21stApril

21stApril

21stApril

 

May 14,2022

๓๗๖....เราซื้อเครื่องบินรบ เพื่อนบ้านมีค้อน (๑๑)

โลกเปลี่ยน ยุทธวิถีการรบเปลี่ยน
อาวุธวันเก่า แพ้รุ่นและบล็อกใหม่
เทคโนโลยีสำคัญกว่าจำนวน

เครื่องบินรบอาเซียนที่ผมเขียนอยู่ มันก็ไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในยูเครน ทักษะการรบ ทักษะการใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง เป็นสิ่งจำเป็นในสนามรบไปแล้ว ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นต้นมา รถถังซึ่งเคยเป็นราชินีสนามรบ เคยครองพื้นที่การรบ เคยมีอำนาจการทำลายทะลุทะลวง วันนี้รถถังกลายเป็นเป้านิ่งให้โดรนโจมตี ล็อกเป้าถล่มรายชั่วโมง ไม่ใช่แค่รถถังเท่านั้น แม้แต่กองทหารเล็กหรือใหญ่ ตกเป็นเป้าตำบลกระสุนตกได้ง่ายมากๆ ชีวิตทหารราบนั้น วันนี้ศัตรูตรงหน้า ไม่ได้น่ากลัวเท่าโดรนที่บินอยู่ในระดับความสูงที่สอยลงมานอนนาได้ยาก แถมตรวจจับก็ยากเพราะมีขนาดเล็ก แต่มันมีพิษสงที่พร้อมส่งระเบิดบินขนาดจิ๋ว เข้าทำลายเป้าหมายได้ง่าย โอกาสรอดตัวรอดตายของเป้าหมายมีต่ำ แต่โอกาสอยู่รอดของโดรนมีสูง โดรนต้นทุนต่ำ อำนาจทำลายล้างเกินค่าตัว

หลายประเทศที่รัฐบาลเป็นผู้ลงทุน และผลิตเทคโนโลยีทางการทหารเอง ขายและนำเงินเข้าพัฒนาประเทศผมยกตัวอย่างเกาหลีใต้ใกล้บ้านเรานี่ละ เกาหลีใต้เติบโตทางเทคโนโลยีการบินสูง สามารถผลิตเครื่องบินรบส่งขายนำเงินเข้าประเทศได้เยอะ ไทยสามารถทำได้ เราไม่แพ้ใคร

ผมหยิบเครื่อง T 50 มาเล่าสู่กัน เครื่องยนต์เดี่ยวขนาดสองที่นั่ง ไอ้ตัวนี้ละคือเอฟ ๑๖ ที่ถูกย่อขนาดความโหดลงมา ด้านพิมพ์เขียวเกาหลีกับอเมริกาทำงานด้วยกัน ด้านเงินลงทุนเกาหลีกับอินโดเข้าหุ้นกัน ตัวนี้เครื่องยนต์ใช้ได้เกินทน เพราะใช้เครื่องตัวเดียวกับเอฟ ๑๘ เหนียวอึดทน เปรียบได้กับเครื่องโตโยต้า เรื่องความคล่องตัว แม้จะเป็นเครื่องบินฝึกขับไอพ่น แต่ก็เป็นไอพ่นขั้นสูงที่ย่อส่วนความคล่องตัวของเครื่องบินรบตัวจี๊ดที่สุดในโลก เอามาไว้ในร่างของ T 50

แม้จะเป็นเครื่องฝึกบิน
แต่เอาเรื่องในสนามรบ
ติดของหนัก ถล่มเป้าหมายได้

ตอนที่แล้วผมเล่าถึง Yak 130 เครื่องบินฝึกขับไอพ่นขั้นสูงของ สปป.ลาว ถ้าจับมาเทียบเปรียบมวยขึ้นสังเวียนด้วยกัน มันต่อยกันไม่ได้ เพราะเครื่อง Yak 130 จากค่ายหมีขาวนั้นยังห่างชั้นจากเครื่องฝึกขับไอ่พ่นของเกาหลีตัวนี้มาก ความเร็วก็ต่างกันเกือบเท่าตัว ระหว่าง ๑,๐๖๐ กับ ๑,๘๐๐ กม.ต่อ ชม. น้ำหนักเครื่องก็ต่างกัน ของเกาหลีสามารถบรรทุกอาวุธได้มากกว่า อาวุธเยอะก็เท่ากับโอกาสอยู่รอดมากกว่า เครื่อง T 50 ตัวนี้ ราคา ๒๕ ล้านดอลลาร์ แพงกว่า Yak 130 สิบล้านดอลลาร์ 

