๒๕๒๔ เป็นหมอเพลงโคราชในสังกัดคณะเกาะลอย กระทั่งปี ๒๕๒๙ ได้ตั้งคณะเพลงของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า กำปั่น บ้านแท่น และออกแสดงมาถึงปัจจุบัน”

หมอเพลงโคราชที่โดดเด่น

“นายกำปั่นเป็นหมอเพลงโคราชที่มีความโดดเด่นด้านการร้อง การแสดง การแต่งเพลง และเป็นคนที่มีอัตลักษณ์ในการร้อง สามารถร้องด้นกลอนสดได้ ทำให้มีชื่อเสียงด้านการแต่งเพลง เป็นผู้มีความล้ำเลิศด้านคีตวรรณกรรม มีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เพลงที่แต่งขึ้นล้วนมีแต่ความไพเราะลึกซึ้ง มีศิลปะการใช้ภาษาที่โดดเด่น เช่น การเล่นคำ สัมผัสคำคู่ ๖ คู่ ๘ และการเล่นเสียง สามารถนำประวัติบุคคลหรือนิทานพื้นบ้านมาแต่งเป็นเพลงโคราช ถือเป็นศิลปินเพลงโคราชที่มีความสามารถรอบด้าน โดยมีผลงานที่สำคัญ คือ การประยุกต์เพลงโคราชให้เป็นเพลงร่วมสมัย กลายเป็นสิ่งบันเทิงชนิดหนึ่งที่มีคนรู้จักแพร่หลายโดยทั่ว โดยยังคงรูปแบบฉันทลักษณ์ของการสัมผัสคำและสำนวนดั้งเดิมไว้ ซึ่งเพลงที่สำคัญ คือ เพลงประวัติหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพลงพระเวสสันดรดวงใหญ่ เพลงต่อต้านยาเสพติด เพลงอนุรักษ์ธรรมชาติ เพลงต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง นอกจากนี้ยังมีเพลงลูกทุ่งภาษาโคราชกว่า ๓๐๐ เพลง และประพันธ์เพลงแหล่มากกว่า ๑,๐๐๐ บท”

สมควรได้รับยกย่อง

“นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ ยังมีผลงานการถ่ายทอด ส่งเสริม และอนุรักษ์เพลงโคราชอย่างจริงจัง เป็นทั้งครูเพลงโคราช วิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ ได้รวบรวมกลอนเพลง เพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือเพลงโคราชเล่มแรกของประเทศไทย และยังสละคุณทรัพย์เพื่อระดมทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้เพลงโคราช ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อเก็บและรวบรวมกลอนเพลงโคราชกว่า ๒๐,๐๐๐ กลอน พร้อมด้วยความสามารถ จึงทำให้นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก อาทิ รางวัลศิลปินดีเด่นประจำจังหวัดนครราชสีมา รางวัลเพชรสยามบุคคลดีเด่นแห่งปี รางวัลศิลปินมรดกอีสาน ได้รับพระราชรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ สาขาทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จากกรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี ๒๕๖๑ ทำให้นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ สมควรได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เพลงโคราช ประจำปี ๒๕๖๔” นายอิทธิพล กล่าว

รางวัลของความทุ่มเท

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวอีกว่า “ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับสวัสดิการประกอบด้วย ค่าตอบแทนรายเดือนๆ ละ ๒๕,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ ค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลโดยอนุโลม เว้นแต่มีสิทธิเบิกจากหน่วยงานอื่น ให้เบิกจากหน่วยงานนั้นก่อน ถ้าเบิกจากหน่วยงานนั้นได้ต่ำกว่าสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิเบิกในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีกภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อปีงบประมาณ เงินช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย รายละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อครั้ง ค่าของเยี่ยมในยามเจ็บป่วยหรือในโอกาสสำคัญเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อครั้ง และกรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือบำเพ็ญกุศลศพ รายละ ๒๐,๐๐๐ บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทาน พระบรมราชวโรกาสนำศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ทั้ง ๑๒ คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่และเข็ม เชิดชูเกียรติ ในวัน เวลา ตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ”

ความสำเร็จสูงสุด

จากนั้น เวลา ๒๑.๔๐ น. นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “คิดถึงครูเพลงทุกคน ที่สั่งสอนบทกลอนเพลงโคราช บางท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว ยังไม่ทันเห็นความสำเร็จของลูกศิษย์คนนี้ ต่อไปนี้จะตั้งใจสืบสานเจตนาของครู ครูกำดัด บ้านแท่น ครูลพ บ้านแท่น ครูยอดชาย หนองน้ำขุ่น ครูลอยชาย แพรกระโทก และครูที่ผมเคยพักลักจำทุกท่าน ขอบคุณหมอเพลงโคราชทุกคนที่เคยร่วมงานกันมา ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมอิ่ม และร่วมอดมาด้วยกัน ขอบคุณนายกสมาคมเพลงโคราชทั้งคนเก่าและคนใหม่ ที่ได้ช่วยผมทำอะไรต่อมิอะไร โดยเฉพาะการเผยแพร่เพลงโคราช เพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย ขอบคุณหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด รวมทั้งสถาบันการศึกษา ทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ที่ต่อเชื่อมแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ผมเคยพูดเสมอว่า หมอเพลงโคราช คือเรคคอร์ด เครื่องบันทึกข้อมูลที่มีชีวิต โดยบันทึกผ่านบทกลอนเพลงโคราชที่น่าศึกษา สำหรับตัวฉันผ่านชีวิตแห่งความลำบากมาทุกรูปแบบ โดยมีความ   ยากจนเป็นพวงมาลัยบังคับให้เดินไปตามถนนแห่งความทุกข์ ยังมานึกแปลกใจว่า ฉันเดินทางมาถึงวันนี้ได้อย่างไร เพราะปีนี้เป็นปีที่เจ็บหนักที่สุด จากอาการป่วยปางตาย และปีนี้เป็นปีที่ประสบผลสำเร็จสูงที่สุด ในอาชีพหมอเพลงโคราช การได้รับการพิจารณายกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ มิใช่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือให้ใครช่วย นอกจากผลงานของตัวเองที่ผลิตขึ้นเท่านั้น อีกอย่างก็ต้องใช้เวลา และก้าวเดินไปตามขั้นตอน ใจร้อนมิได้ จงทำงานไปตามหน้าที่ ที่สังคมมอบหมายให้เราทำ ไม่ต้องไปคำนึงว่า ใครจะเห็นหรือไม่เห็น อย่าไปหวังหรือเรียกร้องให้ใครมามอบรางวัลให้เรา หากถึงเวลา สิ่งเหล่านี้ก็จะมาเอง”
 
อนึ่ง นับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ มีศิลปินแห่งชาติ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๘-๒๕๖๓ แล้วจำนวน ๓๓๑ คน และในปี พ.ศ.๒๕๖๔ จำนวน ๑๒ คน รวมทั้งสิ้น ๓๔๓ คน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ๑๖๙ คน โดยยังมีชีวิตอยู่ ๑๗๔ คน

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๒๔ ประจำวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕

         


 


282 1458