2ndJuly

2ndJuly

2ndJuly

 

June 04,2022

บุกพบเจ้าแขวงจำปาสัก กระตุ้นการค้าท่องเที่ยวอุบลฯ

รุดหารือเจ้าแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ร่วมมือกระตุ้นการค้าชายแดนที่เงียบเหงามากว่า ๒ ปี ให้กลับมาคึกคักเหมือนเดิม ชูเส้นทางส่งสินค้าออกทะเล ไปประเทศที่สาม ใกล้และสะดวกกว่าชายแดนจุดอื่น สานแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่นและภาษาที่คล้ายกัน

นายมงคล จุลทรรศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี นำคณะผู้แทนหอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานด้านการค่าและการท่องเที่ยวของจังหวัด เข้าหารือกับ ดร.วิไลวง บุดดาคำ เจ้าแขวงจำปาสัก สปป.ลาว เพื่อร่วมมือกระตุ้นการค้าขายชายแดนระหว่างไทย-ลาว ที่ยังเงียบเหงาจากการปิดด่านไปมาระหว่างกันเป็นเวลานานกว่า ๒ ปี

โดย ดร.วิไลวง บุดดาคำ เจ้าแขวงจำปาสัก เสนอว่า ทั้งสองฝ่ายควรเป็นศูนย์โลจิสติกส์ส่งสินค้าออกไปยังประเทศที่สาม เพราะขณะนี้ ลาวมีถนนเชื่อมจากจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านแขวงจำปาสัก ไปยังด่านแขวงเซกอง ที่เข้าสู่ท่าเรือเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งไปมาได้สะดวกและมีระยะทางใกล้กว่าผ่านด่านที่จังหวัดมุกดาหาร จะทำให้แขวงจำปาสักและจังหวัดอุบลราชธานี เป็นศูนย์การขนส่งออกทางทะเลในภูมิภาคนี้ได้อย่างสบาย

ซึ่งหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี เห็นด้วยและสนับสนุนแนวความคิดของ ดร.วิไลวง บุดดาคำ เจ้าแขวงจำปาสัก ขณะเดียวกันหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ได้เชิญฝ่ายลาว จัดนางรำเข้ามาร่วมแสดงวัฒนธรรมในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี ๒๕๖๕ ในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ด้านนายมงคล จุลทรรศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า แขวงจำปาสัก เป็นประตูหน้าด่านของประเทศลาวตอนใต้ แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางผ่านด่านช่องเม็กเข้าไปท่องเที่ยว สัมผัสคามเป็นธรรมชาติของลาวในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ปีหนึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่หลังเกิดการระบาดของโรคโควิด-๑๙ ทำให้การค้าขายและการท่องเที่ยวทั้งสองฝ่ายเกิดการหยุดชะงักเป็นเวลานาน เมื่อทางการไทยเปิดด่านค้าขายระหว่างกันเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคมที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี จึงเข้าหารือและขอทราบความเห็นของฝ่ายลาว เพื่อนำมาปฏิบัติให้สอดคล้อง และเกิดประโยชน์ต่อนักลงทุนทั้งสองฝ่าย เพื่อกระตุ้นการค้าขายและการลงทุนชายแดนที่เงียบเหงามานาน

ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราช ธานี กล่าวต่อว่า การเข้าหารือครั้งนี้ ท่านเจ้าแขวงจำปาสัก ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง การปิดด่านไป ๒ ปี ทำให้มีความกังวลเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ เรื่องด้านสาธารณสุข มีความพร้อมหรือไม่ ปรากฏว่าทางฝ่ายลาวมีความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องโรคระบาด ฝ่ายลาวมีการถอดแมสกลับมาใช้ชีวิตปกติ เพราะประชากรได้รับวัคซีนกันครบหมดแล้ว

“จึงเชื่อว่า การที่ท่านเจ้าแขวงให้ความสำคัญในทุกประเด็น ทุกมิติ ทั้งเรื่องการค้าขาย การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมที่จะมีการแลกเปลี่ยนระหว่างจำปาสักกับอุบลราชธานี รวมทั้งการสาธารณสุขที่มีการผ่อนคลาย จะทำให้เศรษฐกิจของสองประเทศในภูมิภาคนี้ กลับมาคึกคัก มีเศรษฐกิจดีร่วมกัน เพราะนอกจากมีชายแดนติดกัน ก็ยังพูดภาษาเดียวกันด้วย” นายมงคล จุลทรรศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวท้ายสุด

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๒๙ วันพุธที่ ๑ - วันอังคารที่ ๗ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕


39 1124