ที่สำคัญเจ้าเอฟ ๑๖ น้อยตัวนี้สามารถติดตั้ง อาวุธนอกสายตาได้ แบบ Shoot and forget ยิงแล้วลืมกลับบ้านได้เลย ปล่อยให้อาวุธวิ่งเข้าหาศัตรูได้เอง จากนั้นเอาตัวเองให้รอด เพราะหากถูกสอยได้ก่อน อาวุธนอกสายตาที่ปล่อยออกไปจะเสียเปล่า เพราะขาดระบบควบคุม วันนี้เครื่องบินรบที่ใช้อาวุธนอกสายตาได้ มีโอกาสอยู่รอดสูง

เครื่อง Yak 130 ของลาวใช้อาวุธพิสัยใกล้ได้กับพิสัยกลาง หากต้องมาดวลกับเจ้าเอฟ ๑๖ น้อย ไม่ต้องบอกให้เหนื่อย ใครลงไปนอนนาก่อนกัน ที่เขียนเล่าสมรรถนะให้ดูก็เพราะจะได้รู้ว่าเรากับเพื่อนบ้าน ต่างคนต่างใช้เครื่องไม้เครื่องมือทางทหารแตกต่างกัน ใช้ม้าคนละสายพันธุ์ เราก็พอจะอ่านกำลังกันออก ก่อนที่จะไสม้า ไสเรือมาชนกัน

เจ้าเอฟ ๑๖ น้อยตัวนี้ ไทยเราก็สั่งซื้อครับ จำนวนหนึ่งฝูงบิน ๑๒ ลำ ระบบทำการบินต่างๆ คล้ายคลึงกับเครื่องเอฟ ๑๖ ที่เราใช้อยู่ นักบินไทยสามารถเรียนรู้ขับได้ไม่ยุ่งยาก ในอาเซียนด้วยกันมีฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียที่สั่งซื้อเครื่องเอฟ ๑๖ น้อยนี้เข้าประจำการ ซื้อมากกว่าไทยอีก อย่างอินโดนี่ถือว่าเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับเกาหลีใต้เลย เพราะว่าทั้งสองฝ่ายร่วมลงทุนอุตสาหกรรมการบินด้วยกัน ไม่ต้องเป็นกูรูเศรษฐศาสตร์ก็รู้ได้ว่า เงินไหลเข้าเกาหลีมากมายเท่าไหร่ 

ส่วนอินโดประหยัดเงินในชาติได้มาก ใช้เครื่องบินรบที่ร่วมกันผลิตกับเกาหลี ไม่เพียงแต่เครื่องฝึกขับไอพ่นนี้เท่านั้น ยังมีเครื่องยุคสี่จุดห้า สมรรถนะสูงกว่าเอฟ ๑๖ ของไทยเราเสียอีกที่อินโดเตรียมซื้อ ผมเคยเล่าถึงไปแล้ว เครื่อง KF 21 ตัวนี้น่าสนใจ แม้จะไม่มีระบบล่องหน แต่ก็ตึงมือทีเดียวถ้าต้องรับมือกับมัน เพราะอาวุธใช้ของนาโต้ได้ทุกตัว

อุตสาหรรมอาวุธ ตลาดเปิด
ทำยังไงเราถึงจะขึ้นเป็นผู้ผลิต
ไทยเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีมานาน เกินพอ

เมืองไทยมีกฎหมาย ไม่ให้รัฐบาลเป็นผู้ผลิตสินค้าแข่งกับเอกชน โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ความเป็นอยู่เปลี่ยนไปไว อะไรที่มันก้าวไม่ทัน ต้องแก้ไข ทำไมรัฐบาลไทยจะเป็นผู้ผลิตหลักในการสร้างเครื่องบินรบเสียเองไม่ได้ เรามีการไฟฟ้า การประปา การท่า และการอะไรต่างๆ ที่รัฐมีหุ้นอยู่ครึ่งหนึ่ง ทำไมไม่แก้กฎหมายให้รัฐเป็นผู้ผลิตได้เอง ไม่ใช่ผลิตแฟ๊บ ผลิตสบู่ แบบนั้นปล่อยเอกชนทำมาหากินไป การสร้างเครื่องบินรบ การสร้างอาวุธหนักทางการทหาร เอกชนมีเงินแต่แรงผลักดันไม่พอ ปัญหาข้อปลีกย่อยทางกฎหมายหยุมหยิม เรื่องแบบนี้ต้องการมือที่มีศักยภาพ 

