2ndJuly

2ndJuly

2ndJuly

 

June 11,2022

ตร.เสนอทำถนนให้ปลอดภัย สร้างเนินชะลอความเร็วรถ ป้องเหตุชนคนบนทางม้าลาย

ขับจักรยานยนต์ชนนักเรียนหญิง ม.๒ ขณะข้ามทางม้าลาย โชคดีไม่สาหัส ด้านตำรวจจราจรเรียกปรับผู้ขับขี่ข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ พร้อมเสนอ ทำเนินชะลอความเร็ว ก่อนถึงทางม้าลาย เพื่อลดอุบัติเหตุให้น้อยลง


เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่บริเวณประตู ๓ ด้านข้างโรงเรียนสุรนารีวิทยา ถนนช้างเผือก เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนนักเรียน ม.๒ ขณะข้ามทางม้าลาย ทราบชื่อผู้บาดเจ็บภายหลัง คือ น้องนาน่า อายุ ๑๓ ปี นักเรียนโรงเรียนสุรนารีวิทยา แต่โชคดีที่คู่กรณีขับขี่รถมาไม่เร็วมากนัก ทำให้ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ส่วนตัวผู้ขับขี่ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน เบื้องต้น ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ได้กล่าวขอโทษ นางสาวภัททิรา อายุ ๓๒ ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของน้องนาน่า โดยผู้ขับขี่คนดังกล่าวเล่าว่า กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จะรีบไปทำงาน ทำให้มองไม่เห็นเด็กนักเรียนที่กำลังข้ามถนน พร้อมกับยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินค่าทำขวัญ จำนวน ๒,๐๐๐ บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์เป็นผู้จ่าย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุดังกล่าว นางสาวภัททิรา นำน้องสาวส่งโรงพยาบาล โดยหมอได้ทำการเข้าเฝือกอ่อนที่ข้อเท้าด้านขวา และสั่งให้หยุดพักเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่บ้านเป็นระยะเวลา ๑๔ วัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ พ.ต.ต.กฤษณพล พีระพันธ์ สว.จร.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า “บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นถนนช้างเผือก มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นประตู ๓ ของโรงเรียนสุรนารีวิทยา จากในคลิปวิดีโอจะพบนักเรียนกำลังเดินข้ามทางม้าลายเป็นกลุ่ม ๖-๗ คน ส่วนรถจักรยานยนต์กำลังเลาะมาทางช่องซ้ายสุดของถนน ซึ่งอาจเป็นการประมาทและคาดคะเนผิด แต่ทั้งนี้เกิดจากการไม่ระมัดระวังของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงทำให้เกิดการเฉี่ยวชนขึ้น เบื้องต้นตำรวจประสานทั้งสองฝ่ายเข้าพบแล้ว ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.๒ ไม่ติดใจ ให้ชดใช้เพียงค่าปฐมพยาบาล ส่วนผู้ขับขี่รถก็ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ”

“สำหรับแนวทางป้องกันเหตุในลักษณะนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ และผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา นอกจากตำรวจจะอำนวยความสะดวกทางจราจรตามบริเวณโรงเรียนต่างๆ โดยให้บริหารตามภาพรวม และที่สำคัญให้ดูแลความปลอดภัยของนักเรียน ซึ่งทางงานจราจรของ สภ.เมืองนครราชสีมา สำรวจแล้วว่า ทางม้าลายมีกี่จุด จุดใดเป็นจุดเสี่ยงจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำจุดในช่วงเวลาเร่งด่วน อีกส่วนหนึ่งจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ใส่ชุดจิตอาสา ทำหน้าที่ถือธงแดง ในการอำนวยความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางม้าลาย”

“จากกรณีหมอกระต่าย ต้องยอมรับว่า ยังมีอุบัติเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงมีแนวคิดว่า ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน อย่างไรก็ตามต้องมีความผิดพลาดในการขับขี่ ทุกคนเคยผิดพลาด ดังนั้น จะต้องทำถนนให้มีสภาพบังคับ เช่น การทำเนินชะลอความเร็วก่อนถึงทางม้าลาย ส่วนในเวลากลางคืนก็ให้มีหมุดสะท้อนแสง ใกล้ๆ กับเนินชะลอความเร็ว คำว่า สภาพบังคับ เช่น ผมขับขี่รถอยู่แล้วเกิดใจลอย คิดเรื่องอื่น หากขับไปเจอพื้นที่เป็นเนินหรือวัตถุขรุขระที่ไม่มีผลเสียกับสภาพช่วงล่างของรถ จะช่วยให้ดึงสติของผู้ขับขี่กลับมาได้ แต่แนวคิดของผมอาจจะมีข้อร้องเรียนมากขึ้น เกี่ยวกับถนนไม่เรียบบ้าง แต่ทุกคนก็ควรจะคำนึงถึงส่วนรวมและคนที่กำลังเดินขามทางม้าลาย ดีกว่ามาคิดถึงเรื่องเล็กน้อยส่วนตัว ผมขอเสนอแนวความคิดเล็กๆ นี้ ที่อาจจะส่งผลดีต่อสังคมส่วนรวม ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องลองนำไปพิจารณาดู และนอกจากข้อเสนอของผม สัญญาณไฟจราจรแบบกดมืออาจจะต้องมีด้วย เพื่อให้คนที่จะข้ามทางม้าลายกดขอทาง รถที่สัญจรไปมาจะได้หยุดให้คนข้าม แต่ทั้งนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่ บางครั้งก็อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ขนาดไฟแดงทั่วไปยังมีคนขับฝ่าอยู่เลย” พ.ต.ต.กฤษณพล กล่าว

พ.ต.ต.กฤษณพล พีระพันธ์ สว.จร.สภ.เมืองนครราชสีมา

พ.ต.ต.กฤษณพล กล่าวท้ายสุด “ผมเชื่อว่า คนที่ข้ามทางม้าลายทุกคน คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองอยู่แล้ว และคนที่ขับขี่รถก็เองก็ระมัดระวัง แต่ไม่ว่าจะระมัดระวังอย่างไรก็อาจจะมีเรื่องผิดพลาดได้ เมื่อพลาดก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุเหมือนในคลิป อุบัติเหตุทุกเคสส่วนใหญ่เกิดจากความผิดพลาดทั้งนั้น ต่อให้รณรงค์แล้วรณรงค์อีก สุดท้ายก็อาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเหมือนเดิม เพราะการรณรงค์เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า แต่ถ้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุ อุบัติเหตุต่างๆ ก็อาจจะเกิดน้อยลง”

ทั้งนี้ บทลงโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทางม้าลาย ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ ได้แก่ มาตรา ๗๐ กรณีไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท, มาตรา ๒๙๑ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี และปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และมาตรา ๓๐๐ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๓๐ วันพุธที่ ๘ - วันอังคารที่ ๑๔ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕

 


34 1128