ทำไมไทยจะทำไม่ได้ อย่างเจ้า T 50 หรือ KF 21 รัฐบาลเกาหลีใต้ถือหุ้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์เอกชนเกาหลีใต้แบ่งกับรัฐบาลอินโดนีเซีย คนละครึ่ง เห็นไหมครับ รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ต้องมุ่งหาแต่ภาษีจากประชาชนมาเป็นงบบริหารประเทศ แค่หกสิบเปอร์เซ็นต์ที่ถืออยู่ก็มีเงินไหลเข้าคลังไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ยิ่งโครงการ KF 21 ซึ่งเป็นโครงการเครื่องบินรบชั้นสูงยุคสี่จุดห้า เกาหลีฟันกำไรจากการเปิดสายการผลิตขายเครื่องบินรบไม่รู้เท่าไร เลขศูนย์ไม่รู้กี่ตัว 

เจ้า T 50 ไทยสั่งซื้อแล้ว ๑๒ ลำ ส่วน KF 21 เรากับฟิลิปปินส์ได้เข้าไปนั่งเจรจาซื้อขายมาแล้ว แต่เราเลือกเอฟ ๓๕ ส่วนอินโดไม่ต้องลังเล เพราะว่า มีหุ้นอยู่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ จะไปซื้อของที่อื่นทำไม สั่งจองเครื่องบินรบยุคสี่จุดห้าจากโรงงานตัวเองมีหุ้นไม่ดีกว่าหรือ ทำไมเราไม่แก้กฎหมายให้รัฐบาลไทยทำได้แบบเกาหลี รถยนต์เปิดสายการผลิตมาหนึ่งรุ่น สามารถสร้างพันธมิตรธุรกิจได้ร่วม ๓๐๐ บริษัท 

ถ้าเปิดสายการผลิตเครื่องบินจะสามารถสร้างงานได้เท่าไร วัดจากเครื่อง T 50 และ KF 21 ของเกาหลี ตัวเลขว่าจ้างแรงงานที่เกี่ยวข้องมากถึงหนึ่งแสนอัตรา ไทยเราไม่ได้กระจอกเลยในเรื่องความสามารถ ผมเชื่อว่าคนไทยเก่ง และอาจเก่งกว่ายิวการช่างเสียอีก เพียงแต่ขาดโอกาส ขาดการสนับสนุน ขาดการผลักดันแก้กฎหมายเถอะครับ ให้รัฐเป็นผู้ผลิตเครื่องบินรบ และสามารถเป็นผู้ขายได้ การบริหารประเทศด้วยเงินภาษีอย่างเดียวนั้น เราทำมาตั้งสองร้อยปีแล้ว ลองเปลี่ยนไปเป็นผู้สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศบ้าง แล้วไปลดภาษีส่วนที่มันทับซ้อน คนไทยจะโชคดีขึ้น และมีเม็ดเงินบริหารประเทศมากขึ้น

ขอบคุณภาพสวยๆ ของเครื่องบินรบจากสื่ออินเทอร์เน็ต ถ้าไม่มีภาพเหล่านี้ ผมพิมพ์เป็นหน้ากระดาษก็สื่อสารพูดคุยกันไม่เข้าใจ ดูภาพเครื่องสี่จุดห้าของเกาหลีสิครับ มันช่างสวย บาดตาคนรักเครื่องบินจริงๆ เครื่องที่เขียน KF 21 นั่นละครับสวยดุ ส่วนอีกสองรูปนั้น เอฟ ๑๖ น้อย เล็กขาโหด ฉบับหน้าเราไปส่องดูเวียดนามกัน มีตัวจี๊ดตัวจัดรุ่นไหนบ้าง ที่พอจะใส่กับยุคที่ห้าได้

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๒๖ วันพุธที่ ๑๑ - วันอังคารที่ ๑๗ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


3 2